01

 

ดนตรีกับการแสดงคือสิ่งที่เคียงข้างกันมาโดยตลอด มันคือศาสตร์ที่เสริมกันได้อย่างลงตัวและน่าหลงใหล ทุกวันนี้เราจะดูงานแสดงที่ไหน สองสิ่งนี้ก็มักจะเป็นสิ่งที่เราเห็นมันบ่อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็น บัลเลต์ ละครเวที กายกรรม คอนเสิร์ต ฯลฯ ซึ่งสำหรับพัด มันคือสิ่งที่ match กันได้สมบูรณ์ แต่เราต้องรู้จักใช้เขา เข้าใจเขาอย่างจริงใจ และสื่อสารเขาออกมาให้ดีที่สุด

ด้วยความที่พัดเองไม่ได้เข้าใจดนตรีลึกซึ้งมากไปกว่าคนอื่นทั่วไป เพราะเราไม่ได้เรียนหรือรู้รายละเอียดอะไรมากเกี่ยวกับวิชาดนตรี แต่สิ่งที่พัดเรียน (จากคณะนิเทศศาสตร์ สาขาศิลปะการแสดง เอกการแสดง มหาวิทยาลัยกรุงเทพ) คือ การแสดง (ละครเวที) ซึ่งครู (ผศ. พรรณศักดิ์ สุขี ผู้อำนวยการศิลป์แห่ง BU THEATRE COMPANY) มักจะสอนเสมอว่า การเรียนวิชาการแสดงคือการเรียนรู้จิตวิญญาณของมนุษย์ การทำความเข้าใจมนุษย์ เพราะนักแสดงควรต้องตีความและทำความเข้าใจตัวละครที่เราจะต้องสวมบทบาท

ดังนั้นเพลงทุกเพลงที่เราจะร้องหรือต้องแสดงบนเวที แน่นอนเราจะไม่ใช่สักแต่แค่ร้อง แต่คุณเหมือนเป็นตัวละครตัวหนึ่งที่เล่าเรื่อง เรื่องนั้นในแบบฉบับเพลง ถ่ายทอดมันด้วยจิตวิญญาณของนักร้องที่ตีความเพลงนั้นออกมา พัดว่ามันมีเสน่ห์เอามากๆ เวลาที่เราได้ร้องเพลงในคอนเสิร์ตที่มี song list 10 กว่าเพลง มันเหมือนฉันได้เป็น 10 ตัวละคร ไม่ซ้ำกัน โอ้ว!!! พระเจ้า คุณจะได้เป็นคนอื่น 10 คนในเวลา 45 นาทีเชียวนะ

img_3314

 

พัดจึงคิดว่าที่ทุกวันนี้เราเข้าใจเพลงมากขึ้นอาจเป็นเพราะวิชาการแสดง ที่ทำให้เรารู้จักลงลึกไปกับเพลง พอเราเริ่มเข้าใจเพลงเราก็เริ่มครีเอตเพลงในแบบฉบับของเราได้ อย่าง Chanudom ก็จะมีส่วนผสมของ theater อยู่พอสมควร เพราะพอต้องแต่งเนื้อเพลง พัดมักจะคิดถึงพล็อตละครเวทีที่มีจุดเริ่ม ไคลแมกซ์ และสุดท้ายเราเรียนรู้อะไร

นั่นก็คือ Verse, Pre-hook, Hook แบบที่พัดคิดนั่นเอง 

มาในส่วนของเวลา perform ซึ่งแน่นอนเราต้องหาความกลางของมันให้เจอว่า เวลาเรา perform ในสถานที่ที่ต่างกันเราจะทำอย่างไรให้ crowd ไม่หลุด หรือสามารถเอาคนดูอยู่ได้ พัดคิดเสมอว่าสถานที่ก็เปรียบเสมือนฉากในละคร สมมุติว่าเราต้องไปเล่นที่ร้านนี้ เราก็จะรู้ว่าร้านนี้คนเป็นอย่างไร แบบไหน เพราะฉะนั้น เพลงที่จะร้องออกไปต้องตีความให้เขาเข้าใจในแบบของ audiences ร้านนั้น หรือเราจะ set character กับเพลงเป็นอย่างไรให้พอเหมาะพอเจาะ แล้วสุดท้ายเราก็จะสามารถให้อะไรที่คนฟังเพลงเขาไม่เคยได้ ก็จะได้เพิ่มขึ้นกว่าแค่การไปฟังเพลง

02

 

เรารู้สึกสนุกทุกครั้งและฟินกับมันมากเพราะ แม้จะเป็นเพลย์ลิสต์เดิมที่ร้อง แต่มันต่างกันทุกครั้งที่ perform คุณจะรู้สึกว่าคุณสามารถให้อะไรเขาไปได้มากๆ จริงๆ คุณจะรู้สึกว่าคุณให้ข้อคิดเพลงนี้จริงๆ หรือให้ energy เพลงนั้นไปแบบจริงๆ เพราะเวลาที่เพลงทำงานไปพร้อมๆ กับการแสดง มันจะได้รับการขยายเนื้อหาทุกอย่างจนคนฟังและชมเข้าใจมัน หรือถ้าไม่เข้าใจ พัดมั่นใจว่าเขาต้องกลับไปคิดอะไรกับสิ่งที่เขาได้เห็นมันแน่นอน

พัดจึงเชื่อเสมอว่า music and performance คือสิ่งที่คู่กันสิ่งหนึ่งที่ทำให้พัดอยู่บนเวทีได้ มันไม่เคยทำให้ต้องรู้สึกว่าเรากลัวที่จะร้องเพี้ยน หรือกลัวว่าจะเกิดข้อผิดพลาดอะไรบนนั้น เพราะทุกอย่างเราทำมันจากจิตวิญญาณที่มาจากการแสดงนั่นเอง

 

Story by: พัด – ชนุดม สุขสถิตย์ (นักร้องนำวง Chanudom)