19-beyonce-lemonade-screenshot-2016-billboard-650

 

บียอนเซ่มีอัลบั้มใหม่แบบโผล่มาเงียบแต่ของเพียบนะจ๊ะ – ไม่ตื่นเต้นเลยอะเพราะว่าอัลบั้มก่อนนางก็ทำแบบเนี้ยะ

มีมิวสิควิดีโอครบทุกเพลงด้วย – ก็อัลบั้มก่อนก็ทำทุกเพลงเหมือนกันปะ?

แต่ Lemonade สตูดิโออัลบั้มของบีย์มีดีมากกว่านั้น Visual ที่ใส่เข้ามาไม่ได้แค่สร้างให้เกิดการตื่นตะลึง แต่เรียงร้อยด้วยสาส์นที่ต้องการจะสื่อ ทั้งเรื่องเชื้อชาติ ชีวิตรัก สิทธิสตรี และพลังแบบปัจเจก ผู้หญิงคนนี้คือคนที่ Crazy in Love คือคนที่เชื่อว่าเพศหญิง Run the World นางผ่านอะไรมามากและเข้าใจโลก นางเติบโตขึ้นและเรียนรู้ที่จะอยู่กับชีวิตคู่ และนั่นคือสิ่งที่นางบอกเล่าใน Lemonade

Pray You Catch Me – บัลลาดที่ขึ้นมาเหมือนหลงอยู่ในฝัน “You can taste the dishonesty.” เปิดมาก็พูดถึงเรื่องของการนอกใจเลย มีข่าวระหองระแหงของบีย์กับ Jay-Z อยู่บ่อยๆ แล้วนางก็เลือกที่จะพูดถึงประเด็นนี้ค่อนข้างเปิดเผย เป็นเพลงที่บียอนเซ่ร้องด้วยอารมณ์คร่ำครวญ ทั้งสวยงามและน่าเห็นใจ เพราะในแบบฉบับของนาง

Hold Up – ได้ Diplo มาร่วมโปรดิวซ์ เพลงมีสำเนียงเร็กเก้เด่น ซัมเมอร์กำลังสวยๆ ในความใสของเพลงมีเนื้อหาที่แอบโกรธแอบเหวี่ยง ถ้าดูภาพเอ็มวีไปด้วยจะเห็นนางเอาไม้เบสบอลทำลายล้างบันดาลโทสะขัดกับสีสันสดใสสว่าง ที่น่าสนใจคือโปรดิวเซอร์อีกรายของเพลงคือนักร้องนำของวงอินดี้อย่าง Vampire Weekend และในเพลงก็ใช้แซมเพิ่ลตั้งแต่เพลงของ Yeah Yeah Yeahs ไปถึงเพลงของลุง Andy Williams เป็นส่วนผสมที่น่าจะแปลกแต่เข้ากันอย่างประหลาด ขายสุดแล้วสำหรับแทร็คนี้ควรจะตัดเป็นซิงเกิ้ล

Don’t Hurt Yourself (Feat. Jack White) – นางมาสายร็อคบ้างนะ ทำร่วมกับ Jack White แห่ง The White Stripes เพลงนี้หลายคนอาจจะฟังไปได้นาทีนึงแล้วยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะ” เสียงกลองมันอื้ออึง กราดเกรี้ยว เอาจริงๆ ฟังแล้วไม่เพราะหรอกแต่มันส์ใช้ได้ เอาแบบอยากลองทำเพลงแบบนี้จะทำไม

Sorry – ชื่อเพลงว่า Sorry แต่เนื้อเพลงคือโนสนโนแคร์เลยนะคะ มาแนว “Sorry not sorry” เป็นอีกเพลงที่เราได้ยินนางทำเพลงสไตล์นี้มาแล้ว โปรแกรมมิ่งบิดเสียงร้องและใส่บีทคร่อมจังหวะทั้งเพลง ถ้าฟังตอนอารมณ์ดีดีก็พอไหว ถ้ากำลังมึนหัวอยู่ฟังแล้วอยากจะทวีตหานางว่า “เป็นอะไรมากไหมบีย์”

6 Inch (Feat. The Weeknd) – หกนิ้วที่นางว่าคือส้นสูงที่แสดงถึงอำนาจและสิทธิสตรี ถึงแม้จะมีปัญหาชีวิตส่วนตัวแต่นางคือมืออาชีพที่ยังคงทำงานปั๊มเงินและสวยๆรวยๆ เป็นอีกเพลงที่ทั้งติดหูในภาคดนตรีและเซ็กซี่ด้วยการทำเพลงกับ The Weeknd ใช้แซมเพิ่ลเพลงชั้นครูอย่าง Walk on By ของ Isaac Hayes มีเสน่ห์มาก เกือบจะชอบมากสุดของอัลบั้มแต่มีท่อนท้ายๆที่จิกโสตประสาทมากไปนิด เกือบกรี๊ดแข่งกับนาง

Daddy Lessons – เคยคิดไหมล่ะว่าบียอนเซ่จะทำเพลงคันทรีผสมบลูกราสแบบเพลงนี้ จะว่าไปเป็นเพลงที่ทั้งเท่และฟังเพลินในอัลบั้มนี้นะ และเนื้อหาก็พูดตรงมากๆ ความสัมพันธ์ของบีย์กับพ่อ สิ่งที่พ่อสอนมา แม้แต่ข่าวลือว่าตาไม่เคยเจอหลาน นางก็ใส่ภาพโฮมวิดีโอมาสยบข่าว

Love Drought – เพลงนี้นางตั้งคำถามกับตัวเองและคนรักว่าเราจะไปต่อไหม เนื้อเพลงเป็นผู้ใหญ่ที่โชกโชนกับชีวิตมาก มีการตัดพ้อ มีการสับสน มีการให้อภัย ดนตรีก็ซับซ้อนในวิธีของนาง แปลกและมีเลเยอร์ของคีย์บอร์ดกับเพอร์คัสชั่นแพรวพราว ไม่ใช่แฟนเพลงนางจริงเพลงนี้ก็เข้าถึงไม่ง่าย

Sandcastles – เพลงปราสาททรายแสดงให้เห็นว่าเมื่อบียอนเซ่ใช้เสียงสะกดคนฟังก็ชนะเลิศ ร้องคลอเปียโนพลิ้วหวานเป็นบัลลาดที่สะท้อนอารมณ์ได้อย่างที่สุด เนื้อเพลงก็ส่วนตัวชนิดที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านางร้องเพลงนี้ให้ผอสระอัว พูดถึงความสัมพันธ์ที่เกือบจะพังทลายเหมือนปราสาททราย แต่ที่สุดแล้วก็ต้องลุกขึ้นประคับประคองชีวิตคู่

Forward (Feat. James Blake) – เนื้อหาต่อกับเพลงก่อน คือเดินไปข้างหน้าเท่านั้น ทิ้งอดีตและเรื่องราวไม่ดีลงถังขยะไป เพลงนี้ทำกับ James Blake สงสัยแค่ว่าทำไมทำเป็นแค่ interlude สั้นๆ ใช้ของไม่ค่อยคุ้มเลย

Freedom (Feat. Kendrick Lamar) – พูดถึงพลังของคนอาฟริกัน-อเมริกัน ทำร่วมกับ Kendrick Lamar ศิลปินที่เน้นธีมนี้ในเพลงเหมือนกันเสมอมา ฟังแล้วก็ฮึกเหิมรู้สึกได้ถึงการต่อสู้ที่มีมาอย่างยาวนานจริงๆ เอา Blues, Soul, Gospel แบะ Rock มายำด้วยกัน เหมือนจะมั่วแต่กลืนกันดี

All Night – อีกเพลงที่ร่วมโปรดิวซ์โดย Diplo มาแบบเท่บวกหวาน ดนตรีเท่มากใช้แซมเพิ่ลท่อนเครื่องเป่าในเพลงของ Outkast เนื้อเพลงก็คือการให้อภัย การคืนดี เหมือนการ Kiss and make up ทำนองนั้น รักชนะทุกสิ่งคือนางจะบอกเราแบบนั้น อยากร้องคลอกับนางแต่นางร้องแบบชั้นจะร้องของชั้นคนเดียว คนอื่นเป็นคอรัสไปแล้วกัน ยอม

Formation – ถือเป็นเพลงที่บีย์แสดงความภูมิใจในชาติกำเนิดและสีผิวมากที่สุดอีกเพลง เป็น Anthem ที่นางมักจะทำในทุกอัลบั้ม พูดถึงเรื่องส่วนตัวมามากแล้วก็มาปิดท้ายอัลบั้มด้วยสาระของส่วนรวม

Lemonade ไม่ได้ต้องปีนบันไดฟังแบบที่หลายคนกลัว พอบียอนเซ่มีอัลบั้มคนจะถามก่อนเลยว่า “ฟังเพราะไหม ปวดหัวไหม ตะเบ็งไหม” ตอบได้ว่า “เพราะก็หลายเพลง ปวดหัวก็มี ตะเบ็งก็มา” แต่บียอนเซ่ก็คือบียอนเซ่ นางคือศิลปินอีกรายที่ก้าวล้ำนำหน้าไปก่อนคนอื่นเกือบจะทุกก้าว ใครจะทำเพลงที่แขวะผัวตัวเองได้แล้วก็วางขายอัลบั้มบนร้านออนไลน์ของผัวตัวเองได้ถ้าไม่ใช่บียอนเซ่ ถือเป็นอัลบั้มที่มีคอนเซ็ปต์ชัดทั้งเพลงและภาพที่มาเสริม รวมถึงสาส์นที่ต้องการสื่อ ชื่ออัลบั้ม Lemonade ก็มีที่มาลึกซึ้ง นางพูดถึงสตรีสองคน คนนึงคือยายของนาง ที่ทำสูตรน้ำมะนาวให้ดื่มสดชื่นรื่นใจ อีกคนคือย่าของของ Jay-Z ที่พูดประโยคเก่าแก่ในงานวันเกิดปีที่ 90 ของนางว่า “I was served lemons, but I made lemonade.”

และเมื่อบียอนเซ่ทำอัลบั้มให้เราได้ฟัง จะรออะไรล่ะก็ต้องฟังสิ

 

 

Story by: ปริศร์ อติเรกานนท์ Program Director ประจำคลื่น Eazy FM 105.5
Photo by: Billboard