คอนเซ็ปต์ล่าสุดของอัลบั้ม This Is Acting จาก Sia คือการบอกให้ทั่วโลกรับรู้ถึงกรรมวิธีการผลิตเพลงป็อป ว่ากว่าแต่ละเพลงจะออกมาได้นั้น บางครั้งก็ต้องยกความดีความชอบให้กับนักแต่งเพลงผู้อยู่เบื้องหลังบ้าง เพลงเหล่านี้ถูกส่งต่อให้ศิลปินทั้งหลายได้เลือกกัน และ Sia ก็เป็นคนหนึ่งที่ทำแบบนั้น ศิลปินหญิงใต้วิกสีทองผู้มีทักษะการประพันธ์เพลงอันแพรวพราว ผู้ซึ่งเคยทำให้วงการเพลงได้สั่นสะเทือนจากซิงเกิ้ลที่ประสบความสำเร็จมากอย่าง Chandelier คนนี้คือผู้อยู่เบื้องหลังเพลงฮิตของศิลปินมากมายทั้ง ริแอนน่า, เคลลี คลาร์กสัน, บียอนเซ่, นี-โย ฯลฯ

sia-this-is-acting-cover-bb3-billboard-650

ความสนุกของอัลบั้มนี้คือการได้เล่นเกมส์จับคู่เพลงกับบรรดานักร้องที่เกือบจะได้เป็นเจ้าของเพลงเหล่านั้น แต่หากมองในอีกมุม This Is Acting อาจจะไม่ต่างกับ “กองขยะ” เพราะรวบรวมเอาแต่เพลงที่ถูกปฏิเสธมาทั้งสิ้น การที่ Sia ตั้งใจเปิดเผยที่มาของอัลบั้มนี้ แสดงให้เห็นว่าเธอมั่นใจและยังยืนหยัดในความเชื่อเดิม ที่อยากเอาชนะรสนิยมผู้ฟังที่เลือกเสพเพลงโดยแค่ว่า “ใครเป็นคนร้อง”

อัลบั้มนี้เปิดตัวด้วยซิงเกิ้ล Bird Set Free ซึ่งเป็นการประกาศจุดยืนในฐานะนักแต่งเพลง “I found myself in my melodies … I’ll shout it out like a bird set free.”  เพลงนี้เป็นเพลงที่ถูกปฏิเสธใช้ในภาพยนตร์ Pitch Perfect 2 เคยผ่านการอัดเสียงโดยริแอนน่าและเคยถูกอเดลตัดออกจากอัลบั้ม 25 ของเธอมาแล้ว เช่นเดียวกับหลายๆ เพลงในอัลบั้ม ซิงเกิ้ลนี้ได้โปรดิวเซอร์มือทองอย่างเกร็ก เคิร์สตินมาเป็นเบื้องหลัง เพลง Alive ก็มีอเดลเป็นผู้ร่วมเขียนเนื้อร้องด้วย แต่เพลงนี้โหดหินเกินกว่าที่อเดลจะทำได้ ท่อนที่ Sia ขึ้นเสียงสูง เสียงของเธอคล้ายกับนักร้องเมทัลดีๆ นี่เอง พลังอันดุดันนี้ทำให้นึกถึงอัลบั้มเก่าอย่าง 1000 Forms of Fear โดยเฉพาะเพลง One Million Bullets จะทำให้คุณต้องกดฟังซ้ำหลายรอบ เพราะมันทำให้นึกถึง Sia สมัยอัลบั้มเก่านั้นจริงๆ

ในเมื่อขึ้นชื่อว่าเพลงอัลบั้มนี้แต่งให้คนอื่นร้องตั้งแต่แรก ผู้คนคงคาดหวังว่าแต่ละเพลงจะมาพร้อมท่อนคอรัสที่อลังการและบีทที่หนักหน่วง นั่นคือสิ่งที่คุณพบได้ในเพลง Move Your Body ที่เป็นซาวนด์อิเล็กทรอนิกส์ปนเพลงมาร์ชสุดกระหึ่ม ซึ่ง Shakira เกือบจะได้ไปไว้ในครอบครอง และอีกเพลงหนึ่งคือ Unstoppable ที่เกือบจะเป็นตกของป็อปสตาร์แคนดี้อย่างเคที่ เพอร์รี่ ส่วนใครที่อยากฟังเพลงที่ Sia โชว์กึ๋นของเธอจริงๆ ควรจะกรอไปที่ช่วงกลางอัลบั้มกับเพลง Reaper และ Cheap Thrills ทั้งสองเพลงนี้มีซาวนด์ที่เบาและเฉียบคม

อาจจะฟังดูใจร้าย แต่อีก 5 เพลงที่เหลือที่ยังไม่ได้พูดถึงนี้แทบจะเรียกว่า “เศษซาก” ก็ยังได้ Sia ยอมรับว่าเธอแต่งเพลงโดยการเล่นเกมส์ Mad Lips (คล้ายๆ แอพฯ เล่นต่อเพลง) กับบรรดาข้อความต่างๆ ที่เธอบันทึกไว้ในมือถือ ที่ร้ายแรงที่สุดน่าจะเป็นเพลง House on Fire กับท่อนที่ร้องว่า “I’m a house on fire, and I want to keep burning,” ฟังดูยังกับถอดมาจากวิดีโอเกมส์ห่วยๆ สักอัน

ถึงจะมีซิงเกิ้ลที่เป็นไฮไลท์ได้อยู่หลายเพลง แต่ This Is Acting ถือว่ากระจัดกระจายมาก ไม่มีอะไรน่าจดจำพอๆ กับอัลบั้มเก่า จริงอยู่ที่ Sia บอกว่าอัลบั้มนี้ภูมิใจเสนออัตลักษณ์ของเธอ แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างที่จะทำเพลงแบบนี้

การจากไปของเดวิด โบวี่ทำให้เราระลึกได้ว่าเพลงป็อปเคยงดงามได้แค่ไหนโดยไม่จำเป็นต้องตกม้าตายตอนจบ Sia มีความเป็นไอค่อนแห่งวงการมากพอจนทำให้เรารู้สึกผิดหวังที่งานของเธอออกมาเละไม่เป็นท่าแบบนี้ นี่ไม่น่าจะถูกเรียกว่า This Is Actingน่าจะเรียกว่า This is Affectationเสียมากกว่า 

Story by: Carl Wilson
Photo by: Billboard.com
Translated by: Patricia K. + Sutthimas R.