Image_900

เกือบ 3 ปีที่แล้ว วงการเพลงไทยได้มีโอกาสทำความรู้จักสาวน้อยมหัศจรรย์คนใหม่จากรายการประกวดร้องเพลงแห่งยุคอย่าง The Voice Thailand Season 3 เธอผู้นั้นมีชื่อเสียงเรียงนามว่า อิมเมจ-สุธิตา ชนะชัยสุวรรณ กับน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ที่ฟังครั้งแรกนึกว่าเป็นศิลปินหญิงที่โลดแล่นอยู่ในวงการดนตรีระดับสากล แต่ความจริงแล้วในขณะนั้นเธอมีอายุเพียง 16 ปี และหลังจากคว้าตำแหน่งรองแชมป์ในซีซั่นดังกล่าว อิมเมจ ก็มีโอกาสร้องเพลงประกอบละครหลายเรื่อง อาทิ ดอกไม้ลายพาดกลอน จากละครชื่อเดียวกัน หรือ ฟั่นเฟือน ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นออริจินัลเป็นของ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ซึ่งนำมาประกอบซีรี่ส์เรื่อง เกมริษยา 2 ได้ร่วมงานกับศิลปินรุ่นใหญ่อย่าง ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ ในเพลง เผลอ ที่ร้องคู่กับโค้ชในรายการ The Voice Thailand ของเธออย่าง แสตมป์-อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข และ แค่ลมปาก อีกต่างหาก แต่ล่าสุดก็ถึงเวลาอันเหมาะสมที่เธอจะปล่อยซิงเกิ้ลของตัวเองเสียทีกับ Not a Goodbye นั่นเอง

สำหรับคำร้องของซิงเกิ้ลล่าสุดอย่าง Not a Goodbye เป็นฝีมือการแต่งของสาวอิมเมจเอง กับเรื่องราวความผูกพัน ความอบอุ่น และมิตรภาพระหว่างเพื่อน ที่แม้อาจจะต้องจากลากันด้วยเหตุผลใดก็ตาม ทว่าความรู้สึกและบรรยากาศเก่าๆ ก็จะอยู่กับเราเสมอ อีกทั้งเธอยังร่วมแต่งทำนองกับ ปรเมศวร์ เหมือนสนิท ซึ่งรับหน้าที่เรียบเรียงเพลงและเป็นโปรดิวเซอร์ในเพลงนี้ แถมยังมีชื่อของ ต๋อง-อภิชา สุขแสงเพ็ชร และ วุฒิ วงศ์สรรเสริญ สองสมาชิกแห่งวง The Begins และผู้อยู่เบื้องหลังรายการ The Voice Thailand มารับบทบาท Music Director ให้อีกด้วย ซึ่งเพียงแค่น้ำเสียงในท่อนแรกที่ดังก้องขึ้นมาก็ยังคงยืนยันความเป็นเสียงจริงตัวจริงในวงการของ อิมเมจ ในวัย 19 ปี ณ ขณะนี้ได้เป็นอย่างดี รวมถึงพาร์ตดนตรีป๊อปบัลลาดที่เครื่องสายได้เข้ามามีบทบาทหลักก็ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้บทเพลงนี้มากยิ่งขึ้นไปอีก

และก็นับเป็นอีกครั้งที่เราได้ฟัง อิมเมจ ร้องเพลงภาษาอังกฤษ หลังจากที่เธอใช้เพลงสากลในการแข่งขัน The Voice Thailand Season 3 ถึง 4 เพลงไม่ว่าจะเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Once อย่าง Falling Slowly, Torn อีกหนึ่งเพลงดังในยุค 90s จากเสียงร้องของ นาตาลี อิมบรูเกลีย, เพลงแจ้งเกิดของ แซม สมิธ กับ Stay With Me หรือแม้แต่ Beautiful จาก คริสตินา อากีเลรา เองก็ตาม ซึ่งก็เป็นที่ทราบกันดีว่า สำเนียงภาษาอังกฤษของ อิมเมจ นั้นยอดเยี่ยมอยู่ไม่น้อย จึงทำให้เธอสามารถถ่ายทอดอารมณ์เพลงสากลออกมาได้อย่างไม่เป็นสองรองใคร และเชื่อได้เลยว่าหลังจากนี้จะมีคนรอผลงานเพลงของสาวอิมเมจมากขึ้นอีกเท่าตัวอย่างแน่นอน

           

Story by: Chanon B.
Photo by: FB Fan Page – Image Suthita Official