13950656_10210272724313446_1614515655_o

ถึงแม้ว่าจะเคยพูดกันไปแล้ว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะพูดอีกครั้งว่าบ้านเรานั้นนับว่าโชคดีอยู่พอตัว จึงทำให้ได้ดูคอนเสิร์ตดีๆ จากศิลปินต่างประเทศโดยที่ไม่ต้องไปไหนไกล ล่าสุดกับ of Montreal วงดนตรีสุดจี๊ดที่จัดจ้านไปทั้งเนื้อหาและดนตรี ที่กำลังจะมาเปิดการแสดงสดในบ้านเรากับ Singha Light Live Series Vol. 3 – of Montreal โดยผู้จัด HAVE YOU HEARD? ในคืนวันที่ 9 สิงหาคมที่จะถึงนี้

และก็เป็นช่วงเวลาประจวบเหมาะพอดีที่สังคมกำลังตื่นตัวและให้ความสำคัญกับเรื่องการแสดงออกทางรสนิยมทางเพศ ที่นับว่าเป็นโอกาสอันดีสำหรับหลายๆ คนบนโลกนี้ที่ไม่ว่าจะเป็นเพศใดหรือเชื้อชาติใดที่จะได้ทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน ภายใต้การเป็นเพื่อนร่วมโลกที่ถ้ามองดีๆ เราก็ไม่ต่างกันสักเท่าไร จะมีก็เพียงแต่รสนิยมทางเพศของแต่ละบุคคลนั้นที่เป็นตัวแบ่งแยกคำว่ามนุษย์

เมื่อพูดถึงการแสดงออกถึงรสนิยมทางเพศ ดนตรีก็เป็นอีกช่องทางหนึ่ง ที่พร้อมเป็นพื้นที่ให้เหล่าศิลปินเปิดเผยตัวตนและบอกเล่าเรื่องราวผ่านเสียงดนตรี บิลบอร์ด ไทยแลนด์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ เควิน บาร์นส์ นักร้องนำจากวง of Montreal ถึงเรื่องราวของอัลบั้มใหม่ Innocence Reaches” กับการหยิบยกเอาเรื่องเพศมาพูดได้อย่างน่ารักและจี๊ดจ๊าด

ทำไมคุณถึงตัดสินใจมาเมืองไทยในครั้งนี้

พวกเราชอบที่จะเดินทาง อีกอย่างพวกเราก็ไม่เคยไปกรุงเทพฯ ด้วย ดังนั้นมันก็เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นที่จะได้ไปดูด้วยตาของตัวเองว่ากรุงเทพฯ นั้นมีดีอะไร แถมยังได้เล่นคอนเสิร์ต แล้วก็เจอแฟนๆ ที่นั่นด้วย

คอนเซ็ปต์ของอัลบั้มใหม่ Innocence Reaches คืออะไร

ผมเขียนอัลบั้มนี้ตอนที่ผมอยู่ปารีสซะส่วนใหญ่ แล้วก็เป็นช่วงเวลาพอดีกับที่ผมเริ่มอินกับเพลงอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงนั้น ดังนั้นอัลบั้มนี้ก็เลยจะออกมาในแนวเพลงแดนซ์สนุกๆ มากกว่าสามอัลบั้มที่ผ่านมา ผมมีความรู้สึกว่าอยากจะทำอะไรที่แตกต่างและก็มีการทดลองใช้ดนตรีใหม่ๆ ที่ได้อิทธิพลมาจากดนตรีร่วมสมัยด้วย

แล้วทำไมถึงเป็น Innocence Reaches มันมีความหมายยังไงสำหรับคุณ

ผมรู้สึกว่าผมเริ่มได้ทบทวนตัวเองกับเรื่องราวในชีวิตส่วนตัว ทั้งมุมมอง ความคิดและอารมณ์ ผมรู้สึกว่าตัวเองคิดแง่บวกมากยิ่งขึ้น ดังนั้นผมเลยอยากที่จะให้อัลบั้มนี้สะท้อนพลังในแง่บวกของผมออกมา แต่อัลบั้มนี้ก็ไม่ใช่ว่าเป็นแง่บวกหรือแฮปปี้ไปซะทั้งหมด เพียงแต่ผมรู้สึกว่าได้ละพลังด้านลบที่หลอกหลอนผมมาในช่วงสองสามปีหลังมานี้

13956894_10210272724113441_46947734_n

สำหรับมิวสิควิดีโอเพลง It’s Different For Girls เป็นอย่างไรบ้าง การทำงานสนุกเหมือนกับสิ่งที่ออกมามั้ย

ขั้นตอนการทำแน่นอนว่ามันสนุกมากครับ ผมบินไปนิวยอร์กเพื่อร่วมงานกับผู้กำกับที่เป็นเพื่อนของผม พวกเราก็ถ่ายทำกันเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงในสตูดิโอย่านแมนฮัตตัน พวกเราได้รวบรวมคนมามากมายที่แตกต่างกันไปทั้งอายุและเพศ เพื่อมาปาร์ตี้มาเต้นรำไปพร้อมๆ กับการถ่ายทำ ซึ่งมันก็เป็นอะไรที่ง่ายๆ แต่สนุกมากครับ

ขั้นตอนการทำอัลบั้มนี้เป็นอย่างไรบ้าง

โดยรวมแล้ว 50 เปอร์เซ็นต์คือการอัดร่วมกับวง อีก 50 เปอร์เซ็นต์คือการอัดโซโล่เดี่ยวของผมเอง ผมอัดเพลงเยอะมากตอนที่อยู่ปารีส ในสตูดิโอเล็กๆ ที่เหลือก็อัดที่สตูดิโอที่บ้าน มันเป็นการบอกเล่าเรื่องราวช่วง 16 เดือนที่ผ่านมาของชีวิตผม มันเป็นอัลบั้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวส่วนตัวและคำสารภาพ ถ้าเปรียบก็เหมือนกับการเอาไดอารี่ของใครสักคนหนึ่งมาถ่ายทอดออกมาเป็นบทเพลง

อะไรคือแรงบันดาลใจของคุณในการเป็นนักดนตรี แล้วใครคือแรงบันดาลใจของคุณ

ผมมักจะคอยหาแรงบันดาลใจในรูปแบบใหม่ๆ อยู่เสมอ ผมสามารถฟังเพลงได้ทุกแบบ ฮอลลี่ เฮิร์นดอน, Flume และ Double Ferrari ก็เป็นบางส่วนของอิทธิพลจากแนวดนตรีร่วมสมัยที่ผมหยิบมาใช้

คุณเคยลองทำดนตรีมาแล้วทั้งป๊อป อิเล็กทรอนิกส์ ฟังค์ ร็อค มีแนวอื่นอีกมั้ยที่คุณอยากจะลองทำ แล้วการเลือกใช้แนวดนตรีที่แตกต่างกันส่งผลอะไรกับผลงานที่คุณคิดออกมามั้ย

อันนี้ผมเดาว่าผมไม่รู้สึกถึงการบังคับหรือความจำเป็นที่จะต้องยึดติดอยู่กับดนตรีแนวใดแนวหนึ่ง ผมรู้สึกอิสระที่จะทดลองอะไรใหม่ๆ ผมชอบที่จะใช้โอกาสเหล่านั้นในการลงมือทำ แล้วก็ไม่อายถ้ามันจะออกมาดูเด๋อๆ การตัดสินทำอะไรแล้วเรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ในตอนแรก บางทีมันก็อาจจะออกมาเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นและเราไม่เคยคาดคิดมาก่อน

คุณมีวิธีการเขียนเพลงอย่างไร

ผมแค่ใช้สิ่งต่างๆ รอบตัว บางทีก็อาจจะใช้เปียโนหรือไม่ก็กีตาร์ เครื่องช่วยบันทึกเสียงแล้วก็โปรแกรมคอมพิวเตอร์ มันมักจะมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่แตกต่างกันออกไป ผมจึงพยายามที่จะเปิดรับไอเดียใหม่ๆ อยู่เสมอแล้วก็โฟกัสกับมัน

13918981_10210272724513451_2120458768_o

มิวสิควิดีโอของ of Montreal นั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ อะไรคือความสัมพันธ์ระหว่างการเขียนเพลงกับการทำมิวสิควิดีโอ

ว่ากันตามตรงนะ ปกติผมไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันในการทำมิวสิควิดีโอ ผมแค่เลือกผู้กำกับที่ผมชอบและก็ให้อิสระในการทำงานแก่พวกเขา ดังนั้นผมเลยไม่สามารถเอาเครดิตเหล่านั้นมาเป็นของตัวเองได้ แต่ผมก็แฮปปี้มากนะที่รู้ว่าพวกคุณชอบมัน

สุดท้ายแล้ว มุมมองในเรื่องเพศ มีผลอะไรกับงานของคุณมั้ย แล้วคุณคิดอย่างไรกับการที่โดยทั่วไปแล้วดูเหมือนว่าดนตรีมักจะได้รับอิทธิพลมาจากเรื่องเพศ ทั้งเพศสภาพ (Gender) และ เพศวิถี (Sexuality)

ผมคิดว่าทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเพศมีอิทธิพลกับมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ อย่างน้อยไม่จุดใดก็จุดหนึ่ง ในมุมมองเล็กๆ ของผมเนี่ย ผมพยายามที่จะเปิดโลกสู่มุมมองใหม่ๆ กับความคิดของคนในเรื่องรสนิยมทางเพศ แล้วก็พยายามทำลายข้อกังขาอะไรต่างๆ ออกไป ผมชอบการแต่งหญิง (drag) แล้วก็การค้นหาและสำรวจด้านความสาว (feminine) ของตัวเองผ่านการแสดงบนเวที แต่จริงๆ แล้วผมเป็นคนขี้อายนะ ดังนั้นการที่อยู่ในวง of Montreal ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ผมจะได้หยิบยกเอาเรื่องนี้มาแสดงออกและเป็นสื่อให้คนเห็น ผมหวังว่าการแสดงของเราจะเราสามารถช่วยกระตุ้นเสริมสร้างบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยด้านบวกและความเป็นมิตร พร้อมอ้าแขนรับความแตกต่างทางรสนิยมทางเพศของพวกเขา สุดท้ายผมก็ต้องการให้การแสดงของพวกเราเป็นเหมือนสถานที่ให้คนมาปลดปล่อยตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาไปกับเสียงเพลงของพวกเรา

Story by: Aekkachai S.

Photos by: Polyvinyl Records