Arak02

 

หากนึกย้อนกลับไป ครั้งแรกที่ได้ทำความรู้จักกับ เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ อย่างจริงจังก็คือการที่เขาสวมบทบาทมือกีตาร์ของวงอินดี้ร็อคซึ่งมีแนวทางและสไตล์อันชัดเจนอย่าง Slur ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าฝีไม้ลายมือในการเล่นกีตาร์ของเขานั้นอยู่ในระดับแพรวพราวทีเดียว ก่อนที่ เป้ จะแยกตัวออกมาเป็นศิลปินเดี่ยวพร้อมกับการนำเสนอแนวดนตรีโฟล์คที่เขาหลงใหลในอัลบั้ม Auto Erotic เมื่อปี 2010 ซึ่งกลายเป็นที่พูดถึงในวงกว้างทั้งกระแสด้านบวกในเรื่องของความหาญกล้าในแนวทางใหม่ของวงการ ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยกระแสเชิงลบโดยเฉพาะเรื่องการใช้ถ้อยคำในบทเพลงที่หลายคนอาจไม่คุ้นเคยสักเท่าไหร่ รวมไปถึงเรื่องเสียงและวิธีการร้องของเขาซึ่งกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนาหูเช่นกัน ก่อนที่ในอีก 2 ปีถัดมา เป้ รวมตัวกับเพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการกลายเป็นวง Pae Arak and the Pisat Band ทำอัลบั้มโฟล์คร็อคในชื่อเดียวกันออกมาให้ฟังกัน มีเพลงอย่าง ไก่, อ่องอ๊องเอ และ สมศรี ที่เป็นไฮไลต์ ปีนี้วงดนตรีดังกล่าวกลับมาอีกครั้งพร้อมอัลบั้ม Wood and Steel และการจัดเต็มทั้งหมด 16 แทร็คซึ่งเป็นสิ่งยืนยันได้อย่างแจ่มชัดว่า เป้ อารักษ์ ไม่เคยหยุดนิ่ง และพร้อมอ้าแขนรับประสบการณ์ใหม่ๆ ซึ่งพุ่งตรงมายังเขาเสมอมา

 

Wood and Steel เป็นอัลบั้มแพ็คคู่ที่แบ่งพาร์ตดนตรีและอาร์ตไดเรคชั่นออกเป็น 2 ขั้วอย่างชัดเจน Wood หรือ ไม้ คือตัวแทนของดนตรีโฟล์คที่กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของ เป้ อารักษ์ ไปเสียแล้ว ซึ่งมู้ดแอนด์โทนในพาร์ตนี้จะแทนค่าด้วยสีน้ำตาล ส่วน Steel หรือ เหล็ก ซึ่งมาพร้อมกับสีม่วงจัดจ้านคือก้าวใหม่อันน่าสนใจที่เขาได้ทดลองนำเอาเครื่องดนตรีไฟฟ้ามารับบทเด่นในเพลง แวบแรกทำให้เรานึกไปถึงการแจ้งเกิดในฐานะมือกีตาร์วง Slur ของเขาอยู่พอสมควร เพียงแต่ความเร่งเร้าเฟี้ยวฟ้าวอาจมีไม่เท่า รวมถึงซาวนด์อัลเทอร์เนทีฟผสมผสานการาจร็อคในยุคนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยพลังแห่งร็อคแอนด์โรลและกลิ่นอายแบบบลูส์อย่างชัดเจน

นอกจากจะได้ 2 สมาชิกจากวง The Pisat Band อย่าง อัด-วงศ์วริศ อาริยวัฒน์ (กีตาร์) และ บิ๊ก-ภานุวัฒน์ พืชกสิชลพสุธา (เบส) มาร่วมหัวจมท้ายกันในอัลบั้มนี้อีกครั้ง Wood and Steel ยังคลาคล่ำไปด้วยบุคลากรมากฝีมือในแวดวงดนตรีบ้านเรามาร่วมงานกันอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น กั้ง-อิทธิพร สุปรีชากร มือกลองของวง Superbaker และ Starfish (ซึ่งเป็นวงเดียวกันแต่ทำดนตรีคนละแนว) มาอัดกลองในพาร์ตของ Wood ในขณะที่ส่วนของ Steel ก็ได้มือกลองแห่งวง Chanudom อย่าง ต๊อป-ธัชพล ชีวะปริยางบูรณ์ จาก Chanudom ก็มารับหน้าที่บันทึกเสียงกลองให้ และที่สำคัญก็มีรายชื่อของ ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์ และ เจ-มณฑล จิรา ที่มารับบทบาทเบื้องหลังในการเป็นโปรดิวเซอร์ รวมถึงมิกซ์และมาสเตอริ่งให้ตามลำดับอีกต่างหาก

ARAK WOOD AND STEEL COVER 2016 01

 

การตัดสินใจเลือกว่าจะดื่มด่ำกับซาวนด์ในพาร์ตใดก่อนกลายเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก แต่ท้ายที่สุดเราเลือกจะเสพความสดใหม่ที่ เป้ อารักษ์ และวง The Pisat Band ภูมิใจนำเสนอใน Steel ก่อน และเพียงแค่แทร็คแรกอย่าง บอกฉันที ก็ทำเอาเราอุทานว่า ‘โอ้โห’ ในใจเลยทีเดียว กับอินโทรที่เต็มไปด้วยเสียงสังเคราะห์ ก่อนจะเริ่มไล่เรียงไลน์เบส กีตาร์ไฟฟ้า และกลองเข้ามาทีละนิด และใส่เต็มในท่อนฮุกที่ร็อคแอนด์โรลจ๋าๆ มาเลย และการตัดฟีลมาเป็นดนตรีดิสโก้เปรี้ยวจี๊ดในแทร็คต่อมาอย่าง ฉันออกไปเต้นกับเพลงที่ไม่คิดจะฟัง ที่ตัดออกมาเป็นซิงเกิ้ลตั้งแต่ปลายปีที่แล้วก็ทำให้เราอุทานในใจอีกครั้งกับสีสันที่เราไม่เคยได้ยินจากเพลงของ เป้ อารักษ์ มาก่อน ก่อนจะลดทอนจังหวะลงมากับ แพ้ และ คิดถึง ซึ่งตัดมาเป็นซิงเกิ้ลตั้งแต่ปี 2015 ที่เพิ่มเติมซาวนด์คีย์บอร์ดเข้ามาเป็นสีสัน ซึ่งเมโลดี้ป๊อปๆ ของ 2 เพลงดังกล่าวน่าจะทำให้เข้าไปอยู่ในใจคนฟังได้ไม่ยาก

เรื่องราวของเพลงช้ายังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง ขู่ เพลงบลูส์เท่ๆ กับเนื้อหาที่เหมาะเหลือเกินสำหรับผู้ชายปากแข็งทั้งหลาย กับฮุกช่วงท้ายซึ่งเพิ่มคีย์กันทุกท่อนที่ฟังอร่อยหูทีเดียว กลับไปคึกคักด้วยท่วงทำนองแห่งร็อคแอนด์โรลมันๆ กันสักหน่อยกับ รักนักร้อง ซึ่งฟังจบไปหลายรอบก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมเนื้อเพลงต้องกล่าวถึง ‘คีย์ D’ แต่รับรองเลยว่าหากได้ฟังตอนเล่นสดนี่มีกระโดดตามกันแน่ๆ เปลี่ยนโหมดอีกครั้งกับเพลง รอ กับการเล่นกับกรู๊ฟกลองและเบสตลอดทั้งเพลงได้น่าสนใจทีเดียว ปิดท้ายโซน Steel ด้วยความดุเดือดในเพลง อย่าเล่นกับไฟ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งแทร็คไฮไลต์ประจำอัลบั้มเลยก็ว่าได้ เพราะร็อคแอนด์โรลกันจัดเต็มสุดๆ โซโล่กีตาร์ก็ใส่กันไฟลุก แถมหนุ่มเป้ยังได้โชว์เสียงร้องสูงๆ ในช่วงท้ายๆ ของเพลงอีกด้วย

ARAK WOOD AND STEEL COVER 2016 02

 

มาต่อกันด้วยพาร์ตของ Wood ซึ่งเสียงแบนโจและฮาร์โมนิก้าในอินโทรของแทร็คแรกอย่าง ร้อย เชื้อเชิญให้เข้าสู่โลกแห่งดนตรีโฟล์คของ เป้ เสียเหลือเกิน กับเนื้อหาที่พูดถึงการเทียบมูลค่าในวัตถุที่ไม่เท่ากันของแต่ละคน ซึ่งเครื่องดนตรีทั้ง 2 ชิ้นดังกล่าวก็ยังเป็นเครื่องดนตรีหลักในแทบทุกเพลงไม่ว่าจะเป็น เพลงรัก ที่คุ้นหูกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ส่วนแทร็คที่มีชื่อสั้นๆ ว่า บู๊ ก็ชวนโยกไม่น้อย ถึงแม้ชื่อเพลงจะชวนให้นึกถึงแอ็คชั่นสตาร์อย่าง เฉินหลง หรือ จา พนม อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ เป้ กลับบอกว่า นักรักคนนี้ขอไม่สู้และไม่บู๊กับสาวคนรักเสียดีกว่า โดยในช่วงกลางเพลงก็มีมีโซโล่กลองเด็ดๆ จาก กั้ง Superbaker อีกต่างหาก แทงหลัง กับระยะเวลาเพียง 2 นาที 41 วินาทีที่พาคนฟังสู่ดินแดนแห่งคาวบอยกับท่วงทำนองอันเร้าเร่งที่ทำเอาต้องกระทืบเท้าตามจังหวะ เรียกได้ว่าสับคอร์ดกีตาร์ เดินดับเบิ้ลเบส ซัดสแนร์กันมันหยดเลยทีเดียว

แทร็คต่อมาอย่าง ชู้ทางกาย เป็นอีกหนึ่งเพลงแนะนำที่อยากให้ฟังกัน เป้ ได้สอดแทรกประเด็นทางสังคมที่สาวในยุคนี้ใช้เรือนร่างแลกเปลี่ยนเงินตรากับเพลงโฟล์คป๊อปที่เมโลดี้งดงามมากเพลงหนึ่ง ส่วนเพลงชื่อแปลกอย่าง พลังที่หว่างขา ก็น่าสนใจเอามากๆ ทั้งในเรื่องชุดคำที่เขาใช้ และการหยิบเอาเรื่องราวความสูญเสียจากอุบัติเหตุของผู้ขับขี่บิ๊กไบค์ที่หลายครั้งที่เราได้เห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์มาถ่ายทอด ในขณะที่ เดา มาพร้อมเสียงร้องของ เป้ กีตาร์อะคูสติกและฮาร์โมนิก้าเพียงเท่านั้น ก่อนจะส่งท้ายด้วย กายฉันว่ายน้ำไปใจฉันคิดถึงเธอ ที่บ่งบอกถึงบทสรุปการเดินทางตลอดหลายปีที่ผ่านมาในวงการดนตรีบ้านเราของ เป้ อารักษ์ ได้ชัดเจนมากๆ อีกทั้งการใส่ซาวนด์คีย์บอร์ดลงไปเคียงคู่กับเสียงกีตาร์อะคูสติกก็ทำให้บทเพลงมีความอุ่นๆ ตลอดการฟังอย่างบอกไม่ถูก

Arak05

 

Wood and Steel นับเป็นอัลบั้มที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการในฐานะศิลปินของ เป้ อารักษ์ ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะความสดใหม่ในพาร์ตของ Steel ที่สามารถลบภาพหนุ่มโฟล์คที่เราคุ้นเคยออกไปจากหัวสมองได้อย่างฉับพลัน เป้ หันมาสวมแจ็คเกตหนังสะพายกีตาร์ไฟฟ้าได้เท่เอามากๆ ด้วยสรรพเสียงแห่งดนตรีร็อคแอนด์โรลที่มีเสน่ห์ของสำเนียงบลูส์ติดมาพอกล้อมแกล้ม ซึ่งในบางช่วงบางตอนฟังดูเก๋าเสียจนพลันทำให้นึกถึงวงดนตรีรุ่นพี่ในวงการอย่าง อพาร์ตเมนต์คุณป้า ด้วยซ้ำ นับเป็นการก้าวออกมาจากกรอบของซาวนด์เดิมๆ ของเขาอย่างกล้าหาญอีกครั้งนับตั้งแต่เขาเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นมือกีตาร์วง Slur สู่การเป็นศิลปินโฟล์คเต็มตัวเมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว

ในขณะที่ Wood ยังคงเป็นพาร์ตที่ เป้ ทำได้ตามมาตรฐานในส่วนของภาคดนตรี แต่เมื่อได้มาผสมผสานกับมุมมองที่เติบโตและแปลกใหม่ตามประสบการณ์ที่มากขึ้นในฐานะนักแต่งเพลงก็ทำให้เรื่องราวที่เขานำเสนอนั้นยังเต็มไปด้วยเอกลักษณ์และความโดดเด่นตามแบบฉบับ เป้ อารักษ์ เช่นเคย แม้ว่าเพลงในทั้ง 2 พาร์ตที่เราได้ยินได้ฟังกันนั้นจะสามารถสัมผัสได้ถึงอิทธิพลทางดนตรีจากทั้ง ฮิวโก้ จุลจักร ในสำเนียงแบบร็อคแอนด์โรลและบลูส์ รวมถึงซาวนด์อิเล็กทรอนิกส์จาก เจ มณฑล ที่เข้ามาแจมใน Steel อยู่พอสมควร แต่เรามองข้ามไปถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางดนตรีของแต่ละคน ซึ่ง เป้ สามารถต่อยอดจากสิ่งเหล่านั้นให้ออกมาในแนวทางของตนเองได้อย่างน่าชื่นชม อีกทั้ง อัด และ บิ๊ก 2 ตัวแทนจาก The Pisat Band ก็เป็นส่วนเติมเต็มสำคัญในพาร์ตดนตรีของอัลบั้มชุดนี้อย่างปฏิเสธไม่ได้เช่นกัน

Arak03

 

พูดถึงเรื่องการแต่งเพลงที่ เป้ รับบทบาทในการแต่งเองแทบทั้งหมด แม้จะมีคำครหามากมายจากอัลบั้มชุดแรกๆ ที่ส่งต่อไปยังเจ้าของผลงานอย่าง เป้ ว่า เขาต้องการจะสื่อถึงอะไรกันแน่ แน่นอนว่าอัลบั้ม Wood and Steel ยังคงพูดถึงเรื่องราวในสังคมในหลากหลายแง่มุม ส่วนชุดคำและภาษาแปลกๆ ในแบบ ‘อารักษ์สไตล์’ ก็ยังมีเพียบเช่นเดิม อาทิ ‘แสงแฟลชจะเปลี่ยนลูกแกะให้กลายเป็นม้า’ ในเพลง ฉันออกไปเต้นกับเพลงที่ไม่คิดจะฟัง, ‘ฉันชนะเกสรดอกไม้ มีเซรุ่มพิษงู ฉันไม่กลัวสิงโตและหนู กินทั้งกุ้งหอยและปู’ จากแทร็ค แพ้ หรือจะเป็นเพลง พลังที่หว่างขา ที่มีเนื้อเพลงอย่าง ‘จากกล้องโกโปร ที่เขาถ่ายเพื่อเอาไว้โชว์ แต่ทางขวามีรถโผล่ และเราจะรู้จากวิดีโอ’ ซึ่งอาจยังไม่เข้าใจว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร หรือต้องฟังซ้ำหลายรอบอยู่สักหน่อย แต่ดูเหมือนว่า เป้ จะรู้จุดที่เหมาะสมในการเอาแต่ละคำมาใช้มากยิ่งขึ้น ก่อเกิดเป็นความ ‘ไม่ขัดหู’ อย่างที่หลายคนอาจรู้สึกได้จากผลงานยุคแรกๆ ของเขาสักเท่าไหร่

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือบทบาทในการเป็น ‘นักร้อง’ ของ อารักษ์ ที่ยังแสดงสถานะเครื่องหมายคำถามมาตลอด สำหรับ Wood and Steel ดีไซน์การร้องของ เป้ มีความหลากหลายและมีมิติมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการร้องเสียงเต็มตามเมโลดี้ หรือการขึ้นเสียงสูงในเพลงอย่าง อย่าเล่นกับไฟ เขาก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ สำหรับคนที่มองในมุมของการเป็นนักร้องเพียงประการเดียวอาจรู้สึกว่า มันยังขาดบางสิ่งบางอย่างที่จะทำให้ตัวเพลงสมบูรณ์แบบได้มากกว่านี้ แต่หากจะพูดถึงการเป็นศิลปินสักคน การเข้าใจในบทเพลงอย่างถ่องแท้และถ่ายทอดออกมาด้วยความรู้สึกอันแท้จริงต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าการจะมานั่งพินิจพิเคราะห์ถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่งเพียงอย่างเดียว

 

เราเชื่อว่า ผลงานลำดับต่อๆ ไปในนาม Pae Arak and the Pisat Band หรือแม้กระทั่งอัลบั้มเดี่ยวของ เป้ อารักษ์ เองก็ตามจะทำให้คนฟังเปิดใจรับกับสิ่งใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น และอาจพร้อมที่จะก้าวเดินออกมาจากความคิดและทัศนคติเดิมๆ ด้วย ‘ความกล้า’ ที่ชายหนุ่มคนนี้มีและส่งผ่านในบทเพลงของเขาเสมอมา

 

Story by: Chanon B.
Photos by: What The Duck