elizabeth-banks-2016-billboard-1548

*เนื้อหาด้านล่างทั้งหมดเขียนขึ้นโดย เอลิซาเบ็ธ แบงคส์ นักแสดงสาว/แฟนตัวยงผู้เคยทำงานใกล้ชิดกับมาดอนน่า*

พลิกปฏิทินกลับไปเดือนกันยายนปี 2001 ฉันกำลังขับรถไปตามถนนซานตา โมนิกา เพื่อไปแคสต์งานแสดงภาพยนตร์เรื่อง Swept Away ของผู้กำกับ กาย ริทชี่ ซึ่งได้มาดอนน่าผู้เป็นภรรยาของเขา ณ ตอนนั้นเล่นเป็นตัวเอก แทนที่จะมุ่งหน้าไปสำนักงานหรือสตูดิโอสักแห่ง ฉันกำลังจะไปบ้านของมาดอนน่า บ้านของมาดอนน่าเชียวนะ! ต้องบอกเลยว่าเพลงของมาดอนน่านี่เป็นซาวนด์แทร็คประกอบชีวิตวัยหัวเลี้ยวหัวต่อของฉันเลย เธอคือไอดอลทั้งในเรื่องของความเป็นเฟมินิสต์และความเป็นศิลปิน

เมื่อฉันไปถึงบ้านของมาดอนน่า ภาพแรกที่ปรากฏคือมาดอนน่ากำลังอุ้มร็อกโกลูกชายตัวน้อยหนีบไว้ที่เอว เธอบอกว่าออดิชั่นของฉันตลกดีและฉันน่าจะเล่นเรื่องนี้ได้ ส่วนฉันน่ะหรือ? ฟังเธอพูดไปก็พยายามตั้งสติหายใจเข้าออก เดาว่านั่นคือคำตอบว่าฉันได้บทนี้แล้ว ซึ่งฉันเข้าใจไม่ผิด สัปดาห์หลังจากนั้นช่างเหมือนฝันเหลือเกิน ฉันเคยไปดูมาดอนน่าสมัยฉันยังเป็นวัยรุ่นเท่านั้น จนในปี 2001 นั่นเองที่ฉันซื้อบัตรไปดูคอนเสิร์ต “Drowned World Tour” ของเธอที่สเตเพิลส์ เซ็นเตอร์ วันที่ 11 กันยายน แต่ดันมีเหตุโศกนาฏกรรมในนิวยอร์กเกิดขึ้นเสียก่อนทำให้คอนเสิร์ตถูกเลื่อนออกไป จนพอถึงวันแสดงจริง มาดอนน่าเริ่มโชว์ด้วยคำภาวนาเพรียกหาสันติภาพ “ถ้าคุณอยากเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ จงเปลี่ยนตัวเอง” ฉันชมการแสดงตลอดค่ำคืนนั้นทั้งใบหน้าอาบน้ำตา

ถ้าใครเคยทำงานใกล้ชิดกับมาดอนน่าเหมือนอย่างที่ฉันขลุกอยู่กับเธอหลายเดือนระหว่างออกกองที่มอลตา จะเข้าใจดีว่าทำไมมาดอนน่าถึงเป็นมาดอนน่า เธอทำงานหนักกว่าทุกคนบนโลกนี้ที่ฉันเคยรู้จัก เธอสร้างกฎเกณฑ์เป็นของตัวเอง และดูแลตัวเองเป็นอย่างดีจนเป็นแม่แบบให้ศิลปินรุ่นต่อไปอย่าง เทย์เลอร์ สวิฟต์ หรือ อเดล ได้ยึดเหนี่ยว ตลอดชีวิตการทำงานกว่า 30 ปีของผู้หญิงคนนี้ เธอเป็นศิลปินที่มีเพลงติดท็อปเทนชาร์ตบิลบอร์ด Hot 100 จำนวนมากที่สุด และทำเงินได้มากถึง 1.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 46,319 ล้านบาท) จากการตระเวนทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก  ขณะนี้ในวัย 58 ปี เธอเป็นศิลปินหญิงที่ทำเงินจากการทัวร์ได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ลำพังแค่ “Rebel Heart Tour” ครั้งล่าสุดนี้ก็ทำเงินได้ถึง 170 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 6 พันล้านบาท) จากการแสดง 82 ชุดด้วยกัน

madonna-live-london-2015-billboard-650

แต่เงินไม่ใช่สิ่งแรกที่อยู่ในห้วงความคิดเมื่อพูดถึงมาดอนน่า เรามักนึกถึงการเสียสละเพื่อครอบครัว ทั้งลูกสาว ลอร์เดส วัย 20 ปี, ร็อกโก 16 ปี, เดวิด แบนดา 11 ปี และ เมอร์ซี่ เจมส์ อายุ 10 ปี รวมถึงการสนับสนุน LGBTQ ผ่านแคมเปญขององค์กรไม่แสวงผลกำไรชื่อว่า Raising Malawi ที่เธอช่วยปลุกปั้นขึ้นมาตั้งแต่ปี 2006 เพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้าในแอฟริกา ลมหายใจของมาดอนน่ามีไว้เพื่อทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นจริงๆ

บ่ายวันจันทร์ที่ผ่านมาฉันมีทั้งนัดประชุมผู้ปกครองของลูกและประชุมกับทีมงาน Pitch Perfect 3 และยังเป็นบ่ายที่ฉันต่อสายคุยกับมาดอนน่าอีกด้วย

 

ตอนนี้อยู่ที่ไหน?

ฉันอยู่นิวยอร์ก มาตกลงเรื่องที่จะเอางานศิลปะของ Raising Malawi ไปประมูลที่งาน Art Basel ไมอามี มาคุยกับพวกศิลปินและคนอารมณ์แปรปรวนทั้งหลายแหล่น่ะ

กะว่างานนี้จะร่วมกับศิลปินสักกี่คน?

น่าจะมีผลงานสวยๆ สัก 12 ชิ้น อยากให้มีแต่ของศิลปินที่ฉันชอบ หรือเป็นเพื่อนกัน หรือไม่ก็ของสะสมของฉันเอง แรกเริ่มเดิมทีงานนี้เป็นงานศิลปะเฉยๆ แต่ตอนนี้เหมารวมไปถึงการสร้างประสบการณ์ด้วยเพราะฉันอยากให้ออกมาน่าสนใจที่สุดเท่าที่ทำได้ เช่น ออกทริปไปมาลาวีกับฉัน ที่ที่ฉันรับอุปการะลูกมานั่นเอง (เดวิด แบนดา และ เมอร์ซี่ เจมส์) อีกอย่างที่คิดไว้คือชวนคนไปเล่นไพ่กับโจนาห์ ฮิลล์ และ เอ็ด นอร์ตัน หรือไปอยู่ที่คฤหาสน์ของลีโอนาร์โด ดีคาพริโอที่ปาล์มสปริงส์สักอาทิตย์หนึ่ง ฉันก็ไม่ได้จะให้มันซับซ้อนอะไรขนาดนี้หรอก แต่ก็นะ ชีวิตก็แบบนี้แหละ มันซับซ้อนเพราะฉันเรื่องมากไปกับทุกสิ่ง ทั้งแสงสี ม่าน ดอกไม้ เครื่องเรือน อาหาร งานประมูลครั้งนี้ต่อยอดมาจากตัวตนของฉัน ฉันเลยอยากให้ทุกอย่างออกมาสวยงาม มีรสนิยม และครบครัน เลยเหนื่อยเป็นพิเศษเพราะฉันเก็บตกทุกอย่างสารพัด ทั้งคนที่จะมาพูด ชุดที่พวกเขาจะใส่ เพลย์ลิสต์เพลงที่จะเปิด ฯลฯ

จะมีวันปล่อยวางไหม หรือคิดว่าต้องทำไปเรื่อยๆ ?

ต้องทำสิ

ทำไมล่ะ?

ถ้าจะใช้ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ จะโทษความทรงจำวัยเด็กก็ได้นะ ตอนที่แม่ฉันกำลังจะเสียชีวิตแล้วไม่มีใครบอกฉัน มันเป็นความรู้สึกสูญเสียจนกลายเป็นเสียศูนย์ในวัยเด็ก พอโตมาถึงได้เป็นคนที่คิดจะลงมือควบคุมทุกอย่างให้ได้ ไม่มีใครมาพูดหรือตัดสินใจแทนฉันได้ทั้งนั้น จะบอกว่าฉันมันบ้าอำนาจเจ้ากี้เจ้าการก็ไม่ผิด ใครๆ ก็รู้ว่าฉันเป็นแบบนั้น ฉันไม่อยากให้มีสิ่งที่ไหนที่เกิดขึ้นแล้วฉันไม่ภูมิใจกับมัน  ทุกอย่างที่ฉันทำ ไม่ว่าจะการแสดง ภาพยนตร์ บ้านที่อาศัย หรือวิธีเลี้ยงลูก ฉันถือว่าร้ายแรงมากนะถ้ามีรายละเอียดตรงไหนถูกมองข้ามไป

ฉันอยากถามคุณเกี่ยวกับเรื่อง อายุในโลกดนตรี อย่างวงการฮอลลีวู้ดถ้าผู้หญิงอายุมากขึ้นก็มักไม่ค่อยมีใครป้อนบทให้ ฉันคิดว่าถ้าเป็นโลกเพลงป๊อปคงลำบากยิ่งกว่า แล้วเวลาคุณทำเพลงหรือออกทัวร์คุณสงสัยบ้างหรือเปล่าว่าตัวเองยังเป็นคนสำคัญอยู่ไหม?

ฉันไม่แคร์ คนอื่นต่างหากที่แคร์ ฉันไม่สนใจอายุของตัวเองหรอกนอกเสียจากจะมีใครทักขึ้นมา ฉันรู้สึกว่าฉันมีสมอง มีประสบการณ์ มีความรู้และมุมมอง วัยรุ่นจะคิดอย่างฉันไหมก็อาจจะไม่ แต่โอเค ฉันเข้าใจนะ แล้วไอ้ประโยคที่ถามว่า “เรายังสำคัญอยู่ไหม” เนี่ยมันเกิดขึ้นมาได้เพราะเราอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยการแบ่งแยกไงล่ะ ปัญหาเรื่องอายุเป็นสิ่งที่ใช้พูดกับเพศหญิงเท่านั้น มันจึงไม่พ้นเรื่องของการเหยียดเพศ การดูถูกผู้หญิงและการยกย่องให้ผู้ชายเป็นใหญ่ สมมติถ้าเป็นลีโอนาร์โดตอนอายุ 60 คงไม่มีใครถามเขาแบบนี้หรอก ถามว่าฉันยังสำคัญอยู่ไหม อ๋อ ในสังคมแบบนี้น่ะเหรอ? ถ้าในหมู่คนมีการศึกษาที่ไม่ได้แอนตี้ผู้หญิงล่ะก็ แน่นอนอยู่แล้ว

madonna-billboard-in-music-1548

 

คิดยังไงกับผลการเลือกตั้ง?

รู้สึกเหมือนใครสักคนตายจากไป รู้สึกเหมือนโดนหักอกและหักหลัง คล้ายกับเวลาใครสักคนที่คุณรักหมดใจได้ทิ้งคุณไป ฉันตื่นมาคิดทุกเช้าว่า “เดี๋ยวนะ นี่โดนัลด์ ทรัมป์ ยังเป็นประธานาธิบดีอยู่เลย” และไม่ใช่แค่ฝันไปเสียด้วยสิ อีกอย่างคือรู้สึกว่าผู้หญิงกำลังทรยศกันเอง เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงที่โหวตให้ทรัมป์ออกมาสูงลิ่วจนน่าตกใจ

คุณคิดว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้นไปได้?

ผู้หญิงเกลียดผู้หญิงด้วยกันเองไงล่ะ ฉันคิดอย่างนั้น ธรรมชาติของผู้หญิงไม่ค่อยชอบสนับสนุนเพศเดียวกันนักหรอก เศร้าเนอะ ผู้ชายช่วยกันปกป้องพวกพ้อง แต่ผู้หญิงดันปกป้องสามีและลูก มันคงมาจากความริษยาและเป็นความเชื่อลึกๆ ว่าเพศหญิงด้วยกันไม่น่าจะเป็นผู้นำประเทศได้ หรือบางคนไม่คิดจะไปลงคะแนนเพราะไม่ถูกใจผู้สมัครคนไหนเลย บางคนก็ไม่ได้คิดว่าทรัมป์จะมีโอกาสชนะ เหมือนพวกเขาตัดสินใจปล่อยมือจากพวงมาลัย ผลสุดท้ายรถก็ชน

แล้วแปลกใจไหมที่เป็นแบบนี้?

แน่นอนสิ หมดอาลัย สิ้นหวัง แปลกใจ ช็อก ยังหลับไม่สนิทเลยสักคืนตั้งแต่เขาได้เป็นประธานาธิบดี พวกเรานี่โคตรซวยเลยจริงๆ

รู้จักใครไหมที่โหวตให้ทรัมป์?

มี เถียงกันชุดใหญ่ไปหลายทีแล้วด้วย

พวกเขาพูดว่าอะไรบ้าง?

เขาก็บอกว่าให้นักธุรกิจเก่งๆ มาบริหารประเทศดีกว่ายอมให้ผู้หญิงหลอกลวงมาทำหน้าที่นี้ แปลกชะมัด แต่อย่างที่รู้กันว่าประชาชนไม่ค่อยศรัทธาในรัฐบาลอยู่แล้ว เราอยู่ในประเทศที่ขับเคลื่อนโดยนายทุน จะว่าไปที่โดนัลด์ ทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดีก็เพราะเหตุนี้ เพราะเงินคืออำนาจไง อำนาจไม่ได้มาจากสติปัญญา ประสบการณ์ทำงานหรือคุณธรรม อำนาจไม่ได้มาซึ่งความสามารถในการตัดสินใจที่เฉลียวฉลาด ไม่ได้มาซึ่งการคิดถึงอนาคตของเผ่าพันธุ์มนุษย์

ศิลปินจะตอบโต้ยังไงกัน?

ฉันเห็นเขาก่อม็อบกันหลายที่ในแมนฮัตตัน แต่ท้ายที่สุดแล้วการประท้วงต้องหมายถึงอะไรสักอย่างนะ ต้องแสดงบางอย่างออกมาให้เห็น

คิดว่าคุณจะเป็นตัวแทนในการเปลี่ยนแปลงได้ไหม?

คุณก็รู้คำตอบดีอยู่แล้วนี่ ฉันกำลังพยายามหาลู่ทางตอบโต้ทรัมป์ ฉันชอบไอเดียให้ผู้หญิงเดินขบวนที่วอชิงตัน ดีซี หนึ่งวันหลังวันแต่งตั้งประธานาธิบดีนะ อยากร่วมด้วย ฉันน่ะเกิดมาบนโลกนี้เพื่อช่วยคนไม่มีทางสู้และฉันนี่แหละที่ขอท้าชนทุกการแบ่งแยก

เห็นว่าเป็นคนนิวยอร์กเหมือนกัน คุณเคยพบกับทรัมป์มาก่อนไหม?

ฉันจะไม่เรียกเขาว่าเพื่อนหรืออะไรทั้งนั้น แต่แน่นอนว่าฉันเคยเจอเขาแล้ว หลายปีก่อนฉันไปถ่ายงานให้แคมเปญหนึ่งของแบรนด์ Versace ที่ มาร์ อา ลาโก ไพรเวทคลับของทรัมป์ เขาเป็นคนเฟรนด์ลี่มากนะ ดูมีเสน่ห์ตามประสาผู้ชายทั้งแท่ง ตอนนั้นได้แต่คิดว่าอุดมการณ์ทางการเมืองแย่ๆ ของเขาก็ตลกดีเหมือนกัน แน่ล่ะ ใครจะไปรู้ว่าเขาจะกลายมาเป็นประธานาธิบดีในอีกยี่สิบปีข้างหน้าแบบนี้ ฉันโอเคกับการที่มีคนแบบเขาอยู่บนโลก แต่เขาแค่ไม่น่ามาเป็นผู้นำประเทศ คนละเรื่องกันเลยกับบารัค โอบามา

เวลาเดินทางไปมาลาวีหรือที่ไหนๆ คุณคงสัมผัสได้สินะว่าข่าวประธานาธิบดีคนใหม่ของเรากระทบไปทั่วโลก?

เราเป็นประเทศที่น่าหัวเราะเยาะใส่ที่สุดในจักรวาล ณ ตอนนี้ เราไม่อาจไปวิจารณ์รัฐบาลหรือผู้นำของใครได้อีกแล้ว ขายหน้าเขาจริงๆ

madonna-malawi-650-430

 

ได้เรียนรู้อะไรจากการทำงานเพื่อมาลาวีบ้าง?

มันคือการเปิดโลกทัศน์ ทำให้ฉันได้เชื่อมโยงกับองค์กรไม่แสวงผลกำไรในประเทศอื่นๆ อีกมากมายในทวีปแอฟริกา ทำให้ฉันได้มีส่วนเรียกร้องถึงความสำคัญของมัธยมศึกษาสำหรับเด็กผู้หญิง เพราะที่นั่นเด็กผู้หญิงไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนให้เรียน ฉันทำงานที่มาลาวีมาเป็นสิบปีแล้ว ฉันมีปณิธานที่ยิ่งใหญ่และรักประเทศนั้น และจะไม่ทอดทิ้งพวกเขา ฉันโชคดีที่รับลูกมาเลี้ยงถึงสองคน ตั้งแต่นั้นมาก็ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะทุ่มเทไม่หยุดหย่อนเพื่อให้มาลาวีเป็นประเทศที่พึ่งพาตนเองได้ ฉันสร้างสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า มอบเงินให้คลินิกและโรงเรียน มีอะไรอีกตั้งมากมายยาวเหยียดที่ฉันทำ ฉันสนับสนุนหมอผ่าตัดเด็กที่ชื่อ อีริค บอร์กสไตน์ ด้วย เขาคือเทวดาในร่างคนจริงๆ นะ เขายอมอุทิศตัวเพื่อแลกกับการดูแลเด็กๆ อย่างไม่เคยเหนื่อย ไม่เคยกลัว เห็นเขาผ่าตัดเคสสาหัสมาหลายหนแล้ว ฉันทนไม่ไหวเลยสร้างโรงพยาบาลและให้ทุนการศึกษาสำหรับหมอผ่าตัดคนอื่นๆ เพื่อจะได้มาช่วยนายแพทย์อีริคอีกแรง ทั้งหมดคือหัวใจของการระดมทุนในงาน Art Basel ครั้งนี้ ฉันต้องการให้ศิลปะช่วยเกื้อหนุนโรงพยาบาล ศิลปะคือวิธีการแสดงออกของฉัน และศิลปะคือหนทางให้ฉันได้เปลี่ยนแปลงโลกใบนี้

ฉันเข้าไปดูโซเชียลมีเดียของคุณ เห็นคุณโพสต์เรื่องมาลาวีกับครอบครัวตลอด

ครอบครัวเป็นทุกอย่างสำหรับฉัน ให้ไปออกรบแทนก็ยอม ทุกอย่างที่ฉันต่อสู้ฉันทำไปเพื่อลูกๆ อยากเห็นเขามีอนาคตที่สดใส ครอบครัวเราไม่เหมือนใครแต่เราสามารถคุยกันได้ทุกเรื่องบนโต๊ะอาหาร ลูกชายวัย 11 ขวบของฉันพูดเรื่องมัลคอล์ม เอ็กซ์, มาร์ติน ลูเธอร์ คิง, เนลสัน แมนเดลา หรือ เจมส์ บอลด์วิน ได้อย่างฉะฉาน อย่างเมอร์ซี่ลูกสาวของฉันเล่นเปียโน เราก็คุยกันได้แม้เรื่องนีน่า ซีโมน นี่เป็นสิ่งที่ฉันภูมิใจมากเลย

ใช้เกณฑ์ตัดสินยังไงเวลาจะโพสต์เรื่องของลูกลงโซเชียลมีเดีย?

เวลาฉันโพสต์เรื่องของลูกฉันต้องขออนุญาตพวกเขาก่อน บางครั้งลูกๆ ส่งรูปมาให้ฉันแล้วกำกับไว้ด้วยว่าอันนี้แม่ห้ามโพสต์ ซึ่งฉันก็จะทำตาม พวกเขามีพื้นที่ส่วนตัวซึ่งฉันให้ความเคารพ ฉันยังมองว่าลูกเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานของฉันและงานที่เราทำร่วมกันด้วย

แล้วมาดอนน่าในฐานะคนทำภาพยนตร์ล่ะ ช่วงนี้เป็นยังไง?

ฉันจะทำภาพยนตร์อีก เขียนสกรีนเพลย์ไว้แล้วตั้งเยอะแยะแต่ต้องดูอีกที ทำหนังมันเรื่องใหญ่นะ เพราะมีคนมากมายเป็นปัจจัย ไม่เหมือนทัวร์คอนเสิร์ตที่แค่ตัวฉันนึกจะทำก็ทำ แต่พอเป็นภาพยนตร์เราจะยึดแค่ตัวเองไม่ได้ มันมีเรื่องยุบยิบกวนใจกว่าเยอะ

นอกจากเรื่องทรัมป์ คนอย่างมาดอนน่ายังกังวลอะไรอีก? เคยกังวลอะไรบ้างไหม?

อะไรกัน ฉันก็ห่วงไปทุกเรื่องนั่นแหละ ฉันเป็นห่วงลูกๆ ตลอดทั้งวัน ห่วงสุขภาพของตัวเอง ห่วงว่าจะทำอะไรทันเวลาหรือเปล่า ห่วงทุกโปรเจกต์ที่อยู่ในมือ ห่วงว่าแต่ละคืนจะได้นอนไหม สถานการณ์บนโลกฉันก็ห่วง ไม่มีอะไรหรอกนะที่ฉันไม่ห่วง

 

 

Story and photos by: Elizabeth Banks/Billboard
Translated by: Sutthimas R.