lance-bass-release-party-2014-650a

แลนซ์ เบสส์ อีกหนึ่งสมาชิกวง *NSYNC ในวัย 37 ปีกำลังรับบทบาทใหม่บนเส้นทางบันเทิง กับการเป็นพิธีกรรายการ Finding Prince Charming เรียลลิตี้เฟ้นหาคู่ที่เจาะกลุ่มชายรักชายโดยเฉพาะ จากศิลปินบอยแบนด์ที่ดังคับโลกมาจนวันนี้ พร้อมด้วยข่าวเสียชีวิตของลู เพิร์ลแมน อดีตผู้จัดการวง *NSYNC แลนซ์เองจึงขอหยิบยกบทเรียนที่ล้ำค่าในชีวิตมาฝากให้พวกเราได้อ่านกัน

 

จะให้ดีต้องอาศัยทีมเวิร์ค

“ตอนที่ *NSYNC ยุบวงเป็นช่วงเวลาที่โหดมากครับ คงเพราะผมต่างจากคนอื่นด้วย ผมว่าวงการดนตรียังไม่เปิดรับคนรักร่วมเพศเท่าไหร่ จริงๆ นะครับ ทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกเหมือนเดิม วันที่ผมรู้ว่าพวกเราจะไม่ได้ออกอัลบั้มใหม่แล้วก็เกิดความคิดว่าอยากออกมาเป็นศิลปินเดี่ยว แต่ค่ายเพลงไม่เคยจะโทรกลับมาหาสักที ผู้จัดการก็ไม่โทร สรุปว่าไม่เหลือใครเลย ขนาดไมเคิล แจ็คสัน เขาประสบความสำเร็จได้ก็เพราะมีคนคอยสนับสนุน อยู่ในวงการนี้ ลุยคนเดียวไม่ไหวหรอกครับ”

 

ยอมรับความเปลี่ยนแปลง

“ผมผ่านมาแล้วทั้งช่วงขาขึ้นและขาลง ผมดีใจนะที่ได้เป็นคนดังในช่วงนั้นเพราะมันเป็นยุคทองของดนตรีพอดี หลังจากนั้นยุคบอยแบนด์ก็เริ่มซาลง สื่อโทรทัศน์ก็กำลังเข้าสู่ช่วงนั้นเหมือนกัน ที่ทำได้คือต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลงและตามเกมให้ทัน”

nsync

(จากซ้าย) คริส เคิร์กแพททริก, เจซี ชาเซ, แลนซ์ เบสส์, โจอี้ ฟาโทน และ จัสติน ทิมเบอร์เลค เมื่อปี 1997

 

ความสามารถที่หลากหลายคือสิ่งที่มีค่า

“ผมเป็นคนโฟกัสอะไรนานๆ ไม่ได้ ชอบลองไปเรื่อย ความสนใจของผมมันหลากหลายมากๆ เคยแม้กระทั่งพยายามจะบินไปอวกาศกับคนรัสเซีย เขียนพ็อกเก็ตบุ๊ค โปรดิวซ์/เขียนบทรายการทีวี เยอะแยะไปหมดเลยครับ แต่ตอนนี้ผมว่าผมค้นพบสิ่งที่ชอบและถนัดที่สุดแล้วล่ะ นั่นคือการเป็นพิธีกร”

 

คิดบวกเข้าไว้

“อะไรก็ตามที่ผมลงมือทำมันต้องเกิดประโยชน์ต่อใครสักคนเสมอ ผมอยากเป็นส่วนหนึ่งของเรียลลิตี้นี้เพราะผมอยากให้คนได้เห็นสตอรี่ไลน์ดีๆ เนื่องจากสังคมรักร่วมเพศนั้นมีรอยด่างอยู่ รายการนี้จะงัดรอยด่างเหล่านั้นออกมาตีแผ่ เช่นเรื่องเอดส์ หรือการบำบัดจิตใจคนรักร่วมเพศ ล้วนเป็นสิ่งที่คนภายนอกยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ ผมหวังว่ารายการนี้จะให้ความรู้ได้มากครับ”

 

อะไรที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป…

“ผู้จัดการลู เพิร์ลแมนได้จากเราไปแล้ว นึกถึงวันเก่าๆ ที่มีทั้งดีและร้ายก็เสียใจนะที่คนที่มีอิทธิพลต่อชีวิตเรามากขนาดนี้ได้จากเราไปแล้ว เขาพาเพื่อนที่ดีที่สุดถึงสี่คนเข้ามาในชีวิตเรา แล้วในขณะเดียวกัน ผมยังได้บทเรียนอีกด้วยว่าควรปฏิบัติต่อวงการบันเทิงอย่างไร ผมเอาใจช่วยศิลปินทุกคน อยากให้พวกเขาสนุกกับสิ่งที่เป็นอยู่และทำเงินได้เยอะๆ โดยที่ผมจะไม่ฉวยโอกาสเอาผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น”

Story by: Ellias Leigh
Photos by: Billboard & FRED DUVAL/FILMMAGIC.
Translated by: Sutthimas R.