IMG_6692

จะเรียกว่า “ปรากฏการณ์ใหม่” ของวงการเพลงไทยก็คงไม่ผิดนัก เมื่อวงแนว “Theatrical Rock” วงหนึ่งได้โผล่ขึ้นมาสร้างความฮือฮาและแรงสั่นสะเทือนอย่างน่าสนใจให้กับคนฟังบ้านเราไม่นานมานี้ ถ้าใครยังไม่เคยได้ยินชื่อวง “ชนุดม” คงต้องยอมรับว่าตัวเองตกข่าวพอสมควร เพราะนอกจากจะได้รับรางวัลจากหลายเวทีการประกวดแล้ว พวกเขายังได้เซ็นสัญญาเข้าสังกัด What The Duck ปล่อย EP มีเพลงติดชาร์ตอย่าง เลือดชั่ว ขณะตระเวนทัวร์คอนเสิร์ตไปทั่วประเทศ ชนะใจผู้ฟังและสร้างฐานแฟนเพลงที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ด้วยความกบฎต่อ “กรอบ” ทั้งในส่วนของตัวดนตรีที่ไม่เหมือนร็อคตลาดทั่วๆไป และที่สำคัญคือนักร้องนำเจ้าของชื่อวง คุณ พัด – ชนุดม สุขสถิตย์ ผู้ซึ่งเป็นที่จดจำของนักฟังด้วยทั้งพลังร้องและลีลาการแสดงสดร้อยแรงม้า มาพร้อมกับการแต่งตัวที่จัดจ้าน ทั้งแกลม ทั้งร็อค ทั้งเปรี้ยว เกิดเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นพอๆกับตัวเพลง

แต่แน่นอน พอมีความ “ใหม่” หรือ “แตกต่าง” วงชนุดมจึงต้องเผชิญกับคำถามมากมาย (โดยเฉพาะกับนักร้องนำที่เป็นเสมือนใบหน้าของวง) และแปลกดีที่เวลาคนเราจะพยายามจะเข้าใจอะไรบางอย่าง บริบทของเพศสภาพมักจะถูกยกขึ้นมาก่อนเสมอ “เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย?”,  “ทำไมแต่งตัวแบบนี้?”, “เป็นตุ๊ดทำไมร้องเพลงร็อค?”, “ทำไมไม่แต่งหญิงไปเลย?”, ฯลฯ  วันนี้เราได้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณพัด นักร้องนำของ ชนุดม เพื่อให้เขาได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นความเควียร์เหล่านี้เสียที

IMG_3400

ตั้งใจสร้างภาพลักษณ์ที่ “แรง”สำหรับวง?

ชนุดมมันไม่ได้เกิดจากการตั้งใจสร้างตัวตนนะคะ แต่ด้วยแนวเพลง ด้วยวิถีของการที่เราชอบแต่งตัวจัดๆ มันหล่อหลอมให้ชนุดมมันเป็นแบบที่ชนุดมมันเป็น อีกอย่างหนึ่งคือพอมันออนสเตจปุ๊บเนี่ย เรารู้สึกว่า มันเหมือนละครเวที เราจะพยายามทำให้ตัวบุคลิคนี้เนี่ย มันชัดเจนว่ามันอยู่บนเวที (ดูเยอะ? แรงขึ้น?) ดังนั้นมันอาจจะดูคล้ายเป็นตัวละครที่สร้างขึ้นมา

 

รู้สึกอย่างไรที่ถูกเปรียบเทียบกับศิลปินอย่างพี่จีน กษิดิศ เพราะลุคของเรา?

หูย ขนาดนั้นเลยเหรอคะ พัดคิดว่าคนเราไม่มีใครเหมือนใคร พัดเชื่อว่าถึงจะมีคนที่ก๊อปปี้แต่เขาก็ไม่สามารถก๊อปไปได้ถึงจิตวิญญาณขนาดนั้น  อีกอย่างหนึ่งคือเราต้องมองเห็นคุณค่าของตัวเองก่อน เราตัวเราเองมีคุณค่าหรือความพิเศษยังไง ฉะนั้นเราจะไม่อยากจะไปทำตามเขา หรือเขาก็คงไม่มาทำตามเรา เพราะต่างคนก็ต่างเห็นคุณค่าของตัวเอง พี่จีนเขาก็เป็นพี่จีน เขาถึงทำได้ขนาดนั้น เราก็เป็นเรา พี่จีนก็ทำแบบเราไม่ได้เหมือนกัน แค่เราเคารพกันและกันนะคะ

 

รู้สึกยังไงกับคอมเม้นต์ที่ว่า “เพลงก็ดี เสียดายเป็นเกย์”?

ครั้งแรกๆ ที่เราได้ยิน เราเคยรู้สึกโกรธ แต่พอหลังๆ มา เรารู้สึกว่าเราโชคดีจังเลยที่สามารถทำให้เขาฟังมันจนจบ เห็นมันจนจบ แล้วพูดว่า “มันดี” แสดงว่าเขาเปิดใจของเขามากแล้ว ส่วนในเรื่องการตัดสินว่าเป็นเกย์ไม่เกย์อะไร มันก็เป็นเขา คือเราไม่สามารถไปเปลี่ยนเขาได้ คือสุดท้ายฉันก็ทำงานบรรลุอย่างหนึ่งคือ ฉันได้ทำให้คุณฟังงานศิลปะ ก่อนที่คุณจะคิดเรื่องเพศว่าเราเป็นเกย์หรืออะไรก็ตาม

IMG_5580

อยากให้เล่าเรื่องเกี่ยวกับละครเพลงกะเทยร็อค Hedwig and the Angry Inch ซึ่งเป็นเสมือนจุดเริ่มต้นของวง 

จริงๆ บทนี้เป็นบทธีสิสของพัดเอง (ตอนเรียนการแสดง) ที่เลือกมาเล่น เพราะหนึ่ง มันท้าทาย สอง มันเป็นประสบการณ์ที่เราไม่เคยเล่นมาก่อน ในฐานะนักแสดงเราพยายามหาบทที่มันยากขึ้นเพื่อพิสูจน์ว่าเราทำอะไรได้บ้าง  ซึ่งมันก็ยากมาก เพราะตัว เฮดวิค มันต้องผ่านทั้งสงครามโลก ทั้งถูกผ่าตัด ซึ่งมันไม่ได้มีตัวเราเลยในนั้น เราต้องพยายามเทียบเคียงอย่างไรให้ ประสบการณ์ชีวิตเหมือน เฮดวิค มากที่สุด

อีกอย่างที่พีคมากคือ ต้องร้องเพลงร็อค บอกตรงๆ ว่าตอนแรกเราไม่ค่อยชอบเพลงร็อค คือเมื่อก่อนก็จะเป็นตุ๊ดเด็กทั่วๆไป ต้องฟัง บียอนเซ่, ริแอนน่า แต่พอเจอเพลงร็อคมันกลับสร้างทัศนคติบางอย่างให้เกิดขึ้น คือมันทำให้ความรับรู้ของเพศสภาพมันกว้างขึ้น เฮดวิค ทำให้รู้สึกว่ามันเป็นตัวละครที่ไม่มีเพศ คุณเป็นกะเทยแปลงเพศ เหลือหนึ่งนิ้ว แต่เป็นรุก แล้วก็มีสามี แล้วตอนหลังถอดวิค ฯลฯ คือมันไม่มีเส้นกรอบ ทำตัวเองเหมือนเป็นกำแพงเบอร์ลินที่ถูกทำลายออกไปหมด ไร้ขอบเขต เนี่ยเลยรู้สึกว่าตัวละคร เฮดวิค จึงหล่อหลอมให้พัดเป็นพัดแบบในทุกวันนี้

ตัวเพลงที่เป็นร็อคมิวสิคัลก็เช่นกัน ทำให้เพลงของชนุดม ไม่มีขีดจำกัด จากที่เราคิดว่าตุ๊ดต้องฟังเพลงอาร์แอนด์บีแบบหนึ่งๆ แต่อันนี้มันทำให้เรารู้สึกว่า โห เพลงมันมีความลึกซึ้งและความหมายมากมายมากกว่ากรอบของเพศสภาพด้วยซ้ำ

จริงๆ มีคนเคยบอกหลายคนว่า (วงชนุดม) เหมือน เฮดวิค มาก ด้วยความที่นักร้องนำแรงๆ ร้องเพลงร็อค แต่เขาก็บอกว่า มันเป็นการต่อยอดที่ดีมาก คือเราเองก็เห็นวัตถุดิบหลายๆ อย่างระหว่างทาง และเราก็ดึงมันมาใช้พัฒนาตัวละครของเราไปเรื่อยๆ เราก็กำลังก้าวของเราไปเรื่อยๆ ไม่ได้หยุดอยู่ที่ตรงละครเวทีเรื่องนั้น

 

เห็นด้วยไหมกับคำกล่าวที่ว่า  Gender is performance (Judith Butler)?

มันมีความครึ่งๆ นะ คือเราต้องสู้กับคนที่กำลังมองเราข้างล่างเวทีว่า เขากำลังมองเราเป็นอะไรอยู่ และวิธีการนำเสนอของเราเนี่ย เราจะทำอย่างไรสิ่งนี้คือสิ่งที่พัดพยายามจะตอบโจทย์ของชนุดมมาตลอด เพราะ พัดไม่อยากให้มีแฟนคลับเฉพาะแค่ผู้หญิงกับกะเทย แต่พัดอยากให้ “ผู้ชาย” สามารถเข้าถึงเราด้วย และสุดท้ายในทุกวันนี้มันก็ประสบความสำเร็จอย่างหนึ่ง คือ ลงมาจากเวทีทุกครั้ง ก็จะมีน้องผู้ชายเดินเข้ามาบอกว่า “พี่แม่งเป็นตุ๊ดที่เท่มาก พี่สอนอะไรผมเยอะมาก”

เราเลยมองว่า gender (เพศ) อาจจะเป็น performance อย่างหนึ่ง แต่เนื้อหาที่เราส่งออกไปบนเวทีมันก็สามารถข้ามเรื่องเพศไปได้ ทำให้เขาเห็นผลงานเป็นผลงานเหมือนกัน

 

คิดอย่างไรกับการที่บางคนมองว่า “ชนุดม เป็นวงตุ๊ด”?

ไม่รู้สึกอะไรเลย คือจริงๆ แล้วมันมองได้หลายอย่าง คือจะมองวงชนุดมเป็นวงสัตว์ประหลาดก็ไม่รู้สึกอะไร เพราะเราไม่เคยตั้งข้อกำหนดไว้ว่ามันต้องเป็นรูปแบบไหน ถ้ายูมองวงเราเป็นวงตุ๊ดแล้วชอบ เราก็โอเค ถ้ายูมองเราเป็นวงบ้าแล้วชอบผลงานเรา เราก็โอเค

มองเรื่องความหลากหลายทางเพศในวงการบ้านเราอย่างไร?

ถ้าเปรียบเทียบกับต่างประเทศ รู้สึกว่าบ้านเรายังแคบอยู่ด้วยซ้ำ เพราะเหมือนกำลังปิดกั้น หรือกลัวอะไรบางอย่าง เรารู้สึกว่าคนเราที่ปิดกั้นแล้วไม่กล้าออกมายอมรับ หรือปิดกั้นแล้วผลิตงานจนงานก็มีความปิดกั้นไปด้วย มันคือสิ่งที่แย่มาก มันคือการดูถูกตัวเอง และแม้ว่าเราจะอาจจะอยู่ในสังคมที่บีบบังคับก็ตาม แต่ถ้าคุณไม่สู้ตั้งแต่แรก เราก็จะไม่สามารถกรุยทางให้กับคนรุ่นหลังได้ มันคือการเห็นแก่ตัวแบบแคบๆ

 

ขอพูดถึง EP ชนุดม ว่า 4 เพลงที่ตัดมาล้วนมีความกบฎในเนื้อหาและลักษณะเพลงด้วย ทำไมถึงเลือก 4 เพลงใน EP นี้มานำเสนอก่อน?

คือเราคิดว่าเป็น 4 เพลงที่มีความหลากหลายทางด้านดนตรี บางเพลงเร็ว บางเพลงช้า บางเพลงกลางๆ แต่ทุกเพลงมีความเป็นชนุดมหมดเลย เราอยากให้มันเป็น 4 เพลงที่บ่งบอกบุคลิกมากที่สุด

 

จะเจอความเควียร์แบบนี้หรือมากกว่านี้ในอัลบั้มเต็มไหม?

แน่นอนคะ จริงๆ พัดไม่ได้กำหนดความ “เควียร์” นะคะ เพราะพัดไม่ได้เป็นคนทำเพลงอยู่คนเดียว ยังมีสมาชิกวงและโปรดิวเซอร์ซึ่งบางคนก็เป็นผู้ชาย (บางคนก็ไม่ใช่ ฮา) จริงๆ พัดไม่ได้รู้สึกว่ามันจะต้องเป็นแบบไหน ไม่ได้ตั้งข้อแม้อะไร คุณฟังแล้วอาจจะรู้สึกว่ามัน “เควียร์” แต่เราแค่คิดว่าเราทำแล้วนี่มันเป็นตัวเรามากที่สุด มันอาจจะออกมาจากตัวพัดหรือตัววง ตรงไหนก็แล้วแต่ก็ตาม

 

นิยามความรักของ “ชนุดม”?

เพลงรักล่าสุดจะเป็นเพลง ชนุดม ซึ่งเป็นเพลงช้า เนื้อหาก็กลับกลายเป็นเรื่องการลาจาก พัดรู้สึกว่านิยามความรักของชนุดมคือ เรากำลังพูดถึงเรื่องจริงที่มันเกิดขึ้นบนโลกนี้ อย่างความรู้สึกที่พึ่งจะรู้เมื่อลาจาก อาจจะเป็นเพราะเราไม่ได้ตระหนักถึงความรักที่มันเคยมี พอถึงวันที่ต้องจากกัน เราค่อยมานั่งนึกว่า “โอ้ย เราเสียดายเขาเหลือเกิน ถ้ามีเวลาก็อยากจะย้อนกลับไป…” ซึ่งอันนี้มันคือความจริงที่มันต้องมี

 

อยากฝากอะไรถึงน้องๆ แฟนเพลงที่เป็นชาว LGBTQ?

พัดรู้สึกว่าเราโคตรจะมีความพิเศษมากเลย เรามีอะไรอย่างที่คนอื่นไม่มี เราต้องมองเห็นคุณค่าตัวเองให้ได้ก่อน พยายามอย่าดูถูกตัวเอง อย่าไปคิดว่าคนอื่นจะมองเราเป็นตัวตลก แล้วเราต้องตลก

เราจะต้องเป็นคนที่มีคุณภาพเพราะเรามีอะไรมากกว่าคนอื่น เราจะต้องค่อยๆสร้างมันขึ้นมา มันอาจจะมาช้า หรืออาจจะยังไม่มาแต่ เราต้องคอยบอกตัวเองทุกครั้งว่าสิ่งที่เราเป็นไม่ได้เป็นปมด้อย สิ่งที่เราเป็นคือสิ่งที่ใครก็เป็นไม่ได้ และเราจะไปเป็นแบบคนอื่นก็ไม่ได้เช่นกัน

Story by: โอ๊ต-พัฒนพงศ์ มณเฑียร
Photos by: พัด-ชนุดม สุขสถิตย์