paper-plane-900-5

Paper Planes

“การพับเครื่องบินกระดาษก็เหมือนจุดเริ่มแรกของเด็กๆ ที่คิดฝันอยากไปแตะบนท้องฟ้า ก็คงไม่ต่างจากพวกเราสักเท่าไหร่ครับ” คำกล่าวจากวงร็อครุ่นใหม่ Paper Planes ที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความมุ่งมั่น มาพร้อมแนวเพลงโพสต์ฮาร์ดคอร์ผสมผสานความร่วมสมัยของดนตรี EDM ที่พวกเขาหลงใหล แม้ว่าเป้าหมายในการนำพาดนตรีแนวนี้ไปสู่กระแสเมนสตรีมของวงการเพลงบ้านเรา ณ ปัจจุบันอาจคงเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก เนื่องด้วยสไตล์เพลงที่ยังมีคนฟังที่ค่อนข้างเป็นเฉพาะกลุ่ม แต่พวกเขาก็ยังยืนหยัดและยืนยันที่จะพาเครื่องบินกระดาษลำนี้โบยบินไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

ฮาย-ธันวา เกตุสุวรรณ (ร้องนำ), แจ๊ส-ฤทธิ์อำนาจ ขวานทอง (กลอง), หยก-กฤศกร ฉันทเกษมคุณ (กีตาร์) และสมาชิกคนล่าสุดของวง เซน-นครินทร์ ขุนภักดี (เบส) คือ 4 สมาชิกของวง Paper Planes ศิลปินภายใต้โปรเจกต์ Showroom 3 ของค่าย genie records ร่วมกับวง The Dai Dai, Rubikk, The Black Nails และ My Own Summer ซึ่งหากใครยังพอจำกันได้ โปรเจกต์ Showroom Vol.1 ที่ปล่อยออกมาเมื่อปี 2004 นี่เองที่แจ้งเกิดวงดนตรีอย่าง Retrospect (จากเพลง ไม่มีเธอ), Sweet Mullet (เพลง ตอบ) หรือแม้แต่ Saturday Seiko อย่างเป็นทางการ รวมถึง Showroom Vol.2 ในอีก 1 ปีถัดมาที่บรรจุเพลงของ The Richman Toy, Quantum และ แก๊ก Pinky Groove เอาไว้

“วันที่ทาง genie records มาบอกว่า Paper Planes จะได้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ Showroom 3 พวกเราเหมือนคนบ้าเลย (หัวเราะ) ไฟในการทำดนตรีมาเต็ม” ฮายกล่าวพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า ทว่าความสุขของก้าวแรกแห่งความสำเร็จในวงการดนตรีก็มาพร้อมกับความกดดันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “โปรเจกต์นี้สร้างศิลปินดังๆ เอาไว้มากมาย ถ้าเราเข้าไปแล้วไม่ฉายแสง หรือทำเพลงออกมาโอเคแค่ประมาณหนึ่ง มันก็คงกร่อยๆ น่ะครับ” ฮายกล่าวต่อ

paper-plane-900-1

ฮาย-ธันวา เกตุสุวรรณ (ร้องนำ)

Paper Planes มีจุดเริ่มต้นจากความฝันทางดนตรีของ ฮาย และ หยก สองหนุ่มที่มีบุคลิกอันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงรอยสักหลากสไตล์ที่ปรากฏอยู่บนร่างกายของพวกเขา ก่อนที่ แจ๊ส จะได้รับการชักชวนให้เข้ามาเติมเต็มในพาร์ตของกลองในที่สุด “ถ้าพูดถึงการทำวง เรื่องของรสนิยมและความชอบในดนตรีที่ใกล้กันคือสิ่งสำคัญมาก” แจ๊สอธิบาย อีกทั้งการที่พวกเขามีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันในวัยเพียง 22-23 ปีอีกต่างหาก ซึ่งทุกอย่างที่กล่าวมาอาจเป็นคำตอบของคำถามที่ว่า เพราะอะไรความลงตัวของ 3 สมาชิกยุคแรกเริ่มจึงเกิดขึ้นเร็วมาก

ต้นปี 2016 Paper Planes ก็ทำเอาคอร็อคชาวไทยเซอร์ไพรส์ไปตามๆ กัน เพราะพวกเขาขอแนะนำวงดนตรีวงนี้ด้วยเพลงอภิมหาป๊อปอย่าง Sorry ของ จัสติน บีเบอร์ และจากการเป็นมือกีตาร์มาโดยตลอดก่อนหน้านี้ ฮาย ก็ก้าวขึ้นมารับบทบาทนักร้องนำอย่างเต็มตัว “ก็เสี่ยงโดนด่าเยอะเหมือนกันครับ (หัวเราะ) เพราะเป็นเพลงที่เมนสตรีมมากๆ” ฮายเผยความรู้สึกก่อนกล่าวต่อว่า “การจะนำเอา Sorry ไปอยู่ในรูปแบบของเพลงกึ่งอันเดอร์กราวนด์มันมีความท้าทาย ซึ่งพวกเราสนุกกับการเลือกซาวนด์ รวมไปถึงการเรียบเรียงเพลงมากๆ” และสุ้มเสียงดนตรีร็อคในแบบฉบับโพสต์ฮาร์ดคอร์ที่ผสมผสานความร่วมสมัยของดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กลิ่นอาย EDM จึงกลายเป็นกรอบที่ Paper Planes ตั้งต้นเอาไว้เป็นหมุดหมายสำคัญ

paper-plane-900-4

แจ๊ส-ฤทธิ์อำนาจ ขวานทอง (กลอง)

และหลังจาก Sorry ปล่อยออกมาสักพัก กระบวนการหามือเบสก็เริ่มต้นขึ้น “การตัดสินใจหาสมาชิกใหม่เป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะผม หยก และแจ๊สเข้ากันได้ดีมาก เรื่องนิสัยและรสนิยมคือประเด็นหลักที่สำคัญที่สุด” ฮายเผย โดยในช่วงแรก เซน ที่เล่นดนตรีกับแจ๊สมาตั้งแต่อายุ 19 ปีได้ก้าวเข้ามาในฐานะนักดนตรีแบ็คอัพของวงเพื่อเสริมพาร์ตดนตรีให้หนักแน่นขึ้นเมื่อยามเล่นสด แต่สมาชิกคนอื่นๆ ได้เรียนรู้นิสัยใจคอของเซน จึงไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใดที่จะทำการต้อนรับสมาชิกใหม่สู่โลกแห่งเครื่องบินกระดาษลำนี้

หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า ก่อนที่ Paper Planes จะเปิดตัวด้วยการคัฟเวอร์เพลงดังของหนุ่มจัสติน บีเบอร์ ฟร้อนต์แมนอย่าง ฮาย ก็มีโอกาสได้ทำงานเบื้องหลังให้กับศิลปินมากมาย รวมถึงอัลบั้มล่าสุดของ Retrospect อย่าง Pathfinder ที่เขารับหน้าที่มิกซ์และมาสเตอริ่งด้วยตนเอง และการที่ฮายได้ทำงานกับโปรดิวเซอร์รุ่นใหญ่ของวงการอย่าง ดาโน่-ดนัย ธงสินธุศักดิ์ ก็ถือเป็นส่วนสำคัญไม่น้อยที่ทำให้ Paper Planes ก้าวมาอยู่ในจุดนี้ ซึ่งฮายก็เล่าว่า…

“ตอนนั้นเป็นช่วงที่โปรเจกต์ Showroom 3 กำลังเริ่มต้นพอดี ซึ่งผมเองก็ทำเบื้องหลังให้วงในนั้นด้วย ผมก็ถามพี่โน่ในนามของวงดนตรีหนึ่งว่า จะสามารถมีจุดตรงไหนที่จะสมเหตุสมผลกับวงหน้าใหม่ ที่จะก้าวไปข้างหน้าได้บ้างไหม ไม่ว่าจะเป็นการส่งเดโม่ หรือค่ายที่รับวงเล็กๆ ที่อาจจะไม่แมสมาก ซึ่งพี่โน่ก็ให้คำแนะนำมา” ซึ่งคำแนะนำจาก ดาโน่ ก็คือให้พวกเขาส่งเดโม่ไปยัง genie records เพื่อพิจารณารับเข้าเป็นส่วนหนึ่งโปรเจกต์ Showroom 3 นั่นเอง

paper-plane-900-3

เซน-นครินทร์ ขุนภักดี (เบส)

แต่กระนั้นก็อาจมีหลายคนมองว่า การที่ฮายทำงานกับโปรดิวเซอร์คนดังอาจเป็นช่องทางที่ทำให้ Paper Planes ได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษหรือไม่ ซึ่งฮายก็บอกว่าเขาและเพื่อนขอทำตามระบบทุกอย่าง และไม่ใช้เส้นสายเสียดีกว่า “ถ้าเราเข้าไปโดยที่ยัดเงินใต้โต๊ะหรือจะเป็นเรื่องการเมือง เราก็ต้องมารับผลลัพธ์จากสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งสุดท้ายถ้าเพลงไม่โอเค คนฟังก็จะเป็นผู้ตัดสินเอง”

ก่อนเสียเธอไป คือบทเพลงเปิดตัว Paper Planes ในฐานะศิลปินของโปรเจกต์ Showroom 3 ซึ่งกลั่นกรองออกมาจากมันสมองและสองมือของสมาชิกวงทุกคน โดยทุกขั้นตอนทำในสตูดิโอผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ซึ่งเป็นวิธีการที่พวกเขาถนัด แถมยังสามารถมองเห็นการเดินทางของแต่ละเพลงตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงจุดสิ้นสุด ทั้งในเรื่องการดีไซน์ซาวนด์ ตลอดจนสามารถเปลี่ยนในส่วนที่วงลงความเห็นแล้วว่ารู้สึกไม่ใช่ได้ในทันที

มากไปกว่านั้น พวกเขายังพยายามหาจุดแตกต่างให้ดนตรีโพสต์ฮาร์ดคอร์ในแบบฉบับ Paper Planes ในซิงเกิ้ล ก่อนเสียเธอไป ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์ซาวนด์กีตาร์ของหยกที่ฉีกไปในทาง twang หรือการที่นำเอากีตาร์ที่ให้เสียงโทนใสมาใช้เล่น ซึ่งปกติแล้วกีตาร์ที่นำมาใช้จะเน้นเสียงที่หนาเพื่อความดุดันของดนตรี การเรียบเรียงที่นำเอาดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเน้นบทบาทของดนตรี EDM อย่าง ชิลล์แทร็ป หรือ ฟิวเจอร์เบส มาผสม รวมถึงการที่เพลงนี้ไร้ซึ่งการว้าก ทั้งๆ ที่เพลงโพสต์ฮาร์ดคอร์โดยทั่วไปจะมีการสำรอกเสียงเป็นบทบาทเด่น “ผมมองว่า เพลงโพสต์ฮาร์ดคอร์มันไม่จำเป็นต้องว้ากอย่างเดียว ไม่มีว้ากก็สนุกได้ ถ้าเพลงต่อไปเหมาะที่ว้าก ก็เป็นไปได้ที่จะมี แต่มันควรจะอยู่ในจุดที่ควรจะว้าก” ฮายอธิบาย

แต่กระนั้นในวันที่ Paper Planes ปล่อยมิวสิควิดีโอเพลง ก่อนเสียเธอไป ออกมา คำชื่นชมก็ถาโถมเข้ามาพร้อมปฏิกิริยาในแง่ลบจากคนฟัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแนวเพลง ซาวนด์ ลุค หรือแม้แต่ชื่อวง ซึ่งทั้ง 4 หนุ่มก็น้อมรับคำวิจารณ์ต่างๆ ด้วยทัศนคติในแง่บวก “ถามว่าเฟลไหม มันรู้สึกอยู่แล้ว” แจ๊สยอมรับก่อนเล่าต่อว่า “มันเป็นเรื่องธรรมดาถ้าพูดถึงเรื่องของดนตรีหรือการเป็นศิลปิน อาจมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยบ้าง ผมมองว่ามันเป็นเรื่องการเดินทางของวงดนตรีวงหนึ่งมากกว่า หกล้มก็แค่ทาแผล แล้วก็เดินหน้าต่อ” ส่วนฮายก็เผยแง่มุมของตัวเองเช่นกัน “ส่วนตัวผมอ่าน รับรู้ แต่ว่าปล่อย ผมมองว่าทัศนคติในแง่ลบมันมีเหตุและผลของมัน ที่มาของวง เพลง เรเฟอร์เรนซ์ต่างๆ พวกเราเป็นคนคิด คนทำ เรารู้อยู่ วันเวลาและสิ่งต่างๆ ที่พวกเราตั้งใจทำอาจจะทำให้พวกเขาคิดใหม่และให้โอกาสกันในสักวัน และกลายมาเป็นแฟนเพลงของเราในอนาคต” ซึ่งพวกเขาก็ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะพิสูจน์บทบาทในการเป็นศิลปินต่อไป

paper-plane-900-2

หยก-กฤศกร ฉันทเกษมคุณ (กีตาร์)

สำหรับแพลนในปีนี้ Paper Planes ซึ่งแท้ที่จริงแล้วมองตัวเองเป็นเพียงวงร็อควงหนึ่งก็คาดหวังว่าจะได้ปล่อยอัลบั้มอีพีออกมาสักชุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพวกเขาก็บอกว่าคงต้องเป็นไปตามความสมเหตุสมผลทั้งในเรื่องของไทม์ไลน์และอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ทั้ง 4 หนุ่มก็ยืนยันกับเราว่า ต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้ อีกทั้งยังหวังว่าสักวัน คาแรคเตอร์ เสียง ภาพ และเพอร์ฟอร์แมนซ์ต่างๆ ที่ Paper Planes ตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นจะกระจายไปทั่วทุกสารทิศ และคนฟังจะสามารถจดจำได้ในทันทีที่อินโทรของเพลงดังก้องขึ้นมา

“เป้าหมายของวงเราคงขยับไปเรื่อยๆ เครื่องบินกระดาษจะมีระดับความสูงบนอากาศของมันอยู่แล้ว สิ่งที่จะคงอยู่ตลอดไปคือความรู้สึกของการเดินทางที่ไปพร้อมๆ กัน” ฮายกล่าว โดยพวกเขาเปรียบแฟนเพลงของ Paper Planes เสมือน ‘ลม’ ที่จะทำให้เครื่องบินกระดาษลำนี้ลอยอยู่บนท้องฟ้าได้นานแสนนาน หรือพาพวกเขาไปสู่จุดใดจุดหนึ่งที่วาดหวังเอาไว้ด้วยพลังแห่งความฝัน

 

และเนื้อเพลง Antarctica ของวง Hands Like Houses ที่ว่า ‘Little boys with dreams of paper planes’ ที่เล่าถึงความฝันของเด็กหนุ่มที่เกี่ยวกับเครื่องบินกระดาษของเขาอันเป็นที่มาของชื่อวง Paper Planes คงเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่า แม้จะเป็นเพียงเด็กหนุ่มธรรมดา แต่ความฝันที่จะนำพาเครื่องบินกระดาษของพวกเขาโบยบินออกไปให้ไกลแสนไกลนั้นเป็นภาพที่ดูสว่างสดใสอยู่ไม่น้อย

 

Story by: Chanon B.
Photos by: Purin A.