_n1a3325

เรื่องราวทั้งหมดนี่มันบ้ามากเลย ฉันนั่งแต่งเพลงอยู่ในห้องนอนแล้ววันหนึ่งฉันก็ได้มาทัวร์ที่ไทย พวกคุณทุกคนร้องเพลงของฉันได้ด้วย ทั้งๆ ที่ฉันคิดว่าจะมีคนมาดูฉันประมาณ 20 คนเท่านั้นเอง ลูซี่ โรส ศิลปินเดี่ยวหญิงนักร้อง นักแต่งเพลงจากประเทศอังกฤษกล่าวด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ ในคอนเสิร์ต Medium Rare presents: Lucy Rose Live in Bangkok ณ Live RCA เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งคอนเสิร์ตในครั้งนี้เป็นการเข้ามาทัวร์ในโซนเอเชียครั้งแรกของเธอด้วย และถึงแม้ว่าทัวร์รอบนี้เธอไม่ได้มาแบบเต็มวง มีเพียงกีตาร์ เปียโนไฟฟ้า และน้ำเสียงชวนฝันอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอเท่านั้น แต่ก็สามารถสะกดคนดูในค่ำคืนนั้นได้อย่างอยู่หมัด ผู้คนในคืนนั้นยืนชมอย่างตั้งใจ จนเธอถึงกับพูดออกมาว่า ฉันประทับใจพวกคุณมากเลยนะ ทุกคนเงียบ และตั้งใจดูโชว์ของฉันมาก แตกต่างจากที่อังกฤษ ฉันต้องตะโกนบอกให้พวกเขาเงียบๆ หน่อยทุกครั้งไป ถึงจะบอกว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้เงียบ แต่ก็ไม่ได้เงียบซะทีเดียว เพราะนอกจากเสียงคนดูที่ร้องตามเธอในเพลง Shiver, Middle of the Bed, Scar และเพลงอื่นๆ แล้ว ในการแสดงครั้งนี้ลูซี่ให้ความเป็นกันเองกับคนดูอย่างพวกเรามาก เธอพูดคุยด้วยท่าทางร่าเริงตลอดทั้งโชว์ แถมยังเปิดโอกาสให้แฟนๆ ขอเพลงได้ด้วย

ลูซี่ โรสเริ่มแต่งเพลงเมื่ออายุ 16 ปีกับเปียโนที่บ้านของเธอ หลังจากนั้นเธอก็ซื้อกีตาร์ในร้านข้างทางที่เธอเดินผ่านไปโรงเรียน และเธอไม่เคยเล่นเพลงของตัวเองให้ใครฟังมาก่อนจนกระทั่งเธอย้ายเข้ามาอยู่ในลอนดอนเมื่ออายุ 18 ปี และแทนที่เธอจะเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยที่เธอสอบเข้าได้ เธอกลับไปร่วมสร้างผลงานดนตรีกับนักดนตรีคนอื่นๆ ตอนนี้นี่เองเธอก็ได้พบกับ แจ็ค สเตดแมน ฟรอนท์แมนแห่งวง Bombay Bicycle Club วงอินดี้ร็อคที่เธอหลงรักมาตั้งแต่ไหนแต่ไรขณะที่พวกเขากำลังเล่นคอนเสิร์ตอะคูสติกเล็กๆ ในผับ และเธอก็ได้โอกาสไปพูดคุยกับแจ็ค เมื่อทั้งคู่เริ่มสนิทกัน แจ็คก็ชวนลูซี่ไปแต่งเพลงและร้องเพลงด้วยกันในเพลง Flaws จากอัลบั้ม Flaws และอีกหลายเพลงในอัลบั้มถัดมาของ Bombay Bicycle Club นอกจากนี้ ลูซี่เองก็ได้ออกทัวร์คอนเสิร์ตกับพวกเขาด้วยเช่นกัน

ต่อมาเธอก็เริ่มทำอัลบั้มเดี่ยวของตัวเอง โดยเริ่มด้วยอัลบั้ม Like I Used To ในปี 2012 ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับที่นิตยสาร Vogue ยกให้เธอเป็นหนึ่งในดาวรุ่งแห่งวงการเพลงอินดี้ หลังจากนั้นชีวิตในวงการดนตรีของเธอก็ก้าวกระโดดขึ้นไปอีกขั้นใหญ่ เมื่อเธอได้ร่วมงานกับวง Manic Street Preachers วงดนตรีเชื้อสายเวลส์ชื่อก้องโลก ในเพลง This Sullen Welsh Heart จากอัลบั้ม Rewind The Film ในปี 2013 และต่อมาในปี 2015 เธอก็ทำอัลบั้มที่ 2 ที่ชื่อว่า Work It Out  

นับจากวันที่ก้าวเท้าออกจากบ้านเพื่อเข้ามาเล่นดนตรีในเมืองใหญ่อย่างลอนดอนจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลา 9 ปี ตอนนี้เธอเป็นศิลปินสาวมากความสามารถที่เดินทางไปทัวร์มาแล้วเกือบทั่วโลก โดยแต่ละที่ก็มีผู้คนรอที่จะฟังเพลงของเธออยู่อย่างใจจดใจจ่อ

แม้จะมีเหตุการณ์หลายๆ อย่างที่ไม่เป็นใจต่อการสัมภาษณ์ลูซี่ในวันนั้น เช่น การซาวนด์เช็ค และไฟที่ห้องสัมภาษณ์เกิดขัดข้อง ทำให้เวลาในการสัมภาษณ์น้อยลง แต่การนั่งรอสัมภาษณ์และได้ฟังเสียงซาวนด์เช็คจากลูซี่ที่ลอดออกมา ก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกอยากทำความรู้จักกับเธอน้อยลงเลยสักนิด เมื่อถึงเวลา ลูซี่ โรส เดินออกมาพบกับเราด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เธอจับมือทักทาย แล้วบอกให้เราเริ่มกันเลย เนื่องจากเธอมีเวลาเพียงนิดเดียวก่อนที่จะต้องกลับเข้าไปเตรียมตัวขึ้นคอนเสิร์ตที่ทุกคนรอคอยนี้

_n1a3410

ทัวร์ในเอเชียครั้งแรกเป็นอย่างไรบ้าง คุณชอบอะไรมากที่สุด?

ตั้งแต่วันที่เริ่มทัวร์จนถึงวันนี้มันเยี่ยมมากนะ คือการที่ได้ไปเที่ยวหลายๆ ประเทศและในเวลาอันสั้น ฉันไม่ค่อยได้ทำอะไรแบบนี้เท่าไหร่ ส่วนสิ่งที่ชอบที่สุดคืออาหารค่ะ ฉันรู้ว่ามันเป็นคำตอบที่ตลกนิดหน่อยแต่จริงๆ นะ (หัวเราะ) ที่จริงแล้วก็ทั้งคนดูและอาหาร คนดูในเอเชียใจดีมาก พวกเขาพูดคุยกับฉันอย่างเป็นกันเองที่สุด แล้วยังให้การต้อนรับ และช่วยเหลือฉันอย่างดีอีกต่างหาก พวกเขาน่ารักมากเลย ส่วนอาหารก็อร่อยมาก อย่างมาที่ไทยก็ได้ชิมไปหลายอย่าง ที่ฉันชอบผัดไทที่สุด

ทัวร์ในเอเชียและยุโรปต่างกันอย่างไร?

ในยุโรปส่วนใหญ่เราจะขับรถกันมากกว่า สำหรับที่นี่เราจะขึ้นเครื่องบินกันเยอะ ซึ่งตอนนี้ฉันก็เริ่มชินแล้ว ฉันว่าการเดินทางก็เป็นเรื่องใหญ่เหมือนกันนะ คนดูที่นี่ดูน่าตื่นเต้นกว่าที่นู่นเยอะ

คุณเอาแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงมาจากไหน?

เป็นคำถามที่ยากมากค่ะ ฉันว่าแต่ละเพลงมันมีที่มาและเหตุผลที่ต่างกัน แต่ฉันคิดว่าหลักๆ มันมาจากประสบการณ์การใช้ชีวิตของฉัน หรือไม่ก็สิ่งที่ฉันซึมซับมาทั้งหลายแหล่ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ ภาพยนตร์ หรือมุมมองที่มีต่อคนอื่น เรื่องราวของเพื่อนที่ฉันได้รับรู้มา ฉันมีแรงบันดาลใจเยอะมาก

 แล้วคนที่เป็นแรงบันดาลใจของคุณล่ะ?  

สำหรับฉันคือโจนี มิตเชลล์ เธอมีอิทธิพลต่อฉันมาก แคโรล คิงก็เหมือนกัน แล้วฉันก็คลั่ง นีล ยังมากๆ เขาแต่งเพลงได้สุดยอดมาก เสียงเขาก็เป็นเอกลักษณ์น่าสนใจมาก เพอร์เฟกต์สุดๆ

ในบรรดาเพลงที่คุณแต่งมา เพลงไหนเป็นเพลงโปรดของคุณ?

เพลงที่ฉันแต่งเองเหรอคะ? ยากอีกแล้ว อืม .. ฉันว่าน่าจะเป็น Little Brave, My Life แล้วก็ Shiver นะ

lucy-rose-39-of-85

เวลาที่คุณแต่งเพลง แล้วให้คนอื่นฟัง มันเหมือนกับการอนุญาตให้คนหลายๆ คนเข้านั่งในสมองของคุณเลย คุณรู้สึกเขินบ้างไหม?

รู้สึกตลอด ยิ่งตอนที่คุณแต่งเพลงเสร็จใหม่ๆ แล้วลองเล่นให้คนอื่นฟังก็จะยิ่งเขิน ฉันเพิ่งแต่งเพลงใหม่เกี่ยวกับครอบครัวของฉันนี่แหละ ซึ่งฉันก็ค่อนข้างกลัวนะที่จะให้พวกเขาฟัง เพราะมันเป็นเพลงที่จริงมาก ฉันเขียนมันไปอย่างจริงใจในแบบที่ฉันเองก็ไม่เคยพูดกับพวกเขาตรงๆ ขนาดนี้มาก่อน คือฉันไม่ได้แต่งเพลงด่าพวกเขานะ แต่แค่เราไม่เคยกล้าที่จะไปเข้าใจ หรือพูดถึงความรู้สึกแบบนั้นมากนัก แล้วเวลาที่คุณโยนตัวเองลงไปอยู่กับความรู้สึกนั้น และพยายามจะจริงใจกับมันให้ได้มากที่สุด มันอาจจะทำให้คุณรู้สึกประหม่าแล้วก็กลัว

ใน 2 อัลบั้มที่ผ่านมา Like I Used To และ Work It Out คุณต้องการจะบอกอะไรกับคนฟัง?

หลักๆ แล้วก็อยากจะสื่อสารความรู้สึกของฉันออกไปอย่างจริงใจ อยากให้คนฟังรู้สึกว่ายังมีคนที่เข้าใจพวกเขาอยู่ เวลาที่พวกเขาฟังเพลงของฉัน ฉันอยากให้พวกเขาไม่รู้สึกโดดเดี่ยว และเพลงที่ฉันเขียนทั้งหมดฉันคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ฉันไม่กล้าที่จะพูดออกมาตรงๆ ในชีวิตจริง ซึ่งฉันก็หวังว่าถ้าใครบางคนที่เจอเรื่องแบบเดียวกันนี้ได้มาฟัง เขาคงรู้สึกคล้ายๆ กัน เหมือนกับว่ามันอาจจะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่คนฟังจะสามารถสื่อสารกับฉันก็ได้นะ

lucy-rose-75-of-85

เราจะได้ฟังอัลบั้มใหม่เร็วๆ นี้บ้างไหม?

ตอนนี้ก็กำลังเขียนอยู่ค่ะ อัดไปแล้ว 8 เพลง หลังจากจบทัวร์นี้ก็จะไปทำให้เสร็จ ซึ่งก็น่าจะออกมาให้ได้ฟังประมาณปีหน้าค่ะ ถ้าทำเสร็จนะ (หัวเราะ) อัลบั้มหน้าส่วนมากก็จะเป็นแค่ฉันกับกีตาร์ เครื่องดนตรีอื่นๆ หรือในส่วนของวงจะไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมมากนัก สไตล์ก็จะเป็นโฟล์คช้าๆ มีความเป็นโซลนิดๆ คือก็จะแตกต่างนิดหน่อยแต่ก็ไม่ขนาดนั้น

ในฐานะที่คุณไม่ได้เป็นแค่นักร้อง แต่ยังเป็นนักแต่งเพลงด้วย คุณอยากจะบอกอะไรกับคนที่มองคุณเป็นตัวอย่างในการแต่งเพลง หรือคนที่มีคุณเป็นแรงบันดาลใจ หรือยิ่งไปกว่านั้นคนที่อยากจะแต่งเพลง แต่ไม่กล้าเริ่ม?

ฉันว่าสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับดนตรีคือ ดนตรีมันเกิดขึ้นมาเพื่อคุณนะ ฉันหมายถึงความรู้สึกที่มันให้กับคุณน่ะ และถ้าคุณโชคดีพอที่จะสามารถเชื่อมโยงกับดนตรีได้แบบที่คุณสามารถนั่งเขียนเนื้อเพลง หรือนั่งเล่นดนตรีอะไรสักอย่างได้ แล้วมันทำให้คุณรู้สึกอะไรบางอย่างได้ด้วย คุณเป็นคนที่โชคดีมากๆ จริงๆ เพราะว่าคนที่จะสามารถรู้สึกได้ว่าเขาเชื่อมต่อกับดนตรีได้จริงๆ และรู้สึกว่ามันสำคัญกับชีวิตเขามากๆ มันก็มีไม่เยอะหรอก ฉันจะไม่บอกให้คุณให้ “สู้สู้, ฉันรู้คุณทำได้!” หรืออะไรแบบนั้น เพราะชีวิตนี้คุณไม่มีทางรู้หรอกว่าคุณทำอะไรได้ หรือทำอะไรไม่ได้ แต่ฉันอยากจะขอให้คุณเห็นคุณค่าของการที่คุณสามารถเชื่อมโยงกับดนตรี การเขียนเพลง และการแสดงความรู้สึกของคุณผ่านดนตรี เพราะมันคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตอย่างแท้จริงค่ะ

_n1a3447

Story by Pensagow S. 

Photo by Purin A, Medium Rare Live