malama (12)

 

หลังจากชื่อของ Malama Collective (มาละมา คอลเลคทีฟ) ได้ปรากฏอยู่บนโซเชียลมีเดียมาสักระยะหนึ่ง และเป็นที่สงสัยไปทั่วทั้งวงการว่า พวกเขาคือใคร และจะมาสร้างสิ่งใหม่ให้กับวงการดนตรีบ้านเราอย่างไรกันแน่ ล่าสุดเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว Malama Collective ก็จัดงานแถลงข่าวอย่างอบอุ่น ณ ร้าน PLAY YARD by Studio Bar ลาดพร้าวซอย 8 เพื่อแถลงถึงทุกข้อข้องใจอย่างหมดเปลือก

“Malama คือกลุ่มชุมชนนักดนตรีครับ โดยจะเป็นทางเลือกที่ 3 ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างระบบค่ายเพลงและการเป็นศิลปินอิสระ” พาย-ปิยะพงษ์ หมื่นประเสริฐดี Director ของ Malama กล่าว โดยเขาเน้นย้ำกับ บิลบอร์ด ไทยแลนด์ ว่า Malama ไม่ใช่ค่ายเพลง เพียงแต่อาจมีแนวคิดการดำเนินงานที่คล้ายคลึงกับค่ายเพลงในส่วนของการมีทีมงานคอยซัพพอร์ตและช่วยเหลือศิลปินเพียงเท่านั้น ซึ่งจุดที่แตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเรื่อง ‘กองทุนส่วนกลาง’ ที่นำแนวคิดมาจากรูปแบบของสหกรณ์นั่นเอง

malama (10)

จากซ้าย: พาย-ปิยะพงษ์ หมื่นประเสริฐดี และ กัน-กันดิศ ป้านทอง 

“โดยปกติแล้ว ค่ายเพลงจะเป็นผู้ลงทุน ตัวศิลปินเองอาจไม่ทราบว่าค่ายลงทุนไปเท่าไหร่ หรือการหักส่วนแบ่งไปมันทบกับต้นทุนแล้วหรือยัง แต่สำหรับ Malama ศิลปินจะรู้ว่าพวกเขาใช้เงินไปเท่าไหร่ เพราะศิลปินจะเป็นคนคิดและกำหนดเองว่า อยากจะทำโปรเจกต์อะไร ต้องใช้ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ รวมถึงรายได้ที่พวกเขาจะหามาได้นั้นมาจากแหล่งใดบ้าง เพื่อที่จะมาทบต้นทุนของพวกเขาเอง” หัวเรือใหญ่ของโปรเจกต์ดังกล่าวอธิบายอย่างละเอียด ซึ่ง Malama ก็จะเป็นจุดศูนย์กลางสำหรับกองทุน รวมถึงมีหน้าที่ให้คำแนะนำ คำปรึกษาแก่เหล่าศิลปินในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตลาดหรือแม้แต่แผนการประชาสัมพันธ์ โดยที่ยังคงให้ ‘อิสรภาพ’ ซึ่งเป็นข้อสำคัญในการเป็นศิลปินอิสระอยู่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เช่นเดิม

malama (3)
malama (5)

การแสดงสดในงานแถลงข่าวจาก Mattnimare และ Safeplanet

ทั้งนี้อาจกล่าวว่า Malama Collective เป็นไซด์โปรเจกต์ของ Fungjai (ฟังใจ) ซึ่งเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2014 และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งจากศิลปินและบรรดานักฟังเพลงชาวไทยก็ว่าได้ โดย พาย รับบทบาทหลักในการเป็น Director หรือ ‘ครูใหญ่’ และได้ กัน-กันดิศ ป้านทอง อดีตบรรณาธิการนิตยสารออนไลน์อย่าง Fungjai Zine มาทำหน้าที่ Manager หรือเรียกสั้นๆ ว่า ‘พี่เลี้ยง’ คอยดูแลให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดกับทุกๆ ศิลปินนั่นเอง ซึ่งเงินก้อนแรกในกองทุนของชุมชน Malama ก็ได้มาจาก Fungjai นั่นเอง “แต่หลังจากนี้ สิ่งที่จะทำให้กองทุนมีขนาดใหญ่ขึ้นได้ก็คือ การที่ศิลปินทำงานเพลงหรือออกไปแสดงสด ซึ่งเราจะมีระบบอยู่ว่า เมื่อมีรายได้เข้ามา ส่วนหนึ่งจะเป็นค่าบริหารงาน อีกส่วนหนึ่งคือการนำไปทบต้นทุนของแต่ละศิลปินที่ใช้ไป และหากศิลปินนำเงินมาหักลบกลบหนี้เรียบร้อยแล้ว ก็จะต้องช่วยจ่ายเงินเข้ากองทุนเพิ่มมากขึ้นด้วย” พาย กล่าว แต่ทั้งนี้ Malama จะไม่มีการเก็บดอกเบี้ยแต่อย่างใด อีกทั้งฝ่ายทีมบริหารก็จะต้องมีการหาเงินเข้ามาสมทบกองทุนให้มีขนาดใหญ่ขึ้นด้วยเช่นกันจากทั้งสปอนเซอร์หรือนักลงทุนที่มีความสนใจในการพัฒนาวงการดนตรีไทยก็ตาม และเมื่อกองทุนมีขนาดใหญ่มากขึ้น ก็จะนำเงินไปซื้ออุปกรณ์เพื่อส่วนรวม หรือลงทุนทำห้องซ้อม สตูดิโอ เพื่อให้นักดนตรีในชุมชนได้ใช้และพัฒนาผลงานของตนเอง

malama (4)
malama (1)

อีก 2 ศิลปินในชุมชน Malama อย่าง River Rhyme และ Jelly Rocket

ณ ตอนนี้ศิลปินที่ตบเท้าเข้ามาอยู่ในชุมชน Malama มีจำนวนทั้งสิ้น 10 ศิลปินได้แก่ Jelly Rocket, Safeplanet, Mattnimare, Monomania, 23’O, S.O.L.E., Lukpeach, temp., River Rhyme และ Child&Pa นั่นเอง ซึ่ง พาย เผยว่า ศิลปินที่จะเข้ามาร่วมงานกับทาง Malama ได้นั้น เขาจะพิจารณาถึง ‘ทัศนคติ’ ที่มีร่วมกันในการทำงานเพื่อช่วยเหลือคนในชุมชนซึ่งกันและกัน รวมถึงเรื่องของ ‘ศักยภาพ’ ที่จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะศิลปิน ซึ่งในงานแถลงข่าวก็มีโชว์จาก Mattnimare, Safeplanet, River Rhyme และ Jelly Rocket ให้ได้รับชมกันอีกด้วย อีกทั้งยังมีศิลปินจากหลากหลายค่ายมาร่วมแสดงความยินดีกันเพียบไม่ว่าจะเป็น Nap A Lean, อิ้งค์-วรันธร เปานิล, The Kastle, เฟ้น และ เอ จาก Pause, De Flamingo, กอล์ฟ-ประภพ ชมถาวร จาก superbaker และ Starfish เป็นต้น

malama (13)

ศิลปินจากหลากหลายค่ายเพลงร่วมแสดงความยินดีกับ Malama

และเป้าหมายเบื้องต้นสำหรับปี 2017 ของ Malama Collective ก็คือการให้ศิลปินนำเงินจากกองทุนไปสร้างผลงานในรูปแบบต่างๆ ซึ่งทาง Malama ซึ่งเป็นภาษาฮาวาย หมายถึงการปกปักษ์รักษาดูแลก็มีหน้าที่หางานให้ศิลปินได้มีพื้นที่เล่นมากขึ้น อีกทั้งพยายามหาสปอนเซอร์เข้ามาสนับสนุน ในขณะที่เป้าหมายใหญ่ของพวกเขาก็คือ การต่อยอดแนวความคิดดังกล่าวไปสู่การเป็นสหกรณ์เต็มรูปแบบ รวมถึงการเป็นสหภาพดนตรีในอนาคต “รู้นะครับว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่ก็หวังว่ามันจะเกิดขึ้นได้ในสักวัน หรือวันหนึ่งเราอาจเป็นมูลนิธิที่สามารถหาเงินบริจาคเพื่อนำเงินไปพัฒนาศิลปินที่ไม่ได้อยู่ใน Malama ได้ นั่นคงเป็นเป้าหมายสูงสุดของเราครับ” พาย ทิ้งท้าย สามารถติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของชุมชนนักดนตรีแห่งนี้ได้ทาง FB: Malama

 

Story by: Chanon B.
Photos by: Malama Collective