madonna-onstage-award-billboard-wim-2016-billboard-1548

เมื่อตอนที่บรรณาธิการบริหารของบิลบอร์ด ไทยแลนด์มาบอกให้เราช่วยแสดงความเห็นเกี่ยวกับสุนทรพจน์ของมาดอนน่าในงาน Billboard Women in Music 2016 นั้น เอาจริงเลยนะรู้สึกเป็นเกียรติมาก

เราก็เป็นคนรักเพลงคนหนึ่ง เป็นแฟนเพลงคนหนึ่งของมาดอนน่า ได้เห็นมาดอนน่าตั้งแต่เข้าวงการ เห็นการผ่านร้อนผ่านหนาว มีเพลงฮิต มีคอนเสิร์ตที่โลกตะลึง ถูกสื่อพาดหัวโจมตี การเป็นสาวกของมาดอนน่าก็ดีไปอย่างเพราะมีอะไรให้พูดถึงตลอด พอเราฟังสปีช (ขอใช้คำนี้แล้วกัน) ที่ชีรับรางวัล Woman of the Year (ก็น่าจะได้รางวัลนี้มานานแล้วนะ) เราก็รู้สึกอินเป็นพิเศษ ยอมรับว่าฟังครั้งแรกนั้นมีเสียงหัวเราะนำ มาดอนน่าเปิดบทพูดด้วยอะไรสองแง่สามง่ามเสมอและครั้งนี้ก็เช่นกัน

“I always feel better with something hard between my legs”

นั่นคือก่อนที่จะเข้าประเด็นแรงๆ ในสไตล์ของมาดอนน่า และทำให้คนฟังมีอะไรมาเอ่ออยู่ที่คอหอย ชีพูดถึงความไม่เท่าเทียมกันในเรื่องเพศที่แม้ว่าภายนอกเรามองเข้าไปเหมือนว่านักร้องหญิงก็ดูมีสิทธิเสรีภาพดี ในยุคนี้บียอนเซ่ได้รับคำชื่นชมกับอัลบั้ม Lemonade ส่วนอเดลก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าในภาวะดิจิตัลบุกตลาด แต่ศิลปินหญิงก็ยังคงเป็นพลเมืองประเภทสองอยู่ดี

มาดอนน่าพูดถึงความโหดร้ายของนิวยอร์กในสมัยที่ชีกำลังไต่เต้า ทั้งถูกปล้น ถูกข่มขืน (ชีเพิ่งเปิดเผยเรื่องนี้เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา) เห็นเพื่อนฝูงล้มตายด้วยโรคเอดส์ ยาเสพติด และถูกยิง สิ่งเหล่านั้นหล่อหลอมให้มาดอนน่าเป็นผู้หญิงที่กล้าแกร่งและไม่กลัวที่จะลองทำอะไร

ตอนนึงของสปีชชีพูดถึงการแต่งงานกับฌอน เพนน์ว่าทำให้นักข่าวพักรบกับชีไปพักนึง (ประมาณว่าซ่าแค่ไหนก็ต้องยอมเป็นเมียล่ะ) แต่พอหย่าและกลับมามีอัลบั้ม Erotica กับหนังสือ Sex มาดอนน่าก็ตกเป็นเป้า ถูกเรียกว่าแม่มด กะหรี่ ซาตาน กระทั่งมาดอนน่าคิดว่าทำไมฉันต้องเป็นคนที่ถูกเกลียดมากขนาดนี้นะ แล้วทีศิลปินชายคนอื่นอย่างพรินซ์ล่ะก็ใส่ถุงน่องตาข่ายโชว์ก้นทำไมไม่มีใครว่าอะไร มาดอนน่าบอกว่าในเวลาที่ต้องลุกขึ้นยืนอีกครั้ง บทกวีของมายา แองเจลู งานเขียนของเจมส์ บอลด์วิน และเพลงของนีนา ซีโมน ช่วยไว้ได้มาก (ไปหาฟังหาอ่านกันนะ)

ส่วนตัวเคยรู้มาว่ามาดอนน่ามีเด็บบี แฮร์รี่ เป็นไอดอล แต่ก็เพิ่งมารู้ในสปีชนี้ว่าชียังบูชาคริสซี่ ไฮนด์และอารีธา แฟรงคลินอีกด้วย แต่ถ้าตัวจริงเสียงจริงที่เป็นแรงผลักดันคือเดวิด โบวี่ เหตุผลคือโบวี่มีทั้งความเป็นเพศชายและเพศหญิงในคนเดียวกัน ซึ่งเหมาะกับตัวชีมาก

มาดอนน่ายังพูดถึงการต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีที่ชีทำเสมอมา และแนะนำว่าการเป็นผู้หญิงในวงการดนตรีต้องทำตัวอย่างไร สิ่งที่น่าสนใจมากคือชีบอกว่า อย่าปล่อยตัวให้แก่ เพราะคุณจะถูกวิจารณ์เละ แล้วก็ไม่มีใครอยากจะเปิดเพลงของคุณ ฟังแล้วผู้ชายที่กุมอำนาจไว้คงสะอึกเป็นแถว เพราะมาดอนน่าประชดและเสียดสีเต็มๆ ในประโยคนี้ คนอย่างมาดอนน่าจะแคร์อะไรกับเรื่องความแก่

มาดอนน่าสนับสนุนให้ผู้หญิงด้วยกันเคารพในเพศเดียวกันก่อน ให้หาผู้หญิงที่เป็นแบบอย่าง ที่เก่งเพื่อเรียนรู้และทำงานด้วยกัน ชียังฝากถึงคนที่เคยปรามาสชีไว้ (ซึ่งคงรวมนักข่าวที่บอกว่ามาดอนน่าคงจะดังอยู่ไม่นาน) ว่าทุกเสียงที่บอกว่ามาดอนน่าทำไม่ได้ มาดอนน่าไม่ควรทำ มันคือแรงผลักให้ชีเป็นมาดอนน่านักสู้คนนี้ได้ ชีขอขอบคุณอย่างแรง

ตอนหนึ่งที่รู้สึกชอบมากและตรงใจอย่างจังคือมาดอนน่าบอกว่าคนมักจะพูดว่ามาดอนน่าชอบทำอะไรให้เป็นที่พูดถึง

ชีบอกว่าที่จริงสิ่งที่ชีทำและน่าเป็นที่พูดถึงมากที่สุดคือชียังคงอยู่คู่วงการ ไมเคิล แจ็คสันก็ไปแล้ว ทูแพคก็ไปแล้ว พรินซ์ก็ไปแล้ว วิทนีย์ก็ไปแล้ว เอมี่ ไวน์เฮาส์ก็ไปแล้ว เดวิด โบวี่ก็ไปแล้ว แต่มาดอนน่ายังคงอยู่ และชีก็ยอมรับว่าชีโชคดี เราเองก็โชคดีที่ได้เป็นแฟนเพลงของมาดอนน่า ใช่ไหมล่ะ?

ตลอดการพูดสปีชมาดอนน่าพูดด้วยอาการนิ่ง มั่นใจ สง่าสมกับราคาราชินีเพลงป๊อปและเจ้าของตำแหน่งสตรีแห่งปี มีบางขณะที่เสียงเครือและพยายามให้น้ำหูน้ำตาไหลกลับลงไป เรารู้ได้เลยว่าผู้หญิงคนนี้แข็งแกร่งมากแค่ไหนและต้องเจอกับอะไรมาบ้าง ใครจะคิดว่านักร้องคนที่ผู้ปกครองแทบจะเป็นลมเมื่อเห็นลูกสาว (และลูกชาย) แต่งตัวเลียนแบบด้วยเสื้อลูกไม้ สร้อยคอไม้กางเขน กัดสีผมและเน้นนมเน้นเนิน จะกลายมาเป็นผู้หญิงที่เป็นแบบอย่างของนักร้องผู้หญิงในยุคนี้ หรือจะพูดว่าเป็นแบบอย่างให้กับผู้หญิงในโลกใบนี้อีกหลายๆ คนเลยก็ว่าได้

ส่วนตัวไม่เคยบังคับให้ใครชอบมาดอนน่า วัยรุ่นทุกยุคมีไอดอลของตัวเอง แต่มันมีเหตุผลว่าทำไมมาดอนน่าถึงได้ชื่อว่าควีน ออฟ ป๊อป ทำไมมาดอนน่าคู่ควรกับวลีแม่ก็คือแม่ เหมือนอย่างที่เราคนไทยได้สัมผัสกับคอนเสิร์ตของมาดอนน่าเมื่อต้นปี ของจริงไม่ต้องพูดอะไรมาก ส่วนสปีชของมาดอนน่าครั้งนี้จะคงทนผ่านลมฝนหนาวไปอีกกี่ปีกี่ทศวรรษไม่มีใครบอกได้ แต่กดฟังแบบฉบับเต็มยาวสิบกว่านาทีนั้นเถิดแล้วคุณจะทึ่งและขอคารวะผู้หญิงที่ชื่อมาดอนน่า และจะเห็นด้วยกับเราและพิธีกร แอนเดอร์สัน คูเปอร์ ที่บอกว่า มาดอนน่าก็ควรจะได้รางวัลนี้มาตั้งแต่ปีไหนก็ได้ตั้งแต่ปี 1982 ที่ชีมีซิงเกิ้ลแรกคือ Everybody นั่นเลย ไม่เกินจริง มาดอนน่าสมควรกับรางวัลนี้จริงๆ

anderson-cooper-madonna-onstage-billboard-wim-2016-billboard-1548

Anderson Cooper & Madonna

Story by: ปริศร์ อติเรกานนท์ Program Director, Eazy FM 105.5