pcp_s4-044

 

แม้วัยจะล่วงเลยจากการกรี๊ดเน็ตไอดอลหรือยูทูปเบอร์ที่อายุแค่หลักสิบถึงยี่สิบต้นๆ มานานแล้ว แต่ฉันก็รู้จัก พลอยชมพู–ญานนีน ภารวี ไวเกล เน็ตไอดอลคนดังของประเทศ หน้าตาน่ารักตามประสาเด็กลูกครึ่ง (ไทย-เยอรมัน) กับรอยยิ้มสดใสของเธอคือสิ่งแรกที่สะดุดตา น้ำเสียงและงานเพลงของเธอเข้าสู่ความสนใจเป็นลำดับถัดมา จบด้วยความทึ่งเมื่อรู้ว่าปีนี้เธอเพิ่งจะอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น

แต่ 16 ปีของพลอยชมพูมีความน่าสนใจไม่น้อย จะบอกว่าเธอถูกมารดาวางเส้นทางเข้าสู่วงการบันเทิงมาตั้งแต่เกิดก็ไม่ผิด และก็เป็นความโชคดีที่ตัวเธอเองก็ชอบมัน สาวน้อยชอบร้องเพลงมาตั้งแต่จำความได้

“ถ้าดูในช่องยูทูปเก่าที่คุณแม่ทำให้ จะเห็นวิดีโอหนูร้องเพลงตั้งแต่สมัยเด็กๆ เลย แม่ให้ร้อง เราก็ขึ้นไปร้องเพลงบนโต๊ะ” เธอเล่าพร้อมเสียงหัวเราะสดใส “แต่มาเริ่มจริงจังก็ตอนอายุ 12 ค่ะ ตอนนั้นเข้ามาเป็นศิลปินฝึกหัดที่แกรมมี่แล้ว หนูเข้ายูทูปเห็นฝรั่งเขาทำคัฟเวอร์กัน คนดูเยอะ ฟีดแบ็คก็ดี เลยอยากทำบ้าง เผื่อจะออกมาดี มีคนดูเยอะๆ บ้าง ก็เลยเริ่มทำคัฟเวอร์”

ยูทูปเบอร์คนสำคัญที่เป็นแรงบันดาลใจให้เธอคือแซม ซุย กับเคิร์ท ฮิวโก้ ชไนเดอร์ สองหนุ่มเป็นคนแรกๆ ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง จนทำให้เธอรู้สึกอยากทำให้ได้แบบนั้นบ้าง

พลอยชมพูเริ่มด้วยการคัฟเวอร์เพลง Skyfall เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Skyfall โดยนักร้องสาวเสียงสวยอเดล ด้วยเหตุผลเรียบง่ายว่าเธอชอบอเดลและชอบเพลงนี้ บวกกับความยากของเพลงที่ค่อนข้างท้าทาย เลยอยากลองนำมาคัฟเวอร์

บางคนอาจจะดังเปรี้ยงตั้งแต่คลิปแรก แต่เส้นทางของเธอไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น ต้องใช้เวลาอีกเกือบปีกว่าจะเป็นกระแสขึ้นมาจริงๆ ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอะไร เพราะแม้จะแอบหวังอยากเป็นยูทูปสตาร์คนดังกับเขาบ้าง แต่ก็ไม่ได้ตั้งความหวังจนถึงขั้นที่ต้องผิดหวัง เธอแค่ทำเพราะอยากทำและเพราะมีเวลาว่างมาก

“คลิปแรกที่ได้ร้อยวิวหนูก็ดีใจมากแล้ว หมื่นวิวแรกคือสุดๆ” เธอทำตาโตด้วยสีหน้าดีใจปนไม่อยากเชื่อ “หนูเป็นศิลปินฝึกหัด แถมเรียนโฮมสคูลอีก เวลาว่างเยอะมาก ไม่มีอะไรทำ ก็คัฟเวอร์ไปเรื่อยๆ เพราะไม่อยากอยู่ว่างๆ ไม่ได้คิดเลยว่าทำเพื่อจะได้ยอดเป็นหมื่นแสนวิว”

คัฟเวอร์ Let Her Go ของ Passenger ทำให้เธอได้ตัวเลข ‘แสนวิว’ มาครองพร้อมๆ กับทั้งชื่อ น้ำเสียง และหน้าตาน่ารักๆ ของพลอยชมพูกลายเป็นกระแสโด่งดังในฐานะยูทูปสตาร์พ่วงต่อกับคำว่าเน็ตไอดอล ที่เธอได้รับมาตั้งแต่ปรากฏตัวในฐานะนางเอกเอ็มวีเพลง ไกลแค่ไหนคือใกล้ ของวง Getsunova เรายังไม่ทันจะได้ถามว่ารู้สึกอย่างไรหรือคิดว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เพลงนี้ฮิตขนาดนี้ สาวน้อยก็ชิงเล่าว่าตัวเธอเองก็ยังคงงงไม่รู้เหตุผล

“เข้านอนคืนก่อนนั้นยังปกติ แต่ตื่นมาแล้วงงมาก แสนวิวได้ยังไง หนูถึงกับจ้องให้แน่ใจว่าแสนวิวจริงๆ นะ” เธอหัวเราะเสียงใส “แถมมีคนเมนต์เยอะมาก ทุกวันนี้หนูก็ยังงนะคะว่ามันไปขนาดนั้นได้ยังไง!”

pcp_s2-108
pcp_s3-098

หลังจากนั้น ก็อย่างที่รู้กัน พลอยชมพูกลายเป็นยูทูปสตาร์สุดฮ็อตที่ทุกคนรู้จักในชื่อ ‘สาวน้อยร้อยล้านวิว’ พร้อมกันนั้นเธอก็ผันตัวจากคนดังในโลกโซเชียลเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัวในฐานะศิลปิน/ นักแสดง มีทั้งงานแสดงซีรี่ส์ไปจนถึงภาพยนตร์ เช่นเดียวกับซิงเกิ้ลที่มีทั้งเพลงไทยและสากล โดยซิงเกิ้ลไทยเพลงแรกของเธอคือเพลง ชักดิ้นชักงอ ตามด้วย เธอเดินเข้ามา เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง รุ่นพี่ ที่ทำให้เธอได้รับรางวัลสุพรรณหงส์สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ปลิว (Away) และล่าสุด อาจเป็นเพราะ ในขณะที่เพลงสากลก็มีทั้งอีพี Genesis และซิงเกิ้ล Finish Line

ถ้าได้ฟังก็พอจะจับสังเกตได้ว่าเพลงไทยกับสากลของพลอยชมพูมีความแตกต่างที่ชัดเจน ฉันถามเธอว่าเป็นความตั้งใจหรือเปล่า ซึ่งสาวน้อยตอบตรงๆ ว่าเพลงไทยเป็นเพลงที่ค่ายทำให้ ในขณะที่เพลงสากลเป็นเพลงที่เธอทำเองทั้งหมด แนวทางต่างกัน ทีมงานก็แตกต่างกัน เพราะเธอทำเพลงสากลกับทีมงานฝรั่ง และโดยส่วนตัวเธอชอบฟังเพลงฮิปฮอปและอีดีเอ็ม

ยูทูปสตาร์หลายคนหลังได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินทำเพลงของตัวเองกับสังกัดใหญ่ก็มักจะเลิกคัฟเวอร์ลงยูทูป แต่วันที่เราคุยกับพลอยชมพู เป็นวันที่เธอมีกำหนดจะปล่อยคัฟเวอร์เพลงใหม่ลงยูทูป และจริงๆ แล้วเธอทำเพลงคัฟเวอร์สม่ำเสมอยิ่งกว่าการออกเพลงของตัวเอง แถมยืนยันว่าจะทำต่อไปด้วย

“การได้ทำเพลงที่เป็นของเราเอง เพลงแบบที่เราอยากทำจริงๆ ได้เอาสิ่งที่เราคิดออกมาให้คนอื่นๆ ได้ฟังด้วย เป็นการบอกเล่าความรักความชอบและตัวตนของเราผ่านงาน มันดีมากอยู่แล้วค่ะ แต่การคัฟเวอร์ก็ดีเหมือนกัน หนูชอบความท้าทายเวลาเอาเพลงนั้นๆ มาทำใหม่ในแบบของเรา สนุกดี อีกอย่างเราเริ่มต้นจากการคัฟเวอร์ ก็ควรทำต่อไป”

นอกจากยืนยันว่าทำคัฟเวอร์เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเธอจะทำบล็อกสำหรับเกาะติดชีวิตการทำงานและไลฟ์สไตล์ เพื่อตอบสนองความต้องการของแฟนๆ ที่มาติดตามเธอ

“หลังๆ เขาเริ่มไม่ได้แค่อยากดูเราคัฟเวอร์แล้วค่ะ อยากรู้ชีวิตเราด้วย หนูก็จะให้เขาเห็น จะได้รู้สึกใกล้ชิดสนิทสนมกันมากขึ้นด้วย” เธอว่าพร้อมส่งยิ้มสดใสที่ไม่ต้องถามก็รู้ว่าเป็นสิ่งที่พลอยชมพูยินดีและสนุกที่จะทำ เพราะไม่เพียงเป็นเจเนเรชั่นใหม่ที่เติบโตมากับอินเตอร์เน็ทและโซเชียลเน็ตเวิร์ก เธอยังแจ้งเกิดเพราะโซเชียลเน็ตเวิร์ก อารมณ์แบบรู้สึกถูกรุกล้ำความเป็นส่วนตัวหรือเบื่อโซเชียลจึงไม่เคยเกิดขึ้นกับสาวน้อยคนนี้

ตรงกันข้าม เธอติดโซเชียลมากจนผันมันให้กลายเป็นการทำงาน โดยเฉพาะช่วงที่เพิ่งเริ่มคัฟเวอร์ลงยูทูป การเฝ้าหน้าจอ เกาะติดสถานการณ์ เช็คสถิติ รวมทั้งตอบคอมเมนต์ คืองานหลักของเธอเลยทีเดียว

pcp_s1-053
pcp_s6-049

 

พลอยชมพูย้ำเสมอว่ามีเวลาว่างมากเพราะไม่ต้องไปโรงเรียนเหมือนเด็กอายุเท่าๆ กันส่วนใหญ่ เนื่องจากเธอเรียนในระบบโฮมสคูล ระบบการเรียนแบบนี้เป็นเรื่องปกติสำหรับเด็กฝรั่ง ทีนไอดอลหลายคนก็ใช้วิธีนี้ เพียงแต่ในประเทศไทยอาจเป็นเรื่องที่หลายคนไม่ค่อยคุ้นเคยนัก อย่างไรก็ตาม เธอเคยเรียนในโรงเรียนตามระบบปกติที่ประเทศเยอรมนี จนกระทั่งย้ายมาอยู่ที่ประเทศไทยในช่วงป.4-5 เธอก็ใช้วิธีเรียนแบบโฮมสคูล ปัจจุบันเรียนทางไกลกศน. จบชั้นม.3 พร้อมๆ กับเก็บหน่วยกิตของมสธ. ไปด้วย

“เมื่อก่อนเวลาบอกว่าเรียนทีบ้าน คนจะถามว่ามีเพื่อนรึเปล่า เจอคำถามนี้ประจำ” เธอหัวเราะเสียงใส “สังคมเพื่อนในโรงเรียนอาจจะหายไป แต่เราหาเพื่อนจากที่อื่นได้ อย่างหนูไปโบสถ์ทุกอาทิตย์ ก็เจอเพื่อนๆ ที่นั่น หรืออย่างเวลาไปแคสต์งานก็ได้เจอเพื่อน พลอยชมพูมีเพื่อนค่ะ!”

ในฐานะที่เคยเรียนในโรงเรียนมาแล้ว เธอยืนยันว่าชอบการเรียนแบบโฮมสคูลมากกว่าเพราะมีอิสระกว่า ไม่เพียงมีเวลามากกว่า สามารถทำอะไรได้เยอะกว่า ยังเรียนรู้ได้มากกว่าแค่ในห้องเรียน

“การเรียนในโรงเรียนไม่ได้สอนว่าเราจะทำงานกับคนอื่นยังไง เพราะเราเจอแค่เพื่อนร่วมห้องหรือเพื่อนร่วมโรงเรียนที่มาเพื่อเรียนเหมือนกัน แต่การทำงานเราได้เจอคนหลายแบบจากหลากหลายสังคม การเรียนนอกโรงเรียนทำให้เราเรียนรู้อะไรได้มากขึ้น แล้วยังสามารถเรียนร้องเพลง เรียนเต้น เรียนในสิ่งที่เราอยากจะทำจริงๆ”

ถูกต้อง นั่นคือชีวิตการทำงาน แต่เดี๋ยวก่อน เธอเพิ่งอายุ 16 ปีเท่านั้นเอง และเธอเริ่มชีวิตการทำงานอย่างจริงจังมาตั้งแต่อายุเพียง 12 วัยที่น่าจะสนุกสนานและเริงรื่นกับ ‘ความเป็นเด็ก’ แต่ก็เป็นอีกครั้งที่สาวน้อยยืนยันว่าเธอสนุกกับการทำงาน และไม่ได้คิดว่าตัวเองสูญเสียช่วงเวลาอะไรไป

“หนูมองกลับกัน ถ้าเราอยากเรียน ไว้ค่อยเรียนตอนโตแล้วก็ได้ ในขณะที่สิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้มันคือโอกาสที่มาในตอนนี้ ถ้ามัวแต่รอเวลารอให้อายุมากกว่านี้ เราอาจไม่มีโอกาสนี้แล้ว โลกมันไม่มีอะไรแน่นอน อีกอย่างคือหนูมีความสุขกับสิ่งที่ทำ สนุกกับการได้ทำงานทุกวัน”

pcp_s5-067

เพราะ ‘ไม่มีอะไรแน่นอน’ พลอยชมพูจึงไม่ได้คิดถึงเป้าหมายในอนาคต ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล เธอเพียงทำทุกวันนี้ให้ดีที่สุด ด้วยความเชื่อว่าความคิดไม่สามารถก่อให้เกิดผลใดๆ การลงมือทำและทำให้เต็มที่กับปัจจุบันต่างหากที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางและสิ่งที่จะเป็นไปในอนาคต

และเพราะ ‘ไม่มีอะไรแน่นอน’ เช่นกัน ที่ทำให้เธอเลือกเรียนคณะศิลปะศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ ด้วยเหตุผลว่าหากมีอะไรที่ทำให้ไม่สามารถเป็นนักร้องนักแสดงได้อีกต่อไป เธอก็ยังมีแผนสองรองรับ นั่นคือการทำงานทางด้านภาษา (เธอพูดได้ 3 ภาษา ไทย/ อังกฤษ/ เยอรมัน)

การเตรียมตัวให้พร้อม ฝึกฝน พัฒนา และเพิ่มเติมศักยภาพ รวมอยู่ใน ‘การทำปัจจุบันให้เต็มที่’ สำหรับปี 2016 นี้ เราอาจไม่ค่อยได้เห็นพลอยชมพูในฐานะนักร้องมากนัก เพราะเธอทุ่มเวลาไปกับการแสดง เป็นครั้งแรกในการพูดคุยที่สาวน้อยผู้สดใสและเต็มไปด้วยพลังงานล้นเหลือมาตลอดออกปากว่าเหนื่อยมากพร้อมทำท่าฟุบโต๊ะประกอบคำบอกเล่า กับการถ่ายซีรี่ส์ 4 เรื่องใน 1 ปี โดยเรื่องล่าสุด เมื่อฉันอายุ 16 กำลังจะปิดกล้องปลายเดือนธ.ค. นี้

s1-051

แม้งานแสดงจะเป็นอีกสิ่งที่เธอชอบไม่น้อย แต่การต้องใช้ทั้งพลังงานและเวลาชนิดที่ “แทบไม่มีเวลานอน” ตลอดทั้งปีนี้ ก็ทำให้เธอตั้งใจไว้ว่าปีหน้าจะขอพักเบรกจากการแสดงสักนิด (แต่เราจะยังเห็นหน้าเธอได้เรื่อยๆ เมื่อซีรี่ส์ออนแอร์) เพื่อทุ่มเทให้กับการพัฒนาตัวเองในฐานะนักร้อง… และนักเต้น!

“ไอดอลของหนูคือบริทนี่ย์ สเปียร์ส” เธอว่า “ถ้าถามว่ามีอะไรที่ตั้งใจ มุ่งมั่น ก็คืออยากเป็นให้ได้อย่างเขา เป็นศิลปินที่ร้องด้วยเต้นด้วย หนูไม่ได้อยากเป็นแค่นักร้อง แต่อยากเป็นเพอร์ฟอร์มเมอร์ เป็นศิลปินที่คนมาดูคอนเสิร์ตแล้วรู้สึกสนุก  ดูแล้วอยากมาดูอีก และไม่ได้มาแค่เพื่อฟังเพลง แต่มาเพื่อดูโชว์”

ยืนยันความชอบเต้นด้วยการบอกว่าเธอสนุกสุดๆ กับการถ่ายเอ็มวีเพลง Finish Line ที่ได้โชว์ทักษะการเต้นกับทีมแดนเซอร์ที่ก็เป็นเพื่อนๆ พี่ๆ ที่รู้จักและเคยร่วมงานกันมาก่อน

ปี 2017 พลอยชมพูตั้งใจจะเรียนเต้นเพิ่มเติมอย่างจริงจัง รวมทั้งออกทัวร์ต่างประเทศที่มีหนึ่งประเทศแน่ๆ แล้วตอนนี้คือเยอรมนี นี่ขนาดเธอออกปากว่าปีนี้เหนื่อยมากๆ ก็ยังไม่คิดจะหยุดพัก?

“ความเหนื่อยทางกายเป็นเรื่องปกติเวลาทำงานเยอะๆ แต่เรามีความสุขกับจุดที่เป็น มันก็ทำให้หายเหนื่อย โดยส่วนตัวหนูยังอยากไปให้ไกลกว่านี้ อยากพยายามมากกว่านี้ ยิ่งใกล้จะสิ้นปี มองย้อนกลับไป บางวันรู้สึกเหมือนเราเสียเวลาไปเปล่าๆ กับการนอนเล่นที่บ้าน ปีหน้าอยากใช้เวลาให้คุ้มค่ามากกว่านี้ เพราะยิ่งอายุมากขึ้น บางทีโอกาสมันก็วิ่งหนีหายไป หนูอยากใช้เวลาให้คุ้มในทุกๆ วัน เพราะก็มีบางวันที่เหนื่อยแล้วไม่ทำอะไรเลย มาคิดตอนนี้ ถ้าเราทำอะไรแทนที่จะนอนเฉยๆ เราอาจได้อะไรกลับมาก็ได้”

ฟังเหมือนค่อนข้างเข้มงวดกับตัวเอง พลอยชมพูยอมรับว่าเธอเป็นคนที่จริงจังกับการทำงาน รวมทั้งมีความเป็นเพอร์เฟ็คชั่นนิสต์ หากก็มีความมองโลกในแง่ดีและคิดบวก ทั้งหมดนี้เพื่อการเติบโตของตัวเธอเอง และอีกสองสาเหตุสำคัญคือเพื่อมารดาที่สนับสนุนและผลักดันเธอในเส้นทางสายนี้มาโดยตลอด กับเพื่อแฟนๆ ที่เธอพูดอย่างเรียบง่ายแต่กินใจไม่น้อย

“ความรักของแฟนคลับเป็นสิ่งที่มีค่ามาก เขาเป็นคนที่รักและสนับสนุนเราแบบไม่มีข้อแม้ ต่อให้เลิกทำเพลงไปทำอย่างอื่น เขาก็จะยังคงตามไปสนับสนุนทุกสิ่งที่เราทำ แล้วยังเป็นคนที่คอยรองรับเราในวันที่เราท้อแท้ หนูอยากบอกให้เขารู้ว่าวันไหนที่หนูเหนื่อยหรือท้อ ได้เห็นว่ามีคนรัก มีคนติดตาม มีคนอยากเห็นผลงาน มันเป็นแรงผลักดันในการทำงาน

และทำให้หนูอยากทำผลงานดีๆ ทำสิ่งดีๆ ให้เขาได้เสพเพื่อเป็นการตอบแทน” 

 

Story by: Srivigar S.
Photos by: บิณฑ์ บัวหมื่นชล
Stylist: ศรันรัตน์ พรรจิรเจริญ
Assistant Stylist: ศราวุฒิ ลาปะ
Hair/Makeup: รัตนโชติ โพธิ์ขำ