Lukas-Graham-bb10-beat-2016-billboard-650-compressed

ลูคัส ฟอร์ชแฮมเมอร์ ฟรอนต์แมนแก้มยุ้ยอารมณ์ดีแห่งวง Lukas Graham เจ้าของเพลงบัลลาดยอดฮิตอย่าง 7 Years มาเล่าเบื้องหลังชีวิตที่ไม่ได้นุ่มนวลเหมือนน้ำเสียง ทั้งการโตมาในย่านอันธพาล กัญชา พร้อมให้เหตุผลว่าทำไมเขาไม่เคยฟังเพลงของอเดลจนจบอัลบั้มได้เลย…

 

บางครั้งการเป็น ดารา ก็ทำให้ไม่อยากทำตัวติดดิน แต่สำหรับลูคัส ฟอร์ชแฮมเมอร์ นักร้องชาวเดนมาร์กแห่งวง Lukas Graham นั้น เท้าของเขายังอยู่บนดินเสมอ เขาคือเจ้าของเพลงบัลลาดสะท้อนชีวิตสุดซึ้งอย่าง 7 Years ที่ดังทั่วโลกในชั่วพริบตารวมถึงในไทย ลูคัสกับเพื่อนร่วมวงอีก 3 คน มาร์ค ฟัลเกรน (มือกลอง) แม็กนัส ลาร์สสัน (มือเบส) และ แคสเปอร์ ดักการ์ด (มือคีย์บอร์ด) กำลังบรรเลงเปียโนกันหน้าระรื่นอยู่ที่สำนักงานใหญ่วอร์เนอร์บราเธอร์ส ในกรุงลอนดอน แต่พอเจ้าหน้าที่เรียก 4 หนุ่มให้เปลี่ยนเป็นชุดเท่เพื่อถ่ายรูป รอยยิ้มของลูคัสก็หดหายไปทันที

ลูคัสมาบ่นให้เราฟังทีหลัง “ถ้าต้องถ่ายรูป ผมขอใส่ชุดของตัวเองเท่านั้น ไม่ใช่แจ็คเก็ตหนังรูดซิปแบบไมเคิล แจ็คสัน หลายคนไม่มีความมั่นใจพอที่จะเป็นตัวของตัวเอง คนพวกนั้นไม่ใช่ผม!”

เพลง 7 Years ได้อันดับ 2 บนชาร์ต Hot 100 ได้คงเพราะเล่นกับความรู้สึกของผู้ฟัง เหมือนเป็นเพลงบัลลาดที่สอนใจคนเกี่ยวกับแต่ละช่วงชีวิต “Once I was 7 years old, my mama told me go make yourself some friends or you’ll be lonely.” เริ่มด้วยการย้อนอดีตว่าแม่เคยสอนให้มีเพื่อนไม่งั้นจะเหงา แต่ตอนท้ายของเพลงนั้นพูดถึงอนาคต “Soon I’ll be 60 years old… Will I have a lot of children who can warm me?” เหมือนกำลังคุยกับเราว่ารู้สึกเหงาจริงอย่างที่เขาว่าหรือเปล่า ความหมายที่แสนกินใจทำให้เพลงนี้ขายดีอันดับหนึ่งในสหรัฐอเมริกา และยังขึ้นอันดับหนึ่งทั้งในประเทศออสเตรเลีย เบลเยี่ยม นิวซีแลนด์ ไอร์แลนด์ และอังกฤษ

หน้าตาท่าทางของลูคัสในมิวสิควิดีโอหรือภาพถ่ายทั่วไป เขามีรอยยิ้มสดใสเหมือนบรูโน่ มาร์ส บางมุมคล้ายดูเอ็ด ชีแรนด้วย แต่บุคลิกที่แท้จริงของลูคัสนั้นไม่ใช่ทั้ง 2 แบบ เขาคือวัยรุ่นที่เก๋าใช้ได้ หรือจะเรียกว่าจิ๊กโก๋ก็ไม่ผิดนัก เพลงนุ่มนวลและเสียงเปียโนในเพลง 7 Years ทำให้คนตัดสินไปแล้วว่าหนุ่มๆ วงนี้เป็นคนใจเย็น เข้าใจสัจธรรมชีวิต แต่อย่ายอมให้เพลงนี้เพลงเดียวหลอกคุณได้เชียว เพราะในอัลบั้มเดียวกันนั้นมีเพลง Better Than Yourself (Criminal Mind Pt.2) ที่หยิบยกปัญหาสังคมที่โลกลืมอย่างวัฒนธรรมแก๊งสเตอร์ในเดนมาร์ก ถิ่นที่พวกเขาโตมานั่นเอง

“เพลงนี้ผมแต่งให้เพื่อน” ลูคัสขยายความหลังเล่าให้ฟังว่าเมื่อ 4 ปีก่อนเขาเคยโดนไล่ยิงตอนอยู่ในรถ “อยากรู้ไหมว่าทำไม เพื่อนผมคนนี้มันตัวแสบไงครับ เขาติดยา ผมไปเยี่ยมเขาหลายครั้งที่คุกแต่เขาหนีไปอยู่อิหร่านแล้วล่ะ ทุกวันนี้นานๆ ทีจะสไกป์คุยกันบ้าง เพื่อนผมแต่ละคนไม่ใช่ลูกที่น่ารักของพระเจ้าหรอกนะ พวกเขาทั้งขายยา พกปืน มีเสื้อเกราะกันกระสุน แต่พวกเขาเป็นเพื่อนที่ดีนะ ผมพูดจริงๆ”  

ลูคัสเข้าใจเพื่อนได้ขนาดนี้เพราะเขาเองก็เกิดในย่านที่ไม่ได้สวยหรู แม่ของลูคัสเป็นคนเดนมาร์ก ส่วนพ่อเป็นคนไอริช ครอบครัวของเขาอาศัยอยู่กลางเมืองโคเปนเฮเกน เป็นชุมชนฮิปปี้ที่ไม่ได้รับการแลเหลียว จะมีก็แต่ตำรวจที่แวะเวียนมาบ่อยเพราะยาเสพย์ติดชุกชุมและพวกอันธพาลในเมืองชอบมาสิงสถิตอยู่ “ไม่ใช่ย่านที่สวย แต่มันคือบ้าน” ลูคัสบอกกับเรา

ความสามารถและความมั่นใจของลูคัสมีเกินร้อย เขาเรียนร้องเพลงตั้งแต่ 3 ขวบก่อนจะเริ่มเรียนเพลงคลาสสิคตอน  8 ขวบ “ผมยังเด็กมากในตอนนั้น แต่เริ่มรู้แล้วว่าเสียงของผมทำให้คนอึ้งได้” ลูคัสเล่าไปยิ้มไป แถมยังบอกอีกว่าการไปโรงเรียนนั้นน่าเบื่อ และการมีเรื่องกับตำรวจเป็นอะไรที่เขาชินแล้ว ลูคัสเคยโดนตำรวจตะครุบตัวตั้งแต่อายุเพียง 10 ขวบ “ผมโดนจับแค่ครั้งเดียวเอง ข้อหามีกัญชาในครอบครองนิดหน่อย บางคนเล่นมันแล้วควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่สำหรับผมไม่เป็นไรเลย”

ลูคัสเริ่มแต่งเพลงป๊อปได้เมื่อปี 2010 และปีนั้นเองเขาก็ได้ฟอร์มวง Lukas Graham ขึ้นมา คำว่า แกรม นั้นได้มาจากชื่อกลางของพ่อ สมาชิกวงที่เหลือก็ล้วนเป็นเพื่อนสนิทกันสมัยเด็กทั้งนั้น เราถามลูคัสว่าทำไมตั้งชื่อวงเป็นชื่อตัวเอง แล้วเพื่อนคนอื่นคิดอย่างไร “ก็ผมเป็นคนเดียวในวงที่แต่งเพลงได้นี่ครับ แม้จะต้องพยายามมากสักหน่อย แต่เพื่อนๆ ผมไม่ถนัดเลย” พวกเขาเซ็นสัญญากับค่ายโคเปนเฮเกน เรคคอร์ดส (ในเครือยูนิเวอร์แซลมิวสิก) ทางค่ายเริ่มก้าวแรกบอกพวกเขาให้โปรโมตตัวเอง ให้เหมือนเป็นศิลปินใต้ดิน “สื่อมักให้ข่าวว่าเราเป็นศิลปินไร้สังกัด เราอัพคลิปยูทูปแล้วดังเอง ซึ่งไม่ใช่ความจริงหรอกครับ” ในที่สุดลูคัสก็เฉลย “ใครๆ ก็อยากมีสตอรี่นี่นา จริงไหม?”

แต่จะแต่งเรื่องขนาดไหนก็ตาม Lukas Graham ดังได้เพราะยูทูปจริงๆ วันนี้พวกเขาผันตัวมาอยู่ค่ายวอร์เนอร์บราเธอร์ส ซึ่งทางค่ายก็มักยินดีช่วยแปลงโฉมศิลปินอยู่แล้ว แต่คงใช้ไม่ได้กับฟร้อนต์แมนผู้มั่นใจในความคิดของตัวเองคนนี้ คาเมรอน แสตรง ซีอีโอของค่ายจึงจะไม่ขอแตะต้องความเป็นลูคัส “ลูคัสเขาทำเฉพาะสิ่งที่เขาเป็นในชีวิตจริงเท่านั้น ศิลปินที่ยิ่งใหญ่ต้องแน่วแน่ให้ได้แบบนี้ครับ”

แฟนส่วนมากจำภาพความเป็นนักร้องบัลลาดไปแล้ว จึงอาจตกใจเมื่อได้ฟังเพลง Drunk in the Morning หรือ Better Than Yourself เพราะเนื้อหาดาร์กจนไม่น่าเชื่อว่าร้องโดยคนเดิม แต่คงจะชอบเพลงดราม่าอื่นๆ ในอัลบั้ม เพราะมีหลายเพลงที่แต่งขึ้นหลังพ่อของลูคัสเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ และมีเพลงรักแซมอยู่บ้าง แต่จะให้เขียนแต่เพลงรักตลอดไปลูคัสคงทำไม่ได้ “ไปให้เทย์เลอร์ สวิฟต์เขียนสิครับ นี่คืออีกสาเหตุว่าทำไมผมทนฟังเพลงของอเดลจนจบอัลบั้มไม่ได้ เสียงเธอดีมากนะ แต่สงสัยว่าแฟนเพลงเอาแต่เชียร์ให้เธอร้องเพลงรักอย่างเดียวละมั้ง”

กลายเป็นหนุ่มแถวหน้าของชาร์ตระดับโลกแบบนี้ อย่าเพิ่งคิดว่าเขาจะเดินเชิดหน้ายืดอกเวลาอยู่ตามท้องถนน “คืนก่อนผมออกไปเดินแถวบ้าน มีแกงค์เดินเข้ามาหาผมท่าทางเอาเรื่อง ผมก็นึกในใจว่าซวยแล้วไง แต่เปล่าครับ พวกเขาเดินมาบอกว่าชอบเพลง Criminal Mind Pt.2 สรุปคือมารุมจริง แต่ไม่ใช่รุมอัด พวกเขามารุมชมเพลงของลูคัสต่างหาก “ผมเลยตอบไปว่า เอ่อ…ขอบคุณทุกท่านครับ ขอบคุณนะครับ”

Story and photo by: Billboard
Translated by: Sutthimas R.