Processed with VSCO with c1 preset

 

ก่อนหน้านี้ไม่นาน บิลบอร์ด ไทยแลนด์ เพิ่งมีโอกาสได้คุยกับ Jelly Rocket ถึงเรื่องราวของอัลบั้มเต็ม Lucid Dream และคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกที่พวกเธอเปรียบว่าเป็นดั่งความฝันของวงดนตรีหญิงล้วนวงหนึ่งซึ่งเพิ่งเริ่มต้นทำเพลงมาเพียง 2-3 ปี แต่เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา คอนเสิร์ตดังกล่าวที่มีชื่อว่า “Lucid Dream Concert” ก็เกิดขึ้นจริงแล้ว และเป็นความจริงที่สวยสดงดงามอยู่ไม่น้อยเสียด้วย

แปลกใจไม่น้อยที่บรรยากาศบริเวณด้านหน้าของ Live RCA ไม่พลุกพล่านเท่าใดนัก อาจเนื่องด้วยการจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ตไปก่อนหน้านี้ (ซึ่ง Sold Out ภายในระยะเวลาอันรวดเร็วมากๆ) จำกัดจำนวนผู้เข้าชมเพียงไม่กี่ร้อยคน ซึ่งจุดนี้เราขอชื่นชมทั้ง Jelly Rocket รวมถึงผู้ที่เข้ามาดูแลเรื่องโปรดักชั่นคอนเสิร์ตในครั้งนี้อย่าง Malama Collective ที่คำนึงถึงความเหมาะสมระหว่างสถานที่และความจุผู้ชม ทำให้การยืนชมคอนเสิร์ตภายในฮอลล์เมื่อคืนนี้เป็นไปอย่างไม่แออัด มีพื้นที่ให้โยกตัวตามจังหวะเพลงกันแบบสบายๆ เลยล่ะ

IMG_6438

Fwends

ดูเหมือนว่าวงเปิดอย่าง Fwends จะขึ้นเวทีก่อนเวลาที่แจ้งเอาไว้เล็กน้อย เดาว่าช่วงที่เราเข้าไปไม่ทันพวกเขาต้องเล่นเพลงอย่าง Where Do We Go? กับ Why Can’t You See แน่ๆ แต่ไม่เป็นไร ได้ฟัง For a While เวอร์ชั่นใหม่ที่พวกเขาไม่เคยเล่นที่ไหนมาก่อนก็คุ้มแล้ว รวมถึงซิงเกิ้ลล่าสุดอย่าง Petrichor ซึ่งเป็นชื่ออีพีอัลบั้มชุดที่ 2 ของพวกเขาด้วยก็น่าสนใจทีเดียว อีกทั้งทีมเวิร์คบนเวทีของทั้ง 5 สมาชิกดูกลมกลืนและลื่นไหลมากขึ้นกว่าครั้งก่อนๆ ที่ได้ชมโชว์ของ Fwends แต่ทั้งนี้ด้วยแนวดนตรีของพวกเขาอาจไม่สามารถส่งต่อพลังไปสู่เจ้าของคอนเสิร์ตได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยนัก มันจึงกลายเป็นการอุ่นเครื่องแบบเนิบๆ อยู่ประมาณหนึ่ง

Processed with VSCO with c1 preset

Jelly Rocket

หลังจากพักเซ็ตเวทีกันอยู่สักพัก ปั้น-นลพรรณ อัมพุช (ร้องนำ), โม-ชุติกาญจน์ อิสสระเสรี (กีตาร์) และ ภัค-ณภัค นิธิพัสกร (คีย์บอร์ด) 3 สาวสมาชิกวง Jelly Rocket ก็ก้าวสู่บนเวทีด้วยชุดในโทนสว่าง สอดคล้องกับฉากหลังที่เป็นผ้าโปร่งแสงเรียบง่าย Lucid Dream Concert เริ่มต้นด้วยซิงเกิ้ลเปิดตัวเมื่อปี 2014 อย่าง How Long ที่คนดูร้องตามกันกระหึ่ม แม้จะมีปัญหาขัดข้องเรื่องไมโครโฟนของ ปั้น เล็กน้อยในตอนแรก แต่ก็ไม่ทำให้การเปิดตัวคอนเสิร์ตในครั้งนี้ลดทอนเสน่ห์ลงแม้แต่น้อย

อิ่มใจ คือเพลงต่อมาที่เราได้ยินมาจากบนเวที พอจบโน้ตตัวสุดท้ายปุ๊บ ดูเหมือนว่าจะถึงคิวพูดทักทายแฟนเพลง ดูออกอย่างชัดเจนว่า ปั้น-โม-ภัค ค่อนข้างตกอยู่ในภาวะประหม่าพอสมควรจนถึงขั้นพูดไม่ออก แต่เสียงปรบมือคือกำลังใจชั้นยอด พวกเธอจึงจัดเซอร์ไพรส์ในเพลงต่อมาที่ชื่อ ไม่พอ ซึ่งถือเป็นการเล่นสดเพลงนี้ครั้งแรก และนอกจากเมโลดี้ที่เท่เข้าขั้นสุดแล้ว เรายังได้ยินเสียงร้องกึ่งแร็พเบาๆ จากมือคีย์บอร์ดอย่าง ภัค อีกด้วย

อีกหนึ่งเพลงที่ Jelly Rocket นำมาเล่นเป็นครั้งแรกก็คือ จางหายไป เพลงช้าที่บอกได้คำเดียวว่าเพราะมาก หลังจากนั้นก็จัดซิงเกิ้ลที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น Stay, เก็บไว้ ซึ่งช่วงท้ายท่อนโซโล่กลองจาก ดอย วง Safeplanet นำพาคนฟังไปสู่ท่วงทำนองโพสต์ร็อคอยู่พอประมาณ (ซึ่งมือเบสที่มาเล่นแบ็คอัพให้ก็คือ ยี่ จาก Safeplanet ด้วยเช่นกัน) ต่อด้วย พักสักที อีกหนึ่งซิงเกิ้ลที่ปล่อยออกมาไม่กี่วันก่อนหน้าวันคอนเสิร์ต ก่อนจะพีคสุดๆ ด้วย เจ้าเหมียว ที่คนดูทั้งฮอลล์ช่วยพวกเธอร้องเสียงดังกระหึ่ม

Processed with VSCO with c1 preset

 

ไฟเวทีดับลงพร้อมเสียงอังกอร์จากแฟนคลับ Jelly Rocket ไม่นานนักทั้ง 3 สาวกลับมาบนเวทีพร้อมกับเพลง This is Real ที่ทำเอาเราหลงเสน่ห์ในไลน์ประสานตั้งแต่เมื่อครั้งได้ฟังในแบบสตูดิโอเวอร์ชั่น พอมาฟังแบบสดๆ ยิ่งทำให้หลงรักแทร็คนี้เข้าไปใหญ่ และรูดม่านปิดฉาก Lucid Dream Concert แบบประทับใจสุดๆ ด้วยอีกหนึ่งเพลงฮิตอย่าง ลืม ที่แน่นอนว่าทุกคนร้องตามกันสุดเสียงเช่นเคย

เรียกได้ว่าครบถ้วนกระบวนความทั้ง 10 แทร็คในอัลบั้มเต็มชุดแรกของ Jelly Rocket อย่าง Lucid Dream ที่เราได้ฟังกันในระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ นับจากงาน Tiger Jams “CenterStage” เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ปั้น-โม-ภัค มีพัฒนาการในเรื่องความเป็นมืออาชีพบนเวทีอย่างเห็นได้ชัด เอาคนดูเสียอยู่หมัดตั้งแต่ต้นจนจบโชว์ แม้บทพูดจะค่อนข้างน้อย และเกิดภาวะเดดแอร์อยู่บ้าง แต่เรากลับรู้สึกว่า Jelly Rocket ตั้งใจจะสื่อสารความนึกคิดทุกอย่างผ่านเสียงเพลงที่พวกเธอสร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยมันสมองและสองมือต่างหาก และประสบการณ์ที่ทั้ง 3 สาวจะค่อยๆ สั่งสมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนี้ ก็จะทำให้เพอร์ฟอร์แมนซ์บนเวทีของ Jelly Rocket ครบเครื่องมากกว่านี้ได้อย่างแน่นอน

Processed with VSCO with c1 preset

Jelly Rocket แจกลายเซ็นแฟนเพลง

ในส่วนของโปรดักชั่นแสง สี เสียง Malama Collective ก็ทำออกมาได้ตามมาตรฐานที่ทุกคอนเสิร์ตควรจะมีและควรจะเป็นได้อย่างดีเยี่ยม รวมถึงเซสชั่นแจกลายเซ็นของทั้ง 3 สาวหลังคอนเสิร์ตจบก็เป็นไปอย่างเรียบร้อย ต่อคิวเข้าแถวกันอย่างดีงามและน่าปรบมือให้กับการบริหารจัดการ

และแม้ว่าเราอาจจะคาดหวังกับคำว่า ‘คอนเสิร์ตใหญ่’ อยู่พอสมควรว่าอาจจะมีเซอร์ไพรส์จาก Jelly Rocket ที่ทำให้ร้องว้าวออกมา รวมไปถึงแฟนเพลงบางคนที่เราได้สอบถามความรู้สึกที่พวกเขารู้สึกว่าคอนเสิร์ตค่อนข้างสั้นไปสักหน่อย แต่ทว่าการได้มายืนชม Jelly Rocket เล่น 10 เพลงที่อยู่ในอัลบั้มเต็มชุดแรกในชีวิตของพวกเธอ มันทำให้เรารู้ว่า ตลอดระยะเวลา 2-3 ปีในการทำผลงานเพลงชุดนี้ออกมาไม่ใช่เรื่องง่าย และการที่วงดนตรีหญิงล้วนที่มีอายุเพียงยี่สิบต้นๆ ก้าวขึ้นมายืนอยู่บนจุดนี้ได้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา

เราเชื่อว่า 1 ชั่วโมงเศษบนเวทีที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งความเรียบง่าย จะกลายเป็นความทรงจำที่ Jelly Rocket ไม่มีวันลืม รอยยิ้มและแววตาของพวกเธอบ่งบอกถึงสิ่งที่เรียกว่า ‘ความสุข’ อย่างชัดเจน… รวมถึงแฟนเพลงของพวกเธอก็เช่นเดียวกัน

 

Story by: Chanon B.
Photos by: Chanon B. & Purin A.