900x600

ใครได้ฟังอัลบั้ม First Kit จากวง Two Pills After Meal แล้วคงจะสัมผัสได้ถึงความหลากหลายภายใต้พื้นฐานของดนตรีป๊อป รวมถึงความโดดเด่นของซาวนด์และจังหวะแบบชนเผ่าอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคู่ดูโอ้สุดจี๊ดจ๊าดแห่งค่าย smallroom แถมการเล่นสดของพวกเขายังน่าตื่นตาตื่นใจถึงแม้จะมีเครื่องดนตรีหลักเพียงคีย์บอร์ดและกลองชุดเพียง 2 ชิ้นเท่านั้น น่าสนใจขนาดนี้ บิลบอร์ด ไทยแลนด์ จึงชวน โอห์ม-ทัศนัย สมบัติธีระ ที่ประจำการอยู่หลังกลองชุดพร้อมควบตำแหน่งร้องนำมาบอกเล่าถึง 5 อัลบั้มที่ส่งผลต่อชีวิตการเป็นมือกลองของเขา อีกทั้งยังมีอิทธิพลสำคัญต่อการทำเพลงในอัลบั้มชุดแรกในชีวิตของ Two Pills After Meal ด้วย

TheBeatles

The Beatles, Magical Mystery Tour (1967)

“จริงๆ เลือกอัลบั้มของ The Beatles ยากมาก คือส่วนใหญ่ทุกคนจะสัมผัสได้ถึงความร็อคแอนด์โรลของพวกเขาใช่ไหม แต่ผมเลือก Magical Mystery Tour เพราะมีความเป็นไซคิเดลิกอยู่พอสมควร โดยเฉพาะเพลง I Am the Walrus กับ Flying นี่ชอบมาก และส่วนตัวชอบ ริงโก้ สตาร์ มาก เขาคือจุดเริ่มต้นกับการทำความเข้าใจกลองในแบบอังกฤษของผมเลย ผมเรียนกลองสายสกิลมา แต่ต้องมาเรียนรู้การทำเพลงให้มันเป็นเพลงป๊อป ก็คงไม่มีวงไหนนอกจาก The Beatles ที่เป็นพ่อทุกสถาบันแล้วล่ะ”

00602547950864_GA_CD_Digisleve-4P_110XXX.indd

Glass Animals, How to Be a Human Being (2016)

“ถือเป็นพ่อของผมอีกวงหนึ่งในเรื่องของจังหวะชนเผ่า ซึ่งเพลงของ Two Pills After Meal จะมีจังหวะแบบนั้นอยู่ ช่วงทำเพลงก็หาวงที่เป็นแนวแบบนี้มาฟังเยอะมาก ก็ไปเจอวงนี้ ได้ฟังอัลบั้มชุดนี้ แล้วพวกเขาเล่นสดสนุกมาก เต้นไม่ห่วงสรีระหรือความสวยงามอะไรเลย มันทำให้ผมรู้สึกว่า จังหวะชนเผ่ามันต้องเป็นแบบนี้แหละ แล้วด้วยโน้ตของทำนองมันจะมีความหลอนบางอย่าง มีความเป็น minor ความป๊อป ไซคิเดลิกนิดๆ มีจังหวะหนึบๆ ของทริปฮอปหน่อยๆ และผสมอิเล็กโทรนิก้าเข้าไปด้วย คือรวมทุกอย่างที่ผมชอบไว้หมด ดีใจมากๆ ที่มาเจอวงนี้และอัลบั้มนี้ เหมือนเป็นการปลดล็อคอะไรบางอย่างในตัวผมเอง”

Mutemath

Mutemath, Mutemath (2006)

“ผมเริ่มรู้จักจาก ดาร์เรน คิง ซึ่งเป็นมือกลองก่อน ในสายเพลงอังกฤษ เขาถือเป็น drum hero คนหนึ่งเลย คือไม่ได้เป็นสายสกิลจ๋านะ แต่เล่นเพื่ออุ้มชูวงมากๆ แล้วเพลงในอัลบั้มชุดนี้ผมชอบซาวนด์กลอง คือก่อนหน้านี้ที่เป็นอีพี ดาร์เรน จะ mute กลองเพื่อให้ได้ซาวนด์ทึบๆ หน่อย มีเสียงกลองอิเล็กทรอนิกส์ด้วย แต่อัลบั้มนี้ผมสัมผัสได้ถึงความโปร่งของเสียงกลองมากขึ้น แล้วเพลงของวงนี้เท่มาก ซาวนด์กีตาร์จะลอยๆ กลองก็ไม่ใช่ร็อคนะ แต่จะเป็นกรู๊ฟกลองที่ทันสมัย เล่นสดก็มัน มีช็อตหนึ่งที่ ดาร์เรน กระโดดมาจากด้านหลังแล้วตีฉาบ มีการสลับตำแหน่งกันบนเวทีคอนเสิร์ต เป็นอีกวงที่เป็นไอดอลของผมในด้านการเล่นสด”

the do both ways digital cover 1

The dø, Both Ways Open Jaws (2011)

“ถ้าไม่มีวงนี้ ผมกล้าพูดเลยว่า Two Pills After Meal จะไม่เป็นแบบนี้ เป็นอีกวงโปรดในเรื่องจังหวะชนเผ่าซึ่งพวกเรานำมาเป็นแนวคิดในหลายๆ เพลงจากอัลบั้ม First Kit ของเราเอง แต่นอกเหนือจากนั้น ทำนองของพวกเขาจะมีความเป็นโบฮีเมียนแบบยุโรปด้วย จะออกแนวโหยหวนหน่อย อัลบั้มชุดแรกๆ จะมีความเป็นป๊อปอะคูสติก แต่อัลบั้มนี้พวกเขาเรียบเรียงเพลงให้ดนตรีหนักหน่วงขึ้น แถมมีฟีลของไซคิเดลิกมาผสมด้วย ซึ่งเวลา Two Pills After Meal ไปเล่นสดที่ไหนจะเอาเพลง Slippery Slope ในอัลบั้มชุดนี้ไปเล่นคัฟเวอร์ และจะวางเอาไว้ช่วงท้าย ซึ่งพอเล่นทีไรจะองค์ลงทุกครั้ง

DeathofaSalesman

Death of a Salesman, Death of a Salesman (2002)

“คิดถึงวงนี้มาก เป็นตำนานของค่าย Smallroom ที่ออกอัลบั้มเพียงชุดเดียวแต่เท่สุดๆ จริงๆ เกิดทันนะ แต่ตอนนั้นผมก็ยังเป็นเด็กที่ฟังเพลงป๊อปทั่วไปแบบ D2B พอโตขึ้นก็เริ่มมาฟังแล้วรู้สึกว่า นี่มันเป็นเพลงที่ผ่านมา 10 กว่าปีแล้วเหรอ ในตอนนั้นเขามีวิธีคิดอย่างไร หรือได้รับอิทธิพลจากอะไรที่ทำให้เพลงยังดูร่วมสมัยในทุกวันนี้ได้ สังเกตสิว่า การเล่าเรื่องหรือการเขียนเนื้อเพลงของวงอินดี้สมัยนี้ก็ไม่ได้แตกต่างจาก Death of a Salesman ในยุคก่อนเลย ผมยกให้พวกเขาเป็นวงครูของวงการอินดี้ในบ้านเราเลย”

 

Story by: Chanon B.
Cover photo by: Purin A.