SP01

 

นี่คือบทสัมภาษณ์พิเศษจาก ชัค โคโม มือกลองจากวง Simple Plan ที่ลีลาการหวดนั้นไม่เป็นสองรองใคร เขาใช้เวลาระหว่างทัวร์ในการเป็นตัวแทนวงตอบอีเมลของ บิลบอร์ด ไทยแลนด์ เพื่อนำมาเป็นสาส์นสำคัญสู่แฟนเพลงชาวไทยให้ได้อุ่นเครื่องกันก่อนจะไปกระโดดให้สุดตัวกับพวกเขาในวันที่ 8 กันยายนที่จะถึงนี้ ณ Moonstar Studio ฮอลล์ 8 กับ “Taking One for the Team Tour Bangkok 2016” การกลับมาเยือนเมืองไทยอีกครั้งของป๊อปพังค์แถวหน้า Simple Plan โดยผู้จัด VIJI CORP

แน่นอนว่าไม่มีสาวกป๊อปพังค์คนไหนไม่รู้จัก Simple Plan ปิแอร์ บูวิเยร์ (ร้องนำ), เจฟฟ์ สติงโก (กีตาร์), เซบาสเตียง เลอเฟบแวร์ (กีตาร์), ดาวิด เดสโรซิเยร์ (เบส) และ ชัค โคโม (กลอง) คือ 5 หนุ่มจากรัฐควิเบก ประเทศแคนาดาที่เป็นหนึ่งในหัวหอกในการนำพาซาวนด์ป๊อปพังค์ให้ขึ้นมาโลดแล่นบนแถวหน้าในวงการดนตรีได้อย่างสง่าผ่าเผยในช่วงยุค 2000s โดยเฉพาะ 2 อัลบั้มแรกอย่าง No Pads, No Helmets… Just Balls และ Still Not Getting Any… ที่มีเพลงฮิตอย่าง I’m Just A Kid, I’d Do Anything, Perfect, Addicted, Welcome To My Life, Shut Up ที่ร้องตามกันลั่นฮอลล์ในทุกครั้งพวกเขาเล่นสด

แม้ว่าอีก 2 อัลบั้มถัดมาอย่าง Simple Plan และ Get Your Heart On! จะไม่ประสบความสำเร็จเทียบเท่า แต่บอกเลยว่าสาวกวงนี้ยังคงเหนียวแน่นแบบสุดๆ และเมื่อช่วงต้นปี Simple Plan ก็ปล่อยอัลบั้มล่าสุดที่มีชื่อว่า Taking One for the Team ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่างเพลงป๊อปพังค์มันๆ ในยุคแรก และซาวนด์กลิ่นอายใหม่ๆ ที่ไม่ค่อยได้ยินจากเพลงของพวกเขามาก่อน

นอกจาก ชัค โคโม จะเกริ่นถึงคอนเสิร์ตสุดมันที่กำลังจะเกิดขึ้นในเมืองไทยอีกครั้ง เขายังพูดถึงมุมมองที่มีต่อซีนดนตรีป๊อปพังค์ที่หายไปจากแวดวงดนตรีของโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงคำถามที่ว่า หรือ Simple Plan จะไม่ใช่วงป๊อปพังค์ที่แท้จริงอีกต่อไป… คำตอบของเขาจะเป็นเช่นไร ไปดูกัน

 

8 กันยายนนี้พวกคุณจะกลับมาแสดงสดที่เมืองไทยอีกครั้ง รู้สึกแตกต่างจากครั้งก่อนๆ บ้างไหม?
ชัค
: มาเมืองไทยทีไรพวกเราก็รู้สึกตื่นเต้นเสมอแหละ นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของ Simple Plan แฟนเพลงชาวไทยก็ให้การตอบรับพวกเราอย่างดีมากๆ จริงๆ แล้วพวกเราหาโอกาสกลับมาที่เมืองไทยอีกครั้งมาโดยตลอด ได้มาเห็นหน้าแฟนเพลงที่คุ้นเคย เอ็นจอยกับอาหารอร่อยๆ รวมถึงวัฒนธรรมของประเทศไทยที่พวกเราได้เรียนรู้มาพอสมควร

มีอะไรพิเศษมาฝากแฟนเพลงชาวไทยบ้างไหมสำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้?
แน่นอนว่า พวกเรากำลังจะนำเอาโชว์ที่ดีที่สุดเท่าที่ Simple Plan เคยทำมาไปฝากพวกคุณทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเพลงเก่าๆ ที่ทุกคนรัก รวมถึงเพลงจากอัลบั้มล่าสุดอย่าง Taking One for the Team ด้วย มันจะเป็นคอนเสิร์ตรวบรวมเพลงฮิตที่ยอดเยี่ยมสุดๆ

SP06

 

นับจากอัลบั้มที่แล้ว Get Your Heart On! พวกคุณหายหน้าหายตาไปร่วม 5 ปี เรื่องขั้นตอนในการทำเพลงมีความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างไหม?
กระบวนการทำเพลงของ Simple Plan ยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง พวกเราเขียนเพลง เขียน เขียน และเขียนจนกว่าจะรู้สึกว่ามีคลังเพลงที่ชอบประมาณหนึ่ง และเพลงเหล่านั้นทำให้พวกเรารู้สึกว่าจะกลับมายืนหยัดเพื่อแฟนเพลงในฐานะวงดนตรีวงหนึ่งได้แล้ว คือมันก็ยากนะครับที่จะไปถึงจุดๆ นั้น แต่ Simple Plan ไปถึงจุดนั้นได้เสมอ มีผู้คนมากมายที่รออัลบั้มของ Simple Plan พวกเราแค่อยากจะแน่ใจว่าพวกเขาจะรักในสิ่งที่พวกเราตั้งใจทำมันขึ้นมา Taking One for the Team เป็นอัลบั้มชุดที่ 5 ผมคิดว่ามันกลายเป็นความยากที่เพิ่มมากขึ้นในการที่จะเอาชนะตัวเองในทุกๆ ครั้ง แต่ท้ายที่สุดผมและเพื่อนๆ ดีใจที่ได้ใช้เวลากับมัน พวกเราทุกคนรักในการทำอัลบั้มเต็มที่สามารถตอบคำถามในทุกๆ รายละเอียดและทุกแง่มุม ซึ่งมาถึงทุกวันนี้ ผลตอบรับของแฟนเพลงมันช่างน่าเหลือเชื่อสุด มันคุ้มค่าน่ะครับ

เพลงในยุคหลังๆ ของ Simple Plan จะมีการนำเอาแนวเพลงอื่นๆ มาผสมผสานกับแนวทางป๊อปพังค์ที่พวกคุณถนัดไม่ว่าจะเป็นเพลง Summer Paradise, I Don’t Wanna Go to Bed หรือแม้แต่ซาวนด์เรกเก้ในเพลง Singing in the Rain?
ในทุกๆ อัลบั้ม พวกเราชอบให้อิสระกับตัวเองในการค้นหาสไตล์หรือซาวนด์ที่แตกต่างออกไป ซาวนด์ป๊อปพังค์ยังคงเป็นแก่นหลักที่แสดงถึงตัวตนของพวกเรา แต่พวกเราก็ชื่นชอบในแนวเพลงอื่นๆ ด้วย และมันก็สนุกดีที่พวกเราได้ออกนอกกรอบเสียบ้าง มันทำให้เพลงของ Simple Plan ยังสดใหม่และน่าตื่นเต้นทั้งสำหรับตัวพวกเราเองและแฟนเพลงอยู่เสมอ

แต่ในขณะเดียวกัน แฟนเพลงจำนวนมากก็คิดถึงซาวนด์ป๊อปพังค์จ๋าๆ ของ 2 อัลบั้มแรกอย่าง No Pads, No Helmets…Just Balls และ Still Not Getting Any… พวกคุณมีความคิดเห็นในเรื่องนี้อย่างไร?
หนทางเดียวที่จะสนองนี้ดแฟนเพลงกลุ่มนั้นได้ก็อาจจะเป็นการเขียนเพลงที่พวกเขาต้องการฟังเสียใหม่ ซึ่งนั่นเป็นอะไรที่ไร้สาระสุดๆ คนที่ผูกตัวเองไว้กับอดีตมากเกินไปไม่มีทางจะตอบสนองความต้องการอันแท้จริงได้หรอก คือจะให้อัลบั้มใหม่ของพวกเราเป็นการย้อนกลับไปสู่ซาวนด์ในแบบ Simple Plan เมื่อปี 2002 ที่พวกเราเริ่มต้นทำเพลงกันอย่างนั้นเหรอ? สิ่งที่ Simple Plan ทำคือป๊อปพังค์ของทุกวันนี้ต่างหากไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาใดก็ตาม หลายคนที่ได้ดูมิวสิควิดีโอเพลง I Don’t Wanna Go to Bed หรือ Singing in the Rain แล้วคิดว่าพวกเราเปลี่ยนสไตล์และสูญเสียตัวตนไปแล้ว แต่ลองฟังทั้งอัลบั้มดูสิ มันมีเพลงป๊อปพังค์แท้ๆ อยู่ในนั้นอีกเพียบทั้ง Opinion Overload, Boom!, Farewell, Nostalgic, P.S. I Hate You

SP05

 

หลายปีที่ผ่านมาดูเหมือนว่าดนตรีป๊อปพังค์ในกระแสดนตรีโลกจะเงียบเชียบผิดปกติ คุณคิดว่ามีหนทางในการสร้างความสดใหม่ หรือทำให้ดนตรีป๊อปพังค์กลับมาสู่กระแสเมนสตรีมได้อย่างไรบ้าง?
ไม่ว่าจะเป็นเพลงแนวไหน คนฟังต้องการฟังเพลงที่ดี ถ้ามีเพลงป๊อปพังค์ดีๆ ปรากฏขึ้นมาสักเพลง มันก็จะเข้าสู่ตลาดเพลงแมสโดยอัตโนมัตินั่นแหละ ผมคิดว่าเพลงป๊อปพังค์ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามันขาดวัตถุดิบที่มีคุณภาพ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมคุณถึงไม่ได้ยินเพลงป๊อปพังค์ในคลื่นวิทยุอีกต่อไปแล้ว และทำไมจึงดูเหมือนว่าป๊อปพังค์ได้หายไปจากสารบบ ก็ได้แต่หวังว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้น

ปีนี้ไง! Blink-182, Sum 41, Green Day หรือแม้แต่ Simple Plan เองก็ทยอยปล่อยผลงานใหม่ออกมากันหมด อาจจะรวมถึง Yellowcard ที่ประกาศทำอัลบั้มและทัวร์คอนเสิร์ตครั้งสุดท้าย มันเป็นสัญญาณบางอย่างว่าป๊อปพังค์กำลังจะกลับมาหรือเปล่า?
ใช่เลย! มันเยี่ยมมากที่วงดนตรีเหล่านี้ยังคงทำเพลงกันอยู่ และปล่อยเพลงใหม่ๆ ออกมาให้ฟังกัน ป๊อปพังค์ยังคงอยู่เสมอ พวกเราอาจจะแค่ต้องการอัลบั้มสักชุดหนึ่งที่สามารถเติมเชื้อไฟให้ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง และผมก็ตื่นเต้นมากๆ ที่จะได้ฟังเพลงใหม่ของทุกๆ วง

หากจะว่ากันตามจริง ดนตรี EDM ยังคงเป็นกระแสในตลาดเพลงโลก ศิลปินหลายคนก็หันไปจับกลิ่นอายของอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์เข้ามาเป็นส่วนประกอบในเพลงของตัวเอง แล้วสำหรับ Simple Plan ล่ะ มองเรื่องนี้อย่างไร หรือมีศิลปิน EDM ที่อยากร่วมงานด้วยบ้างไหม?
มันก็มีบางมุมของดนตรี EDM ที่ผมมองว่ามันเจ๋งมากเลยนะ แต่ผมก็สงสัยว่าจะแทรกซาวนด์แบบ EDM ลงไปในเพลงของ Simple Plan ยังไง วงดนตรีหลายวงมีกลุ่มแฟนเพลงแบบฮาร์ดคอร์ที่ค่อนข้างไม่เปิดใจ ไม่เปิดรับอะไรทั้งสิ้น พวกเขาไม่ต้องการให้ศิลปินในดวงใจก้าวออกไปไกลเกินกว่าในสิ่งที่พวกเขาคุ้นเคย จริงๆ มันก็น่าละอายนะเมื่อคุณคิดเช่นนั้น แต่มันก็เป็นแบบนั้นแหละ สำหรับผม ถ้าอยากจะทำอะไรบางอย่างที่ต่างออกไป ผมคงจะทำภายใต้ชื่อวงใหม่ที่ไม่ใช่ Simple Plan คงหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็น

ที่ผ่านมา Simple Plan มีโอกาสได้ร่วมงานกับศิลปินมากหน้าหลายตา อย่างใน 2 อัลบั้มล่าสุดกับรายชื่อของ นาตาชา เบดิงฟิลด์ (เพลง Jet Lag), เคนาน (Summer Paradise), เนลลี (I Don’t Wanna Go to Bed) และ จอร์แดน พันดิก จากวง New Found Glory (Farewell) มีอะไรสนุกๆ อยากเล่าให้เราฟังบ้างไหม?
บ้านของผมกับ จอร์แดน พันดิก ในแซนดีเอโก้อยู่ใกล้กันมาก ว่างๆ เขาก็มาหาผมที่บ้าน และก็ทำงานด้วยกันในสตูดิโอที่สวนหลังบ้านของผมเอง มันเป็นอะไรที่ชิลล์ๆ สบายๆ พอจอร์แดนมาถึงก็จิบไวน์กันคนละแก้วก่อน นั่งคุยกันถึงครอบครัวของพวกเราทั้ง 2 คน และช่วงชีวิตที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็ค่อยเริ่มทำงานกัน เขาก็ร้องในพาร์ตของเขาซึ่งเจ๋งมาก จอร์แดนเป็นคนที่ไนซ์มาก ผมมีความสุขที่ได้รู้จักกับเขามาเป็นเวลาปีกว่าแล้ว และผมก็นับถือเขามาก

Style: "Portrait B&W - low key"

 

มาพูดถึงเรื่องราวในเพลงกันบ้าง ส่วนใหญ่พวกคุณแต่งออกมาจากประสบการณ์จริงใช่ไหม?
เพลงของ Simple Plan ได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริงในชีวิตเสมอครับ

อย่างเพลง Perfect ในอัลบั้มชุดแรกก็เริ่มมาจากไอเดียของคุณที่อยากจะส่งต่อไปถึงคุณพ่อและคุณแม่ที่ไม่ค่อยสนับสนุนในการเป็นนักดนตรี?
ก็อย่างที่ทุกคนรู้ ถึงแม้ว่าบางเรื่องราวจะออกแนวแปลกๆ แต่ผมก็พยายามที่จะนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตและอารมณ์ของตัวเอง การสื่อสารเรื่องราวอย่างตรงไปตรงมาเป็นเรื่องที่ง่ายกว่า ซึ่งคนฟังก็จะสามารถรับรู้และสัมผัสได้ พวกเขาต้องการสิ่งที่มันจริง และคุณต้องพูดออกมาจากหัวใจ

14 ปีในวงการดนตรี สตูดิโออัลบั้ม 5 ชุด และออกทัวร์คอนเสิร์ตทั่วไป เคยมีบางเวลาที่เหนื่อยจนไม่อยากทำอะไรเลยหรือเคยถึงขั้นอยากเลิกเล่นดนตรีบ้างไหม?
ตลอดเวลาแหละครับ มันคือชีวิตของศิลปิน พวกเราทุกคนในวงเป็นพวกเพอร์เฟกชันนิสต์ บางช่วงของชีวิตก็มีเฟลมีท้อ เวลาที่รู้สึกแบบนั้นพวกเราก็จะคอยช่วยเหลือกัน และพยายามกันใหม่อีกครั้ง นั่นคือเหตุผลที่ทำให้พวกเรายังเดินหน้ากันต่อ ถ้าวันใดพวกเราคิดว่าเพลงหรืออัลบั้มที่ทำมันดีที่สุดแล้วที่เคยทำมา พวกเราอาจจะเลิกเล่นก็ได้ แต่มันเป็นความต้องการที่จะสร้างสรรค์บางอย่างให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่เคยเปลี่ยน นั่นทำให้พวกเรากลับมาสู่เส้นทางได้เสมอ

วางแผนในอนาคตไว้บ้างหรือยังสำหรับวงดนตรีที่ชื่อ Simple Plan?
อัลบั้มล่าสุดของพวกเราเพิ่งปล่อยออกมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และพวกเราก็กำลังทัวร์คอนเสิร์ตอย่างบ้าคลั่งในตอนนี้ พวกเราพยายามเดินทางไปเจอแฟนๆ ที่รอคอย Simple Plan อย่างใจจดใจจ่อมาเป็นระยะเวลานาน แต่สิ่งสำคัญคือ พวกเราจะยังคงอยู่ในเส้นทางดนตรีกันต่อไป โปรโมตอัลบั้มนี้สักพัก และถ้าเสร็จเมื่อไหร่ พวกเราจะกลับไปเขียนเพลงและทำอัลบั้มกันต่อ ผมเดาว่าพวกเราคงทำไปเรื่อยๆ จนกว่าคนฟังจะเบื่อ… แต่หวังว่ามันคงไม่เกิดขึ้นหรอกนะ

 

Story by: Chanon B.
Photos by: Warner Music Thailand