noah-cyrus-bb12-2017-xqdj-beat-billboard-1548

 

โนอาห์ ไซรัส ไม่รู้สึกตื่นเต้นแม้แต่นิดเดียวจนกระทั่ง 10 นาทีสุดท้ายก่อนที่โชว์ของเธอกำลังจะเริ่มขึ้น และมันจะเป็นการแสดงสดครั้งแรกของเธอคนนี้บนเวที MTV Movie & TV Awards เพื่อเตรียมโชว์เพลง Stay Together ซิงเกิ้ลล่าสุดที่เพิ่งออกมาเมื่อเดือนเมษายน สองวันก่อนหน้าวันแสดงนั้นเธอยังคงชิลล์กับการออกกำลังกายอยู่ในยิมของสตูดิโอแห่งหนึ่ง หลังจากเพิ่งซ้อมเสร็จพร้อมกับแดนเซอร์อีก 4 คน

สาวน้อยวัย 17 ปีคนนี้บอกกับเราว่าอยากให้โชว์ออกมาดูผ่อนคลาย ซึ่งเธอก็ได้ปรากฏตัวบนเวทีในชุดกางเกงแบบ swag สีขาวกับเสื้อตาข่ายคลุมสปอร์ตบราสีดำ แม้จะดูมั่นใจแต่ท่าทีมูฟเมนต์ของเธออาจยังดูเก้ๆ กังๆ ไปสักหน่อย แถมฉากหลังที่เป็นลานสเก็ตบอร์ดยังดึงดูดความสนใจจากคนดูได้มากกว่าน้ำเสียงของเธออีกต่างหาก

“ฉันว่าสนุกดี แต่เผอิญฉันไม่ใช่แดนเซอร์” เจ้าตัวพูดไปขำไป “นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันได้ร่วมงานกับคนออกแบบท่าเต้น ได้ออกจากคอมฟอร์ทโซนเสียที พอจะขึ้นเวทีเมื่อไหร่ฉันเหมือนจะอยากโยนหินถามทาง ต้องขอลองเสี่ยงทำอะไรใหม่ๆ ดูสักตั้ง”

เมื่อ 4 ปีที่แล้ว พี่สาวคนดังของโนอาห์อย่าง ไมลี่ย์ ไซรัส ก็ขึ้นเวทีเดียวกันนี้และได้กลายเป็นที่เลื่องลือไปทั่วจากการแลบลิ้นและทเวิร์คก้น แต่โนอาห์กับไมลี่ย์คือคนละคนกัน และเธอไม่ขอเลือกโปรโมตตัวเองในแบบที่พี่สาวทำให้กับอัลบั้ม Bangerz ขนาดบนเวทีของปีนี้เธอยังเลือกเซ็นเซอร์คำว่า F**k ที่มีอยู่ในเนื้อเพลง Stay Together เลยด้วยซ้ำ ซึ่งมันเป็นเพลงสนุกๆ เหมาะกับซัมเมอร์ เธอสารภาพอีกว่าในวันงานตัวเองยังมัวแต่กรี๊ดเมื่อได้เจอนักแสดงซีรี่ส์เรื่อง Stranger Things

แม้จะออกตัวว่าไม่ได้เป็นคนแรงอะไร แต่เธอก็แน่พอที่จะออกอัลบั้มแม้จะเพิ่งเริ่มเดินบนเส้นทางศิลปินได้ไม่นาน อัลบั้ม NC-17 ที่กำลังจะออกช่วงปลายปีได้เริ่มมีการพรีวิวออกมาก่อนโดยเพลงแรกอย่าง Make Me (Cry) ที่เธอได้ดูเอทกับศิลปินบริติช Labrinth เพลงจังหวะดาวน์เทมโปถูกเผยแพร่ครั้งแรกตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว แม้ไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยเป็นซิงเกิ้ลแต่ก็ติดอันดับ 46 บนชาร์ตบิลบอร์ด Hot 100 ได้

 

“อย่างหนึ่งที่ฉันอยากแก้ไข คือความที่อัลบั้มนี้มันดูเป็นเรื่องส่วนตัวไปนิด” โนอาห์พูด เธอยังโยงว่าเกี่ยวกับรักโรแมนติกที่เธอใช้เวลาเยียวยาแผลใจอยู่นาน “ต้นปีที่แล้วฉันเลิกกับแฟนตอนกำลังแต่งเพลง แต่ตอนนี้ไม่บอบช้ำอีกต่อไปแล้ว มันเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วล่ะ จริงๆ แล้วมันคือความโชคดีที่แปลงกายมาด้วยซ้ำ”

เธอโตที่ลอสแอนเจลิส เมื่อครั้งยังเด็กก็เห็นพี่สาวในฐานะดาราเด็ก ฮานน่าห์ มอนทาน่า มาตลอด ตอนนั้นเธออายุได้ 9 ขวบเท่านั้น เธอเคยขึ้นไปแจมกับพี่สาวในเพลง Hoedown Throwdown เมื่อปี 2009 ตอนนั้นเธอก็แค่วิ่งเล่นอยู่หลังเวทีหรืออย่างมากก็ช่วยอ่านอีเมลจากแฟนคลับให้พี่สาว ไม่ได้จะตั้งใจปูทางให้ตัวเองได้เจริญรอยตามเป็นสาวป๊อปแต่อย่างใด ในปีเดียวกันนั้นเธอยังทัวร์ไปพร้อมกับคุณพ่อ บิลลี่ เรย์ ไซรัส และยังสนุกสนานกับการขี่ม้าอยู่ จนเมื่อได้กลับมาที่แนชวิลล์ซึ่งเป็นบ้านเกิด คุณพ่อบิลลี่ซื้ออานม้าให้เธอเป็นครั้งแรก ตั้งแต่นั้นมาโนอาห์ก็ได้ชื่อว่าเป็นนักขี่ม้าขั้นโปร บิลลี่พูดถึงลูกสาวว่า “โนอาห์เป็นคนกล้า ช่วงเวลาที่เธอฝึกขี่ม้าเธอก็ได้สั่งสมความกล้า และนำความกล้าหาญนั้นมาใช้ในทางดนตรีด้วย”

cyrus-family

จนวันหนึ่งที่โนอาห์เห็นไอดอลของเธอ เบน ฮาวเวิร์ด นักร้อง/นักแต่งเพลงชาวอังกฤษ มาทำการแสดงที่ลอสแอนเจลิสในปี 2015 เธอก็ตัดสินใจได้ว่าอยากเอาดีด้านดนตรี เธอเข้าคิวรอเพื่อให้ได้เจอเบนตัวเป็นๆ ตั้ง 12 ชั่วโมงอยู่ที่หน้า ไชรน์ เอดิทอเรียม ซึ่งสุดท้ายแล้วก็เป็นสถานที่ที่เธอขึ้นแสดงในงาน MTV ครั้งที่ผ่านมานั่นเอง

“อยากให้คนสนใจติดตามฉันให้ได้ในระดับนั้นบ้างจัง” เธอบอก “แบบที่ว่า ไม่ว่าฉันจะเขียนอะไรขึ้นมาเป็นเพลงก็มักมีคนที่พร้อมจะอินไปกับมันได้เสมอ” เธอโตมากับ อดัม ลีเบอร์ เจ้าของ Maverick Management ที่ร่วมงานกับทั้งพี่สาวของเธอ รวมถึงมาดอนน่า และ บริตนี่ สเปียร์ส มาแล้ว อดัมเป็นคนผลักดันให้โนอาห์หัดแต่งเพลง หลังจากนั้นไม่ถึงปี โนอาห์ได้เซ็นสัญญากับค่าย RECORDS (ค่ายอินดี้ของอภิมหาเศรษฐี แบรร์ ไวซ์เจ้าของค่ายเพลงดังมากมายเครือเดียวกับ Def Jam)

noah-cyrus-bb12-2017-beat-billboard-elvzx-1240

 

อัลบั้มใหม่ของไมลี่ย์ ไซรัสก็กำลังจะวางแผงในปีนี้เหมือนกัน แต่โนอาห์เปิดปากบอกเราว่าพวกเธอทั้งคู่ต่างคนต่างไม่ค่อยได้แชร์ความเห็นเรื่องอัลบั้มของกันและกันสักเท่าไร จริงๆ แล้วพวกเธอสนิทกัน แต่โนอาห์ไม่ได้อยากเดินเป็นเงาตามติดพี่สาวขนาดนั้น “ฉันทำงานของฉันไป พี่สาวของฉันก็ทำของเธอไป ฉันอยากเป็นตัวเองเสมอ ต่อให้เป็นโนอาห์คนที่ขี่ม้าก็ตาม อยากเป็นโนอาห์ ไซรัส ไม่ใช่เป็นเหมือนใครในครอบครัว”

แต่หลังจากงาน MTV ผ่านพ้นไป เธอยอมรับว่ายังไม่กล้าไปทัวร์พร้อมพี่สาว แต่อยากปรับปรุงโปรดักชั่นการแสดงบนเวทีของตัวเองให้เลิศเลอกว่านี้ “ฉันค้นหาตัวเองมาตลอดว่า ฉันเป็นศิลปินแบบไหน”

“ถ้าฉันสามารถหยิบยืมอะไรบางอย่างจากไมลี่ย์ได้ คงจะเป็นความมั่นใจบนเวทีของเธอมั้งคะ ซึ่งสำหรับฉันแล้วมันต้องใช้เวลาน่าดู”

 

 

 

Story by: Phoebe Reilly
Photos by: Billboard
Translated by: Sutthimas R.