NBN02_900

จากซ้าย: มือเบส, เติ้ล-ธรณ์ธันย์ โพธิรังษี, หนุ่ม-ชนน รัตนวิโรจน์, จิล-ญาณเดช ทองรัตน์แก้ว, ฮาร์ท-วีรนนท์ สมบูรณ์กิจชัย และ ฉั่ง-เกษม ตั้งสิทธิธรรม

การมีวงดนตรีเป็นของตัวเองคือความฝันของใครหลายคน บางคนตั้งใจจนได้เข้ามาสู่เส้นทางสายดนตรีที่ใครก็รู้ว่าไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และไม่ได้เข้ามาง่ายๆ แบบที่ใครปูพรมแดงไว้ให้ Nobuna วงดนตรีอัลเทอร์เนทีฟ-โพสต์ฮาร์ดคอร์ เจ้าของเพลง The Rise, Your Masquerade, My Battle Cry และ Crown of Blood ก็เช่นเดียวกัน สมาชิกทั้ง 6 คนอย่าง ฉั่ง-เกษม ตั้งสิทธิธรรม (ร้องนำ), หนุ่ม-ชนน รัตนวิโรจน์ (ร้องนำ), ฮาร์ท-วีรนนท์ สมบูรณ์กิจชัย (กีตาร์), เติ้ล-ธรณ์ธันย์ โพธิรังษี (กีตาร์), จิล-ญาณเดช ทองรัตน์แก้ว (กลอง) และมือเบสอีกคนที่พวกเขาขอให้เรายังไม่บอกชื่อนั้น ก็เดินทางตามความต้องการของตัวเองท่ามกลางหลากหลายคำวิจารณ์ในการที่พวกเขาทำเพลงที่ค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม รวมไปถึงความเพียรพยายามในการทำผลงานที่เริ่มจากศูนย์ และการแบ่งเวลาจากงานประจำมาสานฝันของพวกเขาเอง อีกทั้งยังมีเป้าหมายใหญ่อย่างการเป็นวงดนตรีที่ได้รับการพูดถึงในวงกว้างมากขึ้น และคำว่ากว้างในทีนี้ก็หมายรวมปถึงในซีนของต่างประเทศด้วย

 

เริ่มต้นจากศูนย์
จิล มือกลองประจำวงเล่าให้เราฟังว่า Nobuna เริ่มต้นมาจากธีสิสจบของเขา ด้วยความที่เขาเป็นนักศึกษาคณะวารสารศาสตร์และการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่กำลังจะเรียนจบและอยู่ในช่วงทำธีสิส ด้วยความที่ชอบเล่นดนตรีและตั้งวง Black Carpet วงคัฟเวอร์ที่เล่นเพลงของ ONE OK ROCK เป็นหลักกับเพื่อนสมาชิกในวงมาก่อนหน้านี้ จิล จึงเลือกทำธีสิสเรื่องมิวสิควิดีโอเพลงร็อค แต่มันก็ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น “ตอนแรกไม่มีชื่อ Nobuna ด้วยซ้ำ ทำอะไรกันก็ไม่เป็น เริ่มกันมั่วๆ ดูยูทูปไป จนสุดท้ายก็ได้โครงของซิงเกิ้ลแรกอย่าง The Rise ขึ้นมา”  หลังจากที่อัดเพลงเสร็จพวกเขาก็คิดว่า อยากจะเพิ่มความเข้มข้นของผลงาน และการร้องว้ากน่าจะเป็นส่วนเติมเต็มในจุดนั้น จนได้มาพบกับ หนุ่ม ที่นอกจากจะร้องว้ากได้ถูกใจสมาชิกในวงแล้ว เขายังใช้โปรแกรมเป็นและมิกซ์เพลงได้ดีอีกต่างหาก จากนั้น Nobuna ก็ทำเพลงออกมาเรื่อยๆ และในเร็ววันนี้ พวกเขาก็กำลังจะปล่อยมินิอัลบั้ม 8 เพลงออกมาให้ได้ฟังกัน

เพลงฮาร์ดคอร์ที่พูดถึงความฝัน ความรัก และประวัติศาสตร์
แม้ว่าเพลง Your Masquerade จะพูดถึงความรัก และ Crown of Blood จะพูดถึงประวัติศาสตร์ของ โอดะ โนบุนะงะ ไดเมียวคนหนึ่งในอดีตของญี่ปุ่นซึ่งกลายเป็นที่มาของชื่อวง Nobuna ในที่สุด ทว่า The Rise และ My Battle Cry กลับพูดถึงความฝันล้วนๆ “เราชอบพูดถึงความฝัน การสู้ชีวิต การไม่ยอมแพ้ จริงๆ เราก็พูดถึงตัวเองด้วย เราอยากทำเพลง แต่การทำเพลงบ้านเรามันขายยาก ทำเงินไม่ค่อยได้ ยอดวิวเราเป็นแสนนะ แต่รายได้พันเดียว เราทำงานประจำ เรารู้สึกอึดอัด เราอยากเล่นดนตรีแล้วอยากมีเงินใช้ แต่มันก็ยังเป็นไปไม่ได้” จิล เล่าต่อว่า ความฝันคือสิ่งที่รวมสมาชิกทั้ง 6 คนไว้ด้วยกัน นอกจากนี้เขายังบอกอีกว่า สมาชิกวง Nobuna มาจากต่างแบ็คกราวนด์ ต่างความชอบ แต่มาอยู่ในจุดนี้เพราะมีความฝันเดียวกัน และอินกับความฝันมาก ซึ่งการที่เด็กจบใหม่และนักศึกษาอย่างพวกเขาใช้ทุนของตัวเองไปหลายแสนบาทในการทำเพลง รวมถึงแบ่งเวลาจากการทำงานประจำเพื่อแลกกับการทำสิ่งที่จรรโลงใจพวกเขาเอง ก็ถือเป็นบทพิสูจน์ว่า Nobuna เข้มข้นกับความฝันมากเพียงใด และถึงจะแลกมาด้วยความยากลำบากแค่ไหน พวกเขาก็ไม่เคยคิดจะเลิกทำ “ตอนนี้โลกมันเล็กลง เพลงเราสามารถปล่อยออกนอกประเทศได้มากขึ้น วงญี่ปุ่นก็เป็นแบบนั้น ถ้าญี่ปุ่นทำได้ เราก็น่าจะทำได้ เรามองวง Crossfaith เป็นโมเดลมาตลอด ONE OK ROCK อาจเป็นวงใหญ่ในบ้านเขา แต่ Crossfaith โกอินเตอร์ได้ก่อน ONE OK ROCK เสียอีก” จิลกล่าว

อย่าคิดว่าตัวเองเล็ก
ในขณะที่เมืองไทยมีหลายวงร็อคที่แจ้งเกิดมาจากซีนดนตรีอันเดอร์กราวนด์ อาทิ Sweet Mullet, Retrospect และ BrandNew Sunset จนกระทั่งวงเหล่านี้ก้าวขึ้นมาสู่บนดินและกระโดดไปสู่การเล่นบนเวทีเทศกาลดนตรีต่างประเทศมากมาย แต่ในความเป็นจริงก็คือ ยังมีอีกหลายวงคุณภาพที่ไม่ได้รับการพูดถึงในวงกว้างมากนัก ถึงแม้ว่าพวกเขาจะได้รับการยอมรับจากต่างประเทศแล้วก็ตาม รวมไปถึง Nobuna เองด้วย “ต้องพูดกันตรงๆ ว่ามันเป็นงานที่ทำแล้วไม่ได้เงิน เดี๋ยวนี้เราหวังขายอัลบั้มไม่ได้แล้ว อัลบั้มทำออกมาวางขายที่ร้านขายซีดีตั้งแต่ราคา 300 บาท จนลดราคาเหลือ 20 บาท มันก็ยังวางอยู่อย่างนั้น” จิลกล่าว ซึ่งเขาก็ให้ความเห็นต่ออีกว่า การที่ทำเพลงแล้วไม่ได้เงินเป็นสาเหตุที่ทำให้คนในวงการไม่ผลักดันตัวเองให้ถึงจุดนั้น “นักดนตรีหลายๆ คนก็ต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง หลายคนที่ทำเพลงป๊อป เขาก็ชอบเพลงเมทัล แต่มันขายไม่ได้ แล้วยังเสียเงินอีก เขาก็เป็นผู้ฟังพอแล้วดีกว่าไหม” มาถึงตอนนี้ก็ชวนให้เราสงสัยว่าทำไม Nobuna ถึงยังทำดนตรีอยู่ หนุ่ม บอกเราว่า “จริงๆ เงินก็มีส่วน แต่มันก็คือความจรรโลงใจด้วย” อีกทั้งยังมีสิ่งที่ทำให้พวกเขาไม่ย่อท้อก็คือผลตอบรับที่เงินก็ซื้อไม่ได้ “เราฟังเพลงมาตลอดชีวิต วันหนึ่งมีคนมาร้องเพลงเรา มีคนมาแกะเพลงเรา คัฟเวอร์กลอง กีตาร์ มันเจ๋งมากเลย” จิลเสริม ส่วน ฉั่ง นักร้องนำที่เพิ่งเข้าวงการอันเดอร์กราวนด์แบบสดๆ ร้อนๆ ก็ให้มุมมองไว้ว่า “ตอนแรกผมรู้สึกว่า อันเดอร์กราวนด์เป็นการรวมตัวของกลุ่มเพื่อนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กัน แต่จริงๆ การเมืองก็มีนะ เฮ้ย เราอยู่สายนี้สายนั้น ไม่ชอบหน้ากัน ด่ากันไปมา วงการก็เล็กอยู่แล้ว เรายิ่งไปทำให้มันแตกกัน มันก็จะยิ่งกลายเป็นเศษเล็กๆ กระจายไปอีก ผมคิดว่าคนในอันเดอร์กราวนด์ อย่าคิดว่าตัวเองเล็ก ลองคิดว่าเราตัวใหญ่กว่าที่เป็น พยายามทำอะไรให้มันใหญ่ขึ้น นั่นคือสิ่งที่เราคิดอยู่”

NBN01_900

เป้าหมายคือการออกสู่สายตาต่างชาติ
“เรามองว่าคนไทยไม่ค่อยสนใจวงที่ดังในประเทศเท่าไหร่ แต่จะสนใจวงที่ไปดังมาจากต่างประเทศก่อน เช่น Annalynn ก็เลยมองว่าตลาดเราตอนนี้ไม่ใช่คนไทยเท่าไหร่แล้ว เราทำเพลงภาษาอังกฤษเพื่อที่จะไปต่างประเทศได้ และหวังว่าแฟนต่างประเทศของเราจะแข็งแรงขึ้น” จิลกล่าว อย่างไรก็ตาม การที่ Nobuna เป็นวงดนตรีที่อาจเรียกได้ว่าชั่วโมงบินยังน้อย รวมถึงแนวเพลงก็ไม่ได้เป็นที่นิยมติดตลาดง่าย การที่พวกเขามีความฝันที่แข็งแรงและใหญ่โตขนาดนี้ก็อาจทำให้เขาต้องเผชิญกับคำสบประมาทมากมาย แต่ ฮาร์ท กลับบอกเราว่า “สักวันจะต้องไปได้”

 

ตอนนี้ Nobuna อาจเป็นเพียงวงอัลเทอร์เนทีฟ-โพสต์ฮาร์ดคอร์เล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ชวนให้คอเพลงสายนี้คอยติดตามและให้กำลังใจ แม้ว่าฝันอันยิ่งใหญ่ของพวกเขาอาจะมองดูว่าเป็นเรื่องยาก แต่สิ่งที่ได้มาอย่างง่ายดายก็ไม่จรรโลงใจเท่าสิ่งที่ต้องใช้ความพยายามไม่ใช่หรือ?

Story by: Pensagow S.
Photos by: Purin A.