02-Michelle-Branch-bb6-beat-ajs7x-2017-billboard-1500

มิเชล บรานช์ แทบจะจำการแสดงสดของเธอในวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา ณ Bowery Electric ในนิวยอร์ก แต่สิ่งที่เธอจำได้ก็คือ เธอได้กอด แพทริค คาร์นีย์ คู่รักของเธอตอนจบงาน การโชว์เคส 6 เพลงรวดของเธอซึ่งเป็นเพลงจากอัลบั้มใหม่อย่าง Hopeless Romantic ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นอัลบั้มเดี่ยวแรกในรอบ 14 ปีของเธอ ในวันนั้น แพทริค นั่งอยู่หลังกลองชุดประจำตำแหน่งมือกลอง แต่คราวนี้เขาไม่ได้มาในนามของวง The Black Keys

ท่ามกลางเสียงปรบมือของคนดู แพทริค คาร์นีย์ ลุกออกจากหลังกลองแล้วเดินมากอด มิเชล ที่เวทีด้วยรอยยิ้ม หลังจากนั้น 5 สัปดาห์ มิเชล ก็กลับไปใกล้ๆ ที่แห่งควาทรงจำนั้นอีกครั้ง ณ ภัตตาคารซึ่งอยู่ห่างจาก Bowery Electric ไปไม่กี่บล็อก “อัลบั้มนี้จะออกมาดีไม่ได้ถ้าไม่มีเขา” มิเชล บรานช์ นักร้องและนักแต่งเพลงวัย 33 ปีกล่าวถึง แพทริค คาร์นีย์ และยังบอกต่อว่า “นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมวันนั้นเขาถึงต้องไปอยู่บนเวทีกับฉันด้วย ตอนที่เราทำอัลบั้มนี้กัน ฉันรู้สึกราวกับว่าโลกนี้มีเพียงเราเท่านั้น”

Michelle-Branch-bb6-beat-fsa0p-2017-billboard-1240

แพทริค เซ็นสัญญาเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับอัลบั้ม Hopeless Romantic ในปี 2015 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ มิเชล หย่ากับอดีตสามีอย่าง เท็ดดี้ แลนเดา เมื่อทั้งคู่ทำอัลบั้มใหม่นี้ไปได้ครึ่งทาง มิเชล และ มือกลองวัย 36 ปีอย่าง แพทริค ต่างก็ตกหลุมรักกัน ซึ่งไม่นานมานี้ มิเชล ก็ย้ายจากลอสแอนเจลิสมาที่แนชวิลล์เพื่อที่จะได้มาอยู่กับ แพทริค เธอบอกว่าบางครั้งทั้งสองคนก็ชอบเอาทามไลน์ของอาชีพตัวเองมาเปรียบเทียบกันเพื่อความสนุกสนาน ขณะที่ The Black Keys อัดเพลงในห้องใต้ดินในปี 2002  มิเชล ก็พาเพลง Everywhere และ All You Wanted ไปออกรายการทีวีดังอย่าง Total Request Live และ 10 ปีหลังจากนั้น มิเชล ติดอยู่กับค่ายเพลงแย่ๆ ส่วน The Black Keys ก็เป็นเฮดไลเนอร์ของเทศกาลดนตรีชื่อดังอย่าง Coachella

ในปี 2001 หนึ่งเดือนหลังจากวันเกิดครบรอบ 18 ปีของมิเชล เธอก็ปล่อยอัลบั้มแรกกับค่าย Warner Bros. อย่าง The Spirit Room สามปีต่อเพลง มิเชล ก็มีเพลงฮิตติด 40 อันดับแรกถึง 6 เพลง และได้ไปทัวร์รอบโลก ในขณะที่อัลบั้ม The Spirit Room และ Hotel Paper ที่ออกในปี 2003 รวมกันแล้วขายได้ถึง 3.2 ล้านแผ่น ซึ่งตัวของเธอเองก็ไม่เคยคิดถึงความสำเร็จแบบนี้มาก่อน พอๆ กับที่ไม่เคยคิดถึงการรับมือกับชื่อเสียงที่เข้ามาแบบนี้ด้วย

“ฉันโดดเดี่ยวมาก ทุกคนรอบตัวฉันแก่กว่าหมด ไม่มีใครอยากจะใช้เวลาอยู่กับเด็กอายุ 18 ที่เป็นหัวหน้าของพวกเขาหรอก เวลาเราไปเล่นในเมือง สมาชิกในวงก็จะไปดื่มแล้วก็จีบสาว ช่วงหลายปีนั้นฉันต้องอยู่ในโรงแรมเหงาๆ คนเดียว แถมยังเจ็ทแล็กด้วย” มิเชลเล่า

ต่อมาในปี 2004 มิเชล ก็แต่งงานกับ เท็ดดี้ แลนเดา และมีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคนในปี 2005 ชื่อว่า โอเว่น และอีก 10 หลังจากนั้น มิเชล ก็ได้ร่วมอัดเพลงแลออกทัวร์กับ The Wreckers  วงคันทรี่ดูโอ้ของเธอกับ เจสสิก้า ฮาร์ป หลังจากนั้น มิเชล ได้ทำอัลบั้มไว้ 2 ชุดกับค่าย Warner Bros. ก่อนที่เธอจะออกมาจากที่ค่าย และไม่นานเธอก็ได้เซ็นสัญญากับค่ายใหม่อย่าง Verve Records ในปี 2015 ทางค่ายก็ให้เงินทุนมาทำเพลง 4 เพลง ซึ่งตอนนั้นเองเธอก็ได้เจอกับ แพทริค และมือเบสที่ร่วมทัวร์ของ The Black Keys อย่าง กาย เซ็ฟเฟิร์ต ซี่งมาร่วมทำเพลงด้วย

แพทริคเองบอกว่าอัลบั้มนี้อยากทำให้ดูโตขึ้นกว่าที่ มิเชล เคยทำมา จากที่อัลบั้ม The Spirit Room มีเสียงซาวนด์กลองนุ่มๆ แต่ในอัลบั้มใหม่นี้ มิเชล กลับบอกว่าเธออยากให้มันออกมาโดยมีท่อนริฟฟ์ที่หนักแน่นขึ้น

Michelle-Branch-bb6-beat-uja3w-2017-billboard-1240

เดวิด ฟอสเตอร์ อดีตซีอีโอของค่าย Verve Records ได้เอาตัวอย่างเพลงในอัลบั้มใหม่ของ มิเชล ไปฟัง แล้วเขาก็เกลียดมันมาก มิเชล บอกว่าพอได้ยินแบบนั้นเธอก็ตกใจ พอไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป แพทริคเลยอาสาช่วยเรื่องงบประมาณจากเงินส่วนตัวของเขาเอง เพื่อมาทำเพลงต่อ หลังจากนั้น มิเชล ก็เลิกสนใจสายเรียกเข้าและอีเมลจากค่าย และมาโฟกัสที่การทำเพลงอย่างเดียว จนถึงเวลาที่อัลบั้มเสร็จ ซีอีโอของค่ายก็เปลี่ยนเป็น แดนนี่ เบ็นเน็ต ลูกชายของนักร้องชื่อดังอย่าง โทนี่ เบ็นเน็ต เมื่อเธอส่งอัลบั้มไปอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เธอก็เตรียมใจสำหรับคำวิจารณ์เอาไว้แล้วด้วย แต่ผลตบรับจากแดนนี้กลับดีกว่าที่คิด “แดนนี่เอาเพลงไปฟัง แล้วเขาก็โทรกลับมาบอกว่าเขาชอบมันมาก และไม่ได้ให้ฉันเปลี่ยนอะไรเลย” เธอเล่า

ในตอนนี้เธอมักจะตื่นขึ้นมาจิบกาแฟยามเช้าที่สตูดิโอในบ้านที่แนชวิลล์ที่เธอแชร์ร่วมแพทริค ผู้ซึ่งลงแรงกับไอเดียใหม่ๆ อย่างตั้งใจ พวกเขาจะสลับกันเล่นเครื่องดนตรีและหาโซโล่ที่สามารถไปเข้ากับเพลงของ มิเชล และ The Black Keys ได้ มิเชล เองก็พยายามสนับสนุนให้ แพทริค ร้องเพลงมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบทำมาตั้งแต่โดนครูสอนร้องเพลงล้อเลียนเมื่อตอนเกรด 6 “บางสิ่งทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยในการมีความรักไปกับคนที่ฉันสามารถทำงานด้วยได้ เขารู้ว่าฉันชอบอะไร และฉันก็รู้ว่าเขาชอบอะไร” มิเชลกล่าว

Story by  Jason Lipshutz

Photo by Billboard

Translated by Pensagow S.