RS (1)

 

กลายเป็นประเด็นฮอตในโลกโซเชียลสำหรับวงการดนตรีในชั่วโมงนี้ก็ว่าได้สำหรับโมเดลธุรกิจดนตรีใหม่ของ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ที่ใช้ชื่อว่า “Music Marketing” ซึ่ง เฮียฮ้อ-สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้แจกแจงรายละเอียดว่า จะเป็นการลงทุนร่วมกันระหว่างค่ายเพลงกับศิลปินนั่นเอง

โดยสำนักข่าว ผู้จัดการ Online ได้เผยแพร่คลิปสัมภาษณ์ของ ‘เฮียฮ้อ’ ที่งาน The 8perience 2017 งานเปิดผังรายการ ละคร ซีรี่ส์ และข่าวของช่อง 8 ณ โรงภาพยนตร์ SF World Cinema ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์มีใจความว่า ธุรกิจเพลงของ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ในปีนี้จะใช้โมเดลใหม่ที่เรียกว่า Music Marketing ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนระหว่างค่ายเพลงกับศิลปิน โดยเขามองว่า ปัจจุบันถือเป็นธุรกิจของนักร้อง หากศิลปินจะทำเพลงก็ต้องมีการวางแผนธุรกิจของตนเอง ซึ่งตัวศิลปินเองจะต้องลงทุนในเรื่องของการทำเพลง ในขณะที่บริษัทก็จะลงทุนในเรื่องของการตลาดและงานขายต่างๆ โดยเน้นย้ำว่าการลงทุนของศิลปินนั้นเป็นสัดส่วนที่ไม่มากเท่าบริษัท อีกทั้งยังเชื่อมั่นว่าจะเป็นปีที่ที่ธุรกิจเพลงของทางค่ายกลับมาคึกคักและมีผลงานออกมามากที่สุดในรอบ 5 ปีหลัง ส่งผลให้ผลประกอบการและการเติบโตของบริษัทสูงขึ้น

นอกจากนั้น ผู้จัดการ Online ยังสอบถามไปยังแหล่งข่าวภายในค่ายเพลงดังย่านลาดพร้าว ซึ่งก็ได้ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจมากๆ ว่า รายได้จะมีการแบ่งให้ศิลปินเป็นจำนวน 75% ส่วนค่ายรับไป 25% ทว่าลิขสิทธิ์เพลงจะตกเป็นของทางค่ายในการถือครอง อีกทั้งศิลปินคนอื่นยกเว้น 3 ศิลปินจากค่ายอาร์สยามอย่าง ใบเตย-สุธีวัน ทวีสิน, กระแต-นิภาพร บุญยะเลี้ยง และ จ๊ะ-นงผณี มหาดไทย จะต้องจ่ายเงินให้ค่าย 100% เต็มเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ของทางค่าย แต่ทั้งนี้ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงในเรื่องนี้เพิ่มเติมแต่อย่างใด

RS (2)

ใบเตย-สุธีวัน ทวีสิน และ จ๊ะ-นงผณี มหาดไทย ศิลปินค่ายอาร์สยาม

ทั้งนี้เมื่อปลายปี 2016 ทางอาร์เอสก็เคยออกมาเกริ่นถึงเรื่องโมเดลธุรกิจใหม่ดังกล่าวแล้ว ซึ่งก็มี 2 ศิลปินจากค่ายอาร์สยามทั้ง จ๊ะ อาร์สยาม และ เดือนเพ็ญ อำนวยพร อาร์สยาม ออกมาขานรับกับนโยบายธุรกิจดังกล่าว โดยสาวจ๊ะซึ่งเพิ่งปล่อยซิงเกิ้ลที่มีชื่อว่า จีบหน่อย อร่อยแน่ ออกมาก็กล่าวเห็นด้วยในคราวนั้นว่า “มันเป็นการเดินไปด้วยกันระหว่างค่ายกับศิลปิน ไม่ใช่ปล่อยให้ค่ายลงทุนฝ่ายเดียว เพราะเชื่อว่าการที่เราได้ลงเงินจะทำให้เราคิดเยอะขึ้น คัดสรรเพลงที่ดีมากขึ้น และเชื่อว่าด้วยระบบนี้ จะทำให้ต่อไปนี้จะมีแต่เพลงที่มีคุณภาพออกมา เพราะศิลปินจะได้เลือกเพลงที่ดีที่สุดให้ตัวเอง”

ในขณะที่กระแสบนโลกโซเชียลส่วนใหญ่จะมีการพูดถึงเรื่องความไม่เป็นธรรมในเรื่องลิขสิทธิ์ที่ทางค่ายจะเป็นผู้ถือครอง รวมถึงการแสดงความคิดเห็นถึงสื่อออนไลน์ซึ่งทุกวันนี้ศิลปินทุกคนมีอยู่ในมือ ดังที่เห็นได้จากศิลปินอินดี้ทั้งหลายที่ใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียในการประชาสัมพันธ์ผลงานเพลงของตัวเอง หรือแม้แต่ศิลปินค่ายใหญ่ที่ตอนนี้ก็แห่มาใช้ช่องทางนี้เพื่อปฏิสัมพันธ์กับแฟนเพลงได้ใกล้ชิดขึ้นกว่าแต่ก่อนนั่นเอง

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาเราได้เห็นข่าวคราวความเคลื่อนไหวแห่งการเปลี่ยนแปลงของค่ายอาร์เอสมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นการประกาศเลิกผลิตซีดีเพลงตั้งแต่ต้นปี 2016 หรือแม้แต่การเข้ามาจับธุรกิจผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามเต็มรูปแบบ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ไลฟ์สตาร์ จำกัด นั่นเอง ทว่าโมเดลธุรกิจดนตรีใหม่อย่าง Music Marketing จะเดินไปในทิศทางใดในอนาคต คงต้องเฝ้าจับตามองกันต่อไป

 

Story by: Chanon B.
Photos by: rs.co.th และ Rsiam