High-logo-queer-1024x657

Tegan and Sara คู่ดูโอ้พี่น้องเลสเบี้ยนขวัญใจชาวแคนาดาได้ออกมาโวยกับยูทูบเมื่อพวกเธอได้ทราบว่ามิวสิควิดิโอเพลงของพวกเธอถูกเซ็นเซอร์ใน “restricted mode” ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อกลั่นกรองเนื้อหาที่ ไม่เหมาะสม สำหรับผู้ใช้งานบางส่วนบนเว็บ

นอกจากมิวสิคเพลงของพวกเธอแล้ว วิดีโอที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเพศสภาพที่หลากหลายอื่นๆ ก็ดูเหมือนจะติดร่างแหไปด้วย อาทิ วิดีโอสอนแต่งหน้าของหญิงข้ามเพศ Stef Sanjati หรือ วิดีโอบอกรักแฟนหนุ่มของ Michael Rizzi รวมไปถึง วิดีโอการแสดงตัวตน (coming out video) ของหลายๆ ผู้ใช้ก็ถูกบล็อคไปด้วยเช่นกัน เรื่องนี้ก่อให้เกิดคำวิพากษ์วิจารณ์และกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจากกลุ่มLGBTQ จนเป็นที่มาของแฮชแท็ค #YouTubeIsOverParty ไปอีก

tegan-and-sara-bb39-my-town-2016-billboard-650

งานนี้เดือดไปถึงโจฮานนา ไรท์ ผู้บริหารชั้นสูงของยูทูบที่ต้องออกมาขอโทษผู้ใช้ และเธออธิบายว่าเจ้า tab การกรองดังกล่าวนั้นยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี โดยตามหลักแล้วมันควรจะบล็อคแค่เนื้อหาที่ “มีความสุ่มเสี่ยง” (sensitive content) โดยเฉพาะสำหรับคนดูกลุ่มเด็กและครอบครัว เอาไว้ให้พ่อแม่เปิดใช้ป้องกันลูกๆ ที่บ้าน รวมไปถึงในโรงเรียน และห้องสมุดสาธารณะ เป็นต้น โดยปัจจุบันมีผู้เปิดใช้ restricted mode ประมาณ 1.5 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้ทั้งหมดต่อวัน วิดีโอเหล่านี้ (ควร) จะถูกเลือกจากการแท็กหรือ ถูก flagged และ การตั้งค่ากลุ่มอายุผู้ชม แต่ไปๆ มาๆ มันกลับไม่เป็นอย่างนั้น

อย่างกรณีการบล็อควิดีโอเพลงของทีแกนและซาร่านี่ก็น่าฉงน เพราะ ถ้าใครรู้จักวงของพวกเธอจะพอทราบว่าพวกเธอเป็นหัวหอกกระบอกเสียงให้กับเลสเบี้ยนในวงการป๊อปมาช้านาน (ออกมา 8 อัลบั้มแล้วจ้า EP อีกเพียบ) ถ้าไปตามดูจะเห็นว่ามีหลายเพลงที่แสดงตัวตนอย่างชัดเจน เพลงฮิตติดชาร์ตอย่าง Boyfriend ก็มีท่อนเก๋ๆ ที่สาวๆ ออกมาร้องว่า “You treat me like your boyfriend….Kiss me like your boyfriend….You turn me on, like you would your boyfriend” ซึ่งอันนี้กลับไม่โดนบล็อค แต่วิดีโอที่ถูกทำให้มองไม่เห็นคือซิงเกิ้ลสุดป๊อปใสๆ ชื่อ U-Turn ทำเอาขนาดตัวนักร้องเองยังงง “มันไม่มีอะไรเกย์ในนั้นเลยนะ ยกเว้นเราสองคน ท่าเต้นของเราละมั้งที่ไม่เหมาะสม? @youtube ช่วยบอกทีมันเป็นเพราะท่าเต้นของเราใช่ไหม?”

 

ล่าสุดทางทีมยูทูบได้ออกมาแจ้งปลดบล็อควิดีโอดังกล่าวของพวกเธอแล้ว อย่างไรก็ดีสำหรับยูเซอร์ LGBTQ ช่องอื่นๆ ยังไม่ทราบว่าจะได้รับการแก้ไขด้วยหรือไม่อย่างไร

เรื่องนี้ชวนให้เราคิดถึงความเกี่ยวโยงของ พื้นที่ออนไลน์ กับ ศิลปินและวงดนตรี queer pop รุ่นใหม่ไม่ว่าจะเป็น ทรอย ซีวาน, ชูร่า, เมลานี มาร์ติเนซ ฯลฯ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทั้งหมดทั้งปวงล้วนดังขึ้นมาจากแพลตฟอร์มอย่างยูทูบ, Tumblr, เฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์ ที่นอกจากจะสามารถกระจายผลงานของพวกเขาไปได้ในวงกว้าง ช่องสื่อเหล่านี้ยังเป็นเหมือนพื้นที่ให้แฟนๆ (ซึ่งมักจะเริ่มจากกลุ่มเด็กๆ ชายขอบ พวกที่โดนรังแกที่โรงเรียนเพราะตัวเองแตกต่าง) ได้มารวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน ให้พวกเขาสามารถเสพสื่อที่ตรงกับเพศสภาพของตน และเป็นตัวเองได้มากกว่าในชีวิตประจำวันนอกจอคอม

ศิลปินอย่างเฮย์ลี่ย์ คิโยโกะ ก็เช่นกัน หลายๆ คนอาจจะเคยคุ้นใบหน้าลูกครึ่งเชื้อสายญี่ปุ่นอเมริกันของเธอมาแล้ว จากการแสดงเป็นดาราเด็กในช่องดิสนีย์ อีกทั้งการรับบทตัวการ์ตูน Velma ในภาพยนตร์ Scooby-Doo แต่ในวันนี้เด็กหญิงตัวน้อยคนนั้นได้โตขึ้น กลายเป็นสาวสวย แถมยังมีความกล้าที่จะพูดถึงรสนิยมทางเพศของตัวเองอย่างตรงไปตรงมาในผลงานเพลงของเธอ อย่างในซิงเกิ้ลสุดปัง Girls Like Girls (2015) ที่โดนใจวัยรุ่นจนเป็นเป็นไวรัล มีคนดูมากกว่า 62,000,000 ครั้ง ขึ้นแท่นเพลงประจำตัวของน้องๆ หญิงรักหญิงไฮสคูลยุคนี้ไปสวยๆ

 

“Don’t tell me, tell me what I feel / I’m real and I don’t feel like boys.”

ด้วยเนื้อเพลงแบบนี้ ผสมกับเมโลดี้ที่ติดหู ฟังง่าย และมิวสิควิดีโอที่เล่าเรื่องราวการตกหลุมรักเพื่อนสาวสุดสวยของนาง ทำให้เราไม่แปลกใจเลยที่เด็กๆ วัยรุ่นกลุ่มใหญ่เข้ามาขอเป็นแฟนคลับติดตามเธอคนนี้

เฮย์ลีย์บอกว่า เหตุผลที่แฟนๆ และตัวเธอเข้าใจกันและกัน น่าจะเป็นเพราะเพลงของเธอบอกว่าพวกเขาไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว บอกพวกเขาว่าความรู้สึกที่พวกเขามีนั้นได้รับการยอมรับ บอกเขาว่าพวกเขาดีพอ และสักวันหนึ่งจะเจอคนที่รักเขาแบบที่เขาเป็น สิ่งเหล่านี้เป็นความหวังที่เธอไม่เคยมีสมัยก่อน มันทำให้เธอตื้นตันเหลือเกินเวลาแฟนๆ ได้รับมันไปในบทเพลงของเธอ

ในมิวสิคเพลง Sleepover เราจะได้เห็นเฮย์ลีย์นัวเนียกับสาวผิวสีสุดเซ็กซี่หุ่นสะบึมที่แวะมานอนค้างที่บ้าน (อีกนิดก็หนังโป๊แล้ว) ตอกย้ำจุดยืนของภาพลักษณ์เธอไปอีก แม้ว่าสุดท้ายตอนจบเราจะเห็นว่ามันเป็นเพียงภาพในจินตนาการของเธอก็ตาม

“ฉันไม่เคยเชื่อว่า เพศสภาพ นิยามตัวตนของคุณ แต่ฉันเชื่อว่าเพศสภาพช่วยหล่อหลอมให้คุณเป็นตัวของตัวเอง วิธีที่คุณแสดงออก ไปจนถึงผู้คนที่คุณเลือกที่จะอยู่ด้วย มิวสิควิดีโอเพลงนี้ไม่ได้เป็นแค่คอนเซ็ปต์หรือไอเดียสำหรับฉัน…มันคือชีวิตของฉันเลย” เธออธิบายในโพสต์ในหน้าเฟซบุ๊ก “การตกหลุมรักเป็นความรู้สึกที่หวานอมขมกลืน โดยเฉพาะเวลาที่เรารู้ว่าเขาไม่ได้คิดแบบเรา ฉันคิดว่าทุกๆ คนน่าจะเข้าใจความรู้สึกนั้นได้”

 

จากทีแกนและซาร่า (หรือจะก่อนหน้านั้นก็ดี) มาจนถึงเฮย์ลีย์ คิโยโกะในวันนี้ เราจะเห็นว่าบทเพลงป๊อปของเหล่า ศิลปินLGBTQ เป็นประหนึ่ง “บ้านในโลกเสมือน” สำหรับเด็กวัยรุ่นที่กำลังค้นหาตัวตนและเพศสภาพของตัวเองให้พวกเขารู้สึกว่าความรักของพวกเขามีความหมาย และเป็นพื้นที่ให้ได้ฟังเสียงสะท้อนของอัตลักษณ์ที่เขาเลือกจะไปใช้ในสังคมภายนอก

น่าเสียดายที่ในวันนี้ดูเหมือนการ “เหยียด” กำลังจะก้าวผ่านโลกภายนอกเข้ามาในโลกออนไลน์อย่างเป็นระบบด้วยเพียงเพราะใครบางคนที่มีอำนาจมองว่ามัน “ไม่เหมาะสม”

แต่บอกตรงๆ ว่าเรื่องการควบคุมสิทธิการแสดงออกเนี่ย อยากให้เหล่าศิลปินและยูทูบเบอร์ที่โวยวายๆ อยู่ มาเจอเหตุการณ์ในประเทศ “กำลังพัฒนา”แบบบ้านเราซะบ้าง…..แหม่….อย่าให้เริ่ม

 

Story by: โอ๊ต-พัฒนพงศ์ มณเฑียร
Photo by: Billboard