Katy-Perry-and-Skip-Marley-perform-brit-awards-bb6-a-2017-billboard-1548

 

ในตอนที่ เคที่ เพอร์รี่ เริ่มมองหาศิลปินรับเชิญเพื่อที่จะมาร่วมร้องเพลงในซิงเกิ้ลใหม่ของเธอนั้น หลายคนก็คงเดาว่าอาจจะเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงอย่าง คานเย่ เวสต์ หรือ Snoop Dogg ก็เป็นได้ แต่สำหรับซิงเกิ้ลใหม่อย่าง Chained to the Rhythm ที่แฝงความหมายไปด้วยเรื่องของการเมือง และถือเป็นซิงเกิ้ลเปิดตัวในอัลบั้มที่ 5 ของเธอที่กำลังจะปล่อยออกมาในปี 2017 นี้ ท้ายที่สุดเธอได้ก็ทาบทามให้ศิลปินหนุ่มอายุ 20 ปีที่ไม่มีใครรู้จักแต่มาพร้อมกับนามสกุลที่คุ้นเคยกันดีอย่าง สคิป มาร์เลย์ มาร่วมงานด้วย

โดยหนึ่งอาทิตย์หลังจากที่ สคิป ผู้ซึ่งเป็นหลานของตำนานแนวเพลงเร็กเก้อย่าง บ๊อบ มาร์เลย์ ได้ปล่อยซิงเกิ้ลเปิดตัวของเขาที่มีชื่อว่า Lions ก็ได้ขึ้นร่วมแสดงสดกับ เคที่ เพอร์รี่ บนเวทีแกรมมี่ อวอร์ดส ครั้งที่ 59 ในซิงเกิ้ล Chained to the Rhythm ด้วยการแร็พท่อน Up in your high place, liars/Time is ticking for the empire” ก่อนที่จะกลับไปยืนเคียงข้าง เคที่ ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบอกเสียงของการต่อต้านประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนปัจจุบัน โดนัลด์ ทรัมป์

หลังจากที่ซิงเกิ้ล Chained to the Rhythm ถูกปล่อยออกมาได้ไม่นานก็สามารถคว้าอันดับที่ 4 บนชาร์ตบิลบอร์ด Hot 100 ไปครองได้สำเร็จ ทำให้ สคิป กลายเป็นสมาชิกครอบครัว มาร์เลย์ คนแรกที่มีผลงานติดท๊อปเทนบนชาร์ตบิลบอร์ด Hot 100 อีกทั้งเขายังมีแผนการปล่อยอัลบั้มเปิดตัวภายใต้สังกัดค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ Island Record ในปี 2017 นี้อีกด้วย โดยเขาได้กล่าวถึงการร่วมงานกับเคที่ และทำไมเพลงป๊อปถึงต้องมีการพูดถึงเรื่องที่จริงจังมากยิ่งขึ้น

 

 

 

คุณเริ่มเล่นดนตรีตั้งแต่ตอนไหน?

ตั้งแต่ตอนที่ผมยังเด็กอยู่มาก ประมาณ 6 หรือ 7 ขวบนี่ล่ะ ผมได้เรียนทั้งเปียโน กีตาร์ รวมถึงทฤษฎีของดนตรี  และพออายุได้ 13 หรือ 14 ปี ลุงของผม สตีเฟน มาร์เลย์  ที่เป็นนักดนตรีอาชีพอยู่แล้วก็เริ่มออกทัวร์และเขาบอกผมว่าให้ผมไปร่วมร้องเพลงกับเขาในคืนนั้นด้วย ซึ่งตัวผมเองก็ไม่เคยร้องเพลงต่อหน้าใครเลย แต่มันออกมาได้เป็นธรรมชาติมาก นับตั้งแต่นั้นผมก็ร้องเพลงมาโดยตลอด

แล้วมาทำเพลงร่วมกันกับ เคที่ ได้อย่างไร?

ผู้จัดการของผม แบรนดอน ครีด โทรมาหาผมและบอกว่าเพลง Lions ที่ผมแต่งขึ้นในช่วงเลือกตั้งได้ถูกเปิดเล่นที่สตูดิโอในเมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งโปรดิวเซอร์อย่าง แม็กซ์ มาร์ติน และ เคที่ เมื่อได้ฟังก็พูดว่า “ฉันอยากได้เขามาเป็นส่วนหนึ่งของเพลง” และเราก็ได้พบกันในช่วงเดือนมกราคม ผมไปที่สตูดิโอแห่งนั้นและพูดในสิ่งที่ผมต้องการว่าผมอยากจะเขียนเนื้อเพลงในสไตล์ของตัวผมเอง และเคที่ก็ตอบแค่ว่า “เอาตามที่คุณต้องการเลย”

ก่อนหน้าเพลง Chained to the Rhythm เคที่ไม่เคยมีผลงานเพลงที่พูดถึงเรื่องของสังคมมาก่อนเลย แล้วอะไรที่เป็นแรงบันดาลใจให้คุณทั้งสองคนมาร่วมกันทำซิงเกิ้ลในรูปแบบนั้นล่ะ?

เรารู้สึกว่ามันเป็นช่วงเวลาที่เราจำเป็นต้องมาร่วมมือกัน นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมถ้อยคำของผมที่แฝงอยู่ในเพลงถึงสื่อเรื่องความสามัคคีและความรัก ซึ่งเพลงที่มีเนื้อหาใจความแบบนี้มันก็จะคงอยู่ไปตลอดแหละ  

ในงานแกรมมี่ อวอร์ดส พวกคุณรู้สึกกลัวกับคำวิพากษ์วิจารณ์ที่รุนแรงบ้างไหมสำหรับเรื่องของสถานการณ์ทางการเมือง?

ไม่นะ เราไม่ได้กลัวอะไรเลย ครอบครัวของผมก็อยู่ที่นั่นด้วยและพวกเขาก็ภูมิใจกับมันมาก ซึ่งในขั้นตอนแต่ละอย่างที่ได้ทำซิงเกิ้ลนี้ออกมาถือเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับผมเลยก็ว่าได้ และมันมีคนที่เข้าใจเราอยู่นะ ซึ่งผมก็รู้สึกขอบคุณสำหรับสิ่งนั้น

อะไรคือสิ่งที่คุณกำลังพยายามจะสื่อมันออกมาจาก Lyric Video ซิงเกิ้ล Lions รวมถึงภาพที่มีเหตุการณ์ประท้วง Black Lives Matter หรือการเรียกร้องสิทธิชนในอเมริกาของชาวผิวสี และการห้ามอพยพคนเข้าเมือง?

เรารู้สึกดีกว่าเวลาที่เราได้มาเจอหรือมาอยู่ด้วยกันและร่วมมือกัน ซึ่งเราก็ต้องเข้มแข็งในเวลาแบบนี้ มันเป็นแรงบันดาลใจจากสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ที่มันเต็มไปด้วยความยุ่งเยิง แต่เราก็ต้องเอาชนะอุปสรรคของพวกเราไปด้วยกันให้ได้นั่นล่ะ

การที่คุณทำเพลงที่มีเนื้อหาของการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะมาจากเรื่องราวของปู่คุณด้วยหรือเปล่า?

แน่นอน เรารู้สึกแบบนั้นมาเสมอ และความรู้สึกเหล่านั้นมันก็จะอยู่ภายในใจของพวกเราตลอดไป เรื่องราวของเขาเป็นเหมือนแสงที่คอยช่วยนำทางให้สู่ต่อไปได้ เสมือนกับเปลวไฟที่ไม่มีวันดับ

 

Story by Elias Leight

Translated by Pailin J.