01

 

ย้อนกลับไปสู่ค่ำคืนหนึ่งในช่วงต้นปีที่ผ่านมา บิลบอร์ด ไทยแลนด์ มีโอกาสได้เจอ พาย กัญญภัค นักร้องนำวง My Life as Ali Thomas ณ คอนเสิร์ตงานหนึ่ง เธอบอกกับเราว่า กำลังจะมีอัลบั้มเต็มเร็วๆ นี้แล้ว ประโยคดังกล่าวทำเอาเราตื่นเต้นไม่น้อย เพราะวงดนตรีวงนี้ถือเป็นคลื่นลูกใหม่ในวงการที่น่าจับตามองสุดๆ อีกหนึ่งวง และแล้วการรอคอยก็สิ้นสุด พวกเขานำพาอัลบั้มเต็มชุดแรกในชีวิตที่ชื่อ Paper สู่คนฟังทั่วประเทศเป็นที่เรียบร้อย

My Life as Ali Thomas ประกอบไปด้วยสมาชิกวงทั้งหมด 4 คนคือ พาย – กัญญภัค วุธรา (กีตาร์, ร้องนำ) และ แร็ก – วิภาต เลิศปัญญา (กีตาร์) ซึ่งก่อร่างสร้างวงดนตรีวงนี้มาด้วยกัน รวมถึงสมาชิกรุ่น 2 ที่เข้ามาเติมแต่งสีสันให้อัลบั้มเสร็จสมบูรณ์อย่าง โอ๊ก – โชติวัฒน์ ภูริพันธุ์ (เบส) และ ตาว – วรรณพงศ์ แจงบำรุง (กลอง) และชื่อวงอันแปลกหูที่หลายคนสงสัยนั้นได้อ้างอิงความหมายมาจากรากศัพท์กรีกโบราณ โดยคำว่า Ali Thomas แปลตรงตัวได้ว่า Another Twin ที่ต้องการจะสื่อถึงความมีตัวตนในอีกมิติหนึ่งที่ตรงกันข้ามกับชีวิตจริงนั่นเอง

เชื่อว่านักฟังเพลงชาวไทยจำนวนไม่น้อยที่ได้ฟังผลงานของ My Life as Ali Thomas ครั้งแรกแล้วรู้สึกว่า นี่คือวงต่างประเทศหรือเปล่า อาจจะด้วยเหตุผลที่เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วซึ่งพวกเขายังคงอยู่ภายใต้สังกัด Tigger Twins ไลฟ์เซสชั่นเพลง Lover to Lover และ All My Inventions นั้นทำให้เราตกหลุมรักตั้งแต่แรกฟัง ด้วยเนื้อร้องที่เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด สำเนียงการเปล่งเสียงที่ล้นไปด้วยเสน่ห์ของ พาย รวมถึงแนวดนตรีที่โดดเด่นด้วยกลิ่นอายโฟล์คร่วมสมัยซึ่งค่อนข้างจะได้รับความนิยมในเมืองนอกเมืองนามากกว่าบ้านเรา แต่ข้อเท็จจริงก็คือ พวกเขาเป็นวงดนตรีสัญชาติไทยแท้ซึ่งเราภาคภูมิใจที่จะแนะนำให้ทุกคนได้ลองเปิดใจฟังสิ่งที่พวกเขาต้องการจะสื่อสารผ่านอัลบั้ม Paper ดูสักครั้ง

paper_cover

 

เปิดอัลบั้มด้วยความล่องลอยของแทร็คที่ชื่อ All My Inventions ซึ่งเริ่มต้นด้วยเครื่องดนตรีน้อยชิ้น แต่เซอร์ไพรส์ด้วยกลิ่นอายโพสต์ร็อคในตอนจบ ต่อด้วยเรื่องราวความฝันอันแตกสลายของผู้ได้ชื่อว่าเป็นลูกใน Daughter and Son ซึ่งถือเป็นซิงเกิ้ลแรกที่เปิดตัวกับ Warner Music Thailand ด้วย จากไลน์กีตาร์อะคูสติกเรียบง่าย ค่อยๆ บิลด์ดนตรีให้เร่งเร้าขึ้นเรื่อยๆ เสริมบรรยากาศด้วยเครื่องสาย ก่อนจะใส่พาร์ตของดนตรีร็อคแบบเต็มๆ ในช่วงท้าย อีกทั้งท่อนฮุกที่เป็นไลน์คอรัสนั้นติดหูไม่น้อย ตัดอารมณ์กับแทร็คถัดไปที่ปล่อยออกมาเป็นซิงเกิ้ลแล้วเช่นกันอย่าง Winter’s Love ที่ทั้งเหงาและเศร้าด้วยอารมณ์คิดถึงคนรัก โดดเด่นด้วยเครื่องสาย รวมถึงไลน์กีตาร์ในท่อนฮุกที่แปลกหูแต่ลงตัวชะมัด บรรยากาศในเพลงให้อารมณ์เสมือนว่ากำลังฟังอยู่ท่ามกลางหิมะเลยทีเดียว

แทร็คต่อมาเพิ่มบีตขึ้นมาพอสมควรกับซิงเกิ้ลล่าสุดที่ชื่อ Cordelia ที่พอจะโยกตัวตามได้ ริฟฟ์กีตาร์ไฟฟ้าตอดเล็กตอดน้อยตลอดทั้งเพลง ช่วงกลางเพลงมีการตัดสู่ท่วงทำนองเนิบช้ากับเสียงคีย์บอร์ดอันล่องลอย ก่อนเข้าสู่ระเบิดลูกใหญ่แบบจัดเต็มในท่อนสุดท้ายอีกครั้ง Ellephant กับท่วงทำนองที่ป๊อปที่สุดในอัลบั้ม และมีแนวทางความเป็นร็อคมากกว่าแทร็คอื่นๆ น่าจะเป็นหนึ่งในเพลงที่เล่นสดสนุกทีเดียว ในขณะที่ Kiss เป็นแทร็คที่พาร์ตดนตรีโดดออกมาจากเพลงอื่นๆ พอสมควรด้วยการใส่เสียงสังเคราะห์เข้าไปผสมผสาน ซึ่งเมโลดี้ในท่อนฮุกที่บวกกับน้ำเสียงของพายนั้นมีเสน่ห์มากๆ ก่อนจะตัดเข้าสู่อารมณ์โฟล์คแบบเต็มๆ อีกครั้งกับ Lover to Lover โดยเฉพาะช่วงตั้งแต่กลางเพลงเป็นต้นไปที่เคล้าคลอด้วยเสียงแทมบูรินทำเอาต้องขยับแข้งขยับขาตามเบาๆ

Felt เป็นอีกหนึ่งแทร็คแนะนำที่เราอยากให้ฟัง แม้จะมีเพียงกีตาร์โปร่งและเสียงของพาย แต่บอกเลยว่าจับใจมาก ตัดอารมณ์อีกครั้งกับไตเติลแทร็คอย่าง Paper ที่ได้ยินครั้งแรกนึกว่ากำลังฟังซาวนด์แทร็คประกอบภาพยนตร์ไซไฟสักเรื่อง สมาชิกทุกคนได้ปล่อยของกันอย่างแท้จริงสำหรับเพลงนี้ ยิ่งเมื่อมีพาร์ตของเครื่องเป่าเข้ามาสร้างสีสันร่วมกับเสียงแอมเบียนต์ต่างๆ นานา รวมถึงเครื่องดนตรีหลักอย่างกีตาร์อะคูสติก กีตาร์ไฟฟ้า เบส กลอง ยิ่งเสริมความอลังการให้แทร็คนี้สุดๆ ทิ้งท้ายด้วย Forget You กับอารมณ์เศร้า และบาดลึกขึ้นเรื่อยๆ กับความเป็นโพสต์ร็อคที่ค่อยๆ โหมกระหน่ำจนจบโน้ตตัวสุดท้าย

02

 

สิ่งแรกที่ต้องพูดถึงก่อนเลยก็คือ น้ำเสียงของสาวเท่ผู้สวมบทบาทฟร้อนต์แมนของวงอย่าง พาย ที่เรียกได้ว่าเป็นของขวัญจากสรวงสวรรค์ก็ว่าได้ เธอสามารถสร้างเอกลักษณ์ในน้ำเสียงจนไม่ว่าใครฟังครั้งแรกก็รู้ว่านี่คือเพลงของ My Life as Ali Thomas เสียงแหบเล็กๆ การเอื้อนในช่วงท้ายของแต่ละวรรคแต่ละคำนับเป็นการดีไซน์รูปแบบการร้องที่มีเสน่ห์และลงตัวกับดนตรีที่สมาชิกทุกคนได้ร่วมกันสรรค์สร้างขึ้นมา อีกทั้งทุกเพลงในอัลบั้ม Paper พายยังรับหน้าที่แต่งเนื้อร้องและทำนองอีกด้วย ดังนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยที่เธอจะสามารถสื่อสารอารมณ์ของแต่ละเพลงออกมาได้ดีขนาดนี้

สำหรับพาร์ตของดนตรี ภาพจำของ My Life as Ali Thomas มักมาควบคู่กับดนตรีโฟล์คร่วมสมัยจากซิงเกิ้ลแรกๆ ที่พวกเขาปล่อยออกมา ชูโรงด้วยเสียงกีตาร์อะคูสติก เล่าเรื่องราวในเพลงผ่านบรรยากาศที่ทั้ง 4 สมาชิกสร้างขึ้น แต่กระนั้นเมื่อได้ฟังทุกเพลงของอัลบั้ม Paper ที่ได้ ดนัย ธงสินธุศักดิ์ ซึ่งเคยร่วมงานกับทั้ง Retrospect, Sweet Mullet รวมถึง Klear รับหน้าที่โปรดิวเซอร์ อีกหนึ่งซาวนด์ที่เพิ่มเติมเข้ามาและน่าสนใจมากก็คือ กลิ่นอายดนตรีร็อค รวมไปถึงซาวนด์แบบโพสต์ร็อคที่ซ่อนตัวอยู่ในหลายๆ แทร็ค หรือแม้แต่บางเพลงที่โดดเด่นขึ้นมาเป็นพระเอกเสียด้วยซ้ำ ซึ่ง แร็ก-โอ๊ก-ตาว ก็สามารถออกแบบไลน์ดนตรีของแต่ละคนให้มีมูฟเม้นต์ และสร้างความตื่นเต้นให้คนฟังได้เรื่อยๆ ซึ่งความโดดเด่นเฉพาะตัวของ My Life as Ali Thomas ก็นำพาพวกเขาไปสู่เทศกาลดนตรีในต่างแดนทั้ง “Music Matters Festival” ที่สิงคโปร์ และล่าสุดกับ “Taichung International Cuisines Festival” ที่ไต้หวันมาแล้ว

แต่เนื่องด้วยซาวนด์ดนตรีที่มีความเป็นโฟล์คนำนั้นอาจนำพาคนฟังไปสู่วงดนตรีต่างประเทศที่มีกลิ่นอายดนตรีในลักษณะคล้ายคลึงกันไม่ว่าจะเป็น Of Monsters and Men หรือ Daughter อยู่ไม่น้อย รวมถึงมู้ดแอนด์โทนของทั้ง 10 แทร็คที่ค่อนข้างจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันก็อาจสร้างสีสันให้ตัวอัลบั้มได้ไม่มากนัก แต่ถ้าใครที่ชื่นชอบแนวดนตรีแบบนี้เป็นทุนเดิมก็น่าจะหลงใหลในบรรยากาศของแต่ละเพลงที่ร้อยเรียงกันได้ไม่ยาก

แต่อย่างน้อย การเปิดประสบการณ์ในการฟังเพลงแนวใหม่ๆ ให้กับวงการดนตรีบ้านเราของ My Life as Ali Thomas ก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม และก็ไม่มีเหตุผลใดที่คุณจะไม่ลองฟังอัลบั้ม Paper ไปทีละแทร็คจนครบทั้งอัลบั้มด้วยความละเมียดละไมและอารมณ์ที่อิ่มเอมเมื่อแทร็คสุดท้ายจบลง

 

Story by: Chanon B.
Photos by: Warner Music Thailand