Mew Hi-res

เป็นหนึ่งในวงอินดี้ร็อคที่ทำเพลงได้สวยงามละเมียดละไมและเล่นสดได้ยอดเยี่ยม แม้ปัจจุบัน MEW จะเหลือกันแค่ 3 คนเพราะโบ แมดเซน มือกีตาร์ออกจากวงไปตั้งแต่ปี 2015 แต่ โยนาส บิแยร์ (ร้องนำ), โยฮัน โวห์เลิร์ต (เบส) และ ซีลัส อูเก้ เกร ยอร์เกนเซ่น (กลอง) ก็ยังคงเดินหน้าทำเพลงดีๆ ให้เราฟังต่อไป โดย Visuals สตูดิโออัลบั้มลำดับ 7 จะออกมาให้ฟังวันที่ 28 เม.ย. นี้ ถือเป็นของขวัญชิ้นแรก ก่อนจะตามด้วยคอนเสิร์ตครั้งแรกในเมืองไทยของพวกเขากับ SINGHA LIGHT Live Series Vol 2.2 – Mew โดย HAVE YOU HEARD? ที่จะจัดขึ้นที่ Voice Space ในวันที่ 7 พ.ค. 2017 ที่จะถึงนี้นั่นเอง

ระหว่างรอฟังอัลบั้มใหม่และคอนเสิร์ต อ่านสัมภาษณ์ที่โยฮันเป็นตัวแทนวงมาตอบคำถามของ Billboard Thailand กันไปพลางๆ

Visuals เป็นอัลบั้มแรกที่ไม่มีโบ ซาวนด์เป็นยังไงบ้าง การทำงานแตกต่างจากเดิมไหม

อัลบั้มนี้เป็นงานที่เน้นความสดและจริง แต่ละเพลงไม่ได้ยาวมากเกินไป ไม่ได้ใส่ดีเทลซับซ้อนอะไรมากมาย เราพยายามจะทำอัลบั้มที่ให้ความรู้สึกสดใหม่และให้พลังงานในแง่บวก กระบวนการทำงานก็ง่ายมากเพราะเราสามคนเห็นพ้องต้องกันอย่างรวดเร็วว่าอะไรดีหรือตรงไหนแย่ ซึ่งก็เป็นการทำงานตามปกติแบบที่เราทำกันมาตลอดนั่นละครับ จะสามหรือสี่คนมันก็ไม่มีความแตกต่าง… ในแง่ของกระบวนการทำงานน่ะนะ

ตอนนี้อัลบั้มยังไม่ออก เราเลยยังไม่ได้ฟัง มีแทร็คไหนหรืออะไรที่ควรตั้งตารอเป็นพิเศษไหม

เพลงที่ผมชอบเป็นการส่วนตัวคือ Nothingness & No Regrets เพลงเปิดอัลบั้ม มันเป็นเพลงที่ร่าเริงนะ แต่ในความร่าเริงนั้นก็ทำให้ผมรู้สึกทั้งอยากหัวเราะและร้องไห้ไปพร้อมๆ กัน Twist Quest ก็เป็นอีกเพลงที่เจ๋งมาก ทั้งสนุกสนานและคึกคัก

อยู่ในวงการมากว่า 20 ปี วิธีทำเพลงตอนนี้เปลี่ยนไปจากสมัยแรกๆ บ้างหรือเปล่า

ผมอยากจะคิดว่าประสบการณ์ทำให้เราทำเพลงได้ดีขึ้น การทำเพลงเคยเป็นเรื่องที่ยากมากๆ และใช้เงินเยอะมากตอนช่วงที่เราเริ่มงาน แต่ทุกวันนี้คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเพื่อทำอัลบั้มที่มาพร้อมระบบเสียงดีเยี่ยมอีกแล้ว ลองฟังอัลบั้ม Visuals ของเราดูสิ!

อะไรที่ทำให้คุณยังรักการทำเพลงและออกทัวร์ หลังจากทำมันมาตั้งกว่า 20 ปีแล้ว

มันมีบางสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นการทำเพลง ทำรถยนต์ สร้างภาพยนตร์ เขียนหนังสือ ซึ่งหาไม่ได้ในงานอื่นๆ การสร้างสรรค์คือกุญแจสำคัญ ดนตรียังได้เปรียบกว่าผลงานศิลปะตรงที่คุณสามารถเอามันไปเล่นให้คนอื่นฟังได้ นี่แหละคือความเจ๋งสุดๆ และทรงพลังมากด้วย ตราบใดที่เรายังสนุกกับการทำเพลงและเล่นสด เราจะทำมันไปตลอดกาล

เรียนรู้อะไรจาก 20 ปีในวงการเพลง

อย่าทำเพลงเพื่อเงินหรือชื่อเสียง จงทำด้วยเหตุผลว่าคุณมีชีวิตอยู่ไม่ได้ถ้าไม่ทำเพลง

การเป็น วงจากเดนมาร์กช่วยให้ง่ายหรือยากขึ้นสำหรับการอยู่ในวงการดนตรีโลก

ผมว่ายากขึ้นนะ นี่ก็ยังคิดอยู่ว่าถ้าเราเป็นวงอเมริกันหรืออังกฤษที่ทำเพลงมาตั้งกว่า 20 ปีแบบนี้ ป่านนี้เราน่าจะดังกว่านี้แล้ว ชัวร์เลย!

วงการดนตรีเดนมาร์กตอนนี้เป็นยังไงบ้าง

พูดตามตรง ผมไม่ค่อยได้สนใจเท่าไหร่ สำหรับผม ดนตรีก็คือดนตรี ไม่ว่าคนทำจะอยู่ที่ไหนในโลกก็ตาม แล้วส่วนตัวผมเองก็ค่อนข้างจะฟังเพลงของวงอังกฤษหรืออเมริกามากกว่า

ช่วยแชร์เคล็ดลับของการเป็นหนึ่งในวงที่เล่นสดได้ดีมากๆ หน่อยสิ

อันดับแรกเลยก็คือคุณต้องทำเพลงที่ดีมากๆ ถ้าทำเพลงไม่ดี ไม่ว่าเวทีนั้นจะเยี่ยมแค่ไหนก็ช่วยไม่ได้ มันไม่มีเคล็ดลับหรือทางลัดอะไรหรอกครับ ก็แค่ออกไปและขึ้นเวทีให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ นั่นละคือทางเดียวที่จะทำให้คุณเป็นวงที่เล่นสดได้ยอดเยี่ยม

อยากให้คนดูได้อะไรกลับไปจากการมาดูการแสดงสดของพวกคุณ

ถ้าเราสามารถทำให้คนดูคล้อยตาม ทำให้พวกเขาเข้าถึงดนตรี เชื่อมโยงซึ่งกันและกันได้ ก็ถือว่าเราทำงานสำเร็จ

ช่วงเวลาไหนของการขึ้นเวทีที่คุณประทับใจที่สุด

ตอนที่ได้กลับมาขึ้นเวทีกับวงอีกครั้งหลังตัวผมพักยาวไป 7 ปีเป็นช่วงเวลาที่พิเศษมากและเป็นอะไรที่ผมจะไม่มีวันลืมเลย

MEW ในแบบวง 3 คนจะเป็นยังไงต่อไป

เราก็จะยังคงทำเพลงและเล่นสดกับแมดส์ เวกเนอร์ มือกีตาร์สุดเจ๋งที่ออกทัวร์กับเรา แล้วเขายังเป็นคนเล่นกีตาร์ในอัลบั้ม Visuals ด้วย

นี่จะเป็นการมาเล่นคอนเสิร์ตในเมืองไทยครั้งแรกของพวกคุณ คาดหวังอะไรไว้บ้าง

การได้ไปเล่นในสถานที่ใหม่ๆ เป็นหนึ่งในไฮไลต์ของการออกทัวร์ และผมก็คิดว่าน่าจะมีแฟนๆ ชาวไทยหลายคนที่รอคอยจะดูพวกเราเล่นสดมานาน แน่นอนว่าผมตื่นเต้นกับการไปเล่นให้พวกคุณดูมากๆ ครับ!

Story by: Srivigar S.

MEW-IG-Poster900