spotify_900x600

Photo by: pixabay.com

ปฎิเสธไม่ได้ว่าในทุกวันนี้คอดนตรีทั่วโลกมีทางเลือกในการฟังเพลงมากมายเหลือเกิน นอกจากแพลตฟอร์มของแผ่นเสียงและซีดีที่แม้จะลดความนิยมลงไปมาก แต่กลุ่มคนที่ยังคลั่งไคล้ก็ยังคงมีอยู่เช่นเดียวกัน สวนทางกับเสียงเพลงในโลกดิจิตัลที่ก้าวขึ้นมาเป็นนักแสดงนำในโลกแห่งการฟังเพลงที่ไม่มีใครไม่รู้จัก โดยเฉพาะ ‘Music Streaming Service’ หรือ ‘บริการสตรีมมิ่งเพลง’ ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอวัยวะที่หลายคนขาดไม่ได้ในแต่ละวัน สำหรับนักฟังเพลงชาวไทยก็ไม่ต่างไปสักเท่าไหร่ JOOX, Deezer หรือ Apple Music ถือได้ว่าเป็นหัวหอกสำคัญที่มีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก นี่ยังไม่นับ KKBOX ซึ่งโบกมือลานักฟังเพลงชาวไทยไปเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่แล้วก็มีกระแสข่าวเกิดขึ้นว่า Spotify บริการสตรีมมิ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในเมืองนอกเมืองนากำลังจะเข้ามาเปิดบริการในเมืองไทยในอีกไม่ช้าจากการเปิดรับสมัคร Music Editor ประจำประเทศไทย และหากเป็นเรื่องจริง Spotify จะสามารถสร้างความคึกคักให้แวดวงดนตรีบ้านเราได้มากน้อยแค่ไหน เหล่าศิลปินมีความคิดเห็นอย่างไร หรือจะทำได้เพียงเป็นแค่อีกหนึ่งทางเลือกของนักฟังเพลงเท่านั้นกันแน่?

 

Spotify คือแอปพลิเคชั่นที่ให้บริการสำหรับการฟังเพลงโดยเฉพาะ โดยเริ่มต้นจากการเป็นบริษัท startup ที่กรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2008 หากมองเพียงผิวเผิน Spotify ก็ไม่ต่างจากบริการสตรีมมิ่งอื่นๆ เท่าใดนัก ต้องสมัครสมาชิกเพื่อรับบริการ สามารถฟังเพลงได้แบบฟรีๆ ไปจนถึงการสมัครรายเดือนซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่าย หรือแม้แต่คลังเพลงมากมายที่ผู้ฟังสามารถเลือกได้ตามใจชอบ เป็นต้น

แต่ประเด็นที่น่าสนใจเอามากๆ ก็คือ Spotify มีผู้ใช้บริการทั่วไปมากกว่า 140 ล้านคนต่อเดือน อีกทั้งยังมีคนตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกที่ต้องจ่ายค่าบริการรายเดือนกว่า 50 ล้านคน แถมยังได้รับความนิยมจากทั้งนักฟังเพลงหรือแม้แต่ตัวศิลปินซึ่งเป็นผู้ปล่อยผลงานเองก็ตามเป็นอย่างมาก โดยบริการสตรีมมิ่งดังกล่าวเปิดให้ใช้เกือบทั่วทั้งทวีปอเมริกาและยุโรป บางประเทศในแถบเอเชีย รวมถึงประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อีกด้วย

9 ปีกับความสำเร็จที่มากมายมหาศาล เราตั้งข้อสังเกตว่า Spotify หาความแตกต่างให้กับแบรนด์ของตัวเองได้อย่างไรในการเชิญชวนคอดนตรีให้เข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกับพวกเขา ทั้งๆ ที่แอปฯ ฟังเพลงฟรีก็มีให้เห็นกันดาษดื่น

earth

เอิ๊ต-ภัทรวี ศรีสันติสุข (Photo by: Muzik Move Records)

“เหมือนเราสามารถสร้างพื้นที่ส่วนตัวให้กับการฟังเพลงของเราได้” คำนิยามจาก เอิ๊ต-ภัทรวี ศรีสันติสุข นักร้องสาวจากค่าย Muzik Move Records ซึ่งเคยใช้แอปฯ Spotify อยู่หลายเดือนเมื่อครั้งที่เธอเดินทางไปศึกษาเล่าเรียนที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย โดยเธอสมัครใช้บริการในราคานักเรียนนักศึกษาที่ไม่แพงนัก รวมถึงสามารถใช้ได้ฟรีใน 3 เดือนแรกอีกด้วย “สมมติเราฟังเพลงๆ หนึ่งอยู่ Spotify ก็จะมีการแนะนำศิลปินในหมวดหมู่เดียวกันหรือคล้ายคลึงกันได้ดี รวมถึงเพลย์ลิสต์ที่เขาสามารถคาดคะเนได้ว่า เราน่าจะชอบฟังเพลงแบบไหน” เอิ๊ตกล่าวถึงข้อดีของ Spotify ที่เธอสัมผัสได้

ในขณะที่มือกีตาร์และนักร้องนำวงอินดี้อย่าง Safeplanet อย่าง เอเลี่ยน-ฐิติภัทร อรรถจินดา ซึ่งเคยใช้บริการของ Spotify มาแล้วเช่นเดียวกันก็มีมุมมองที่ไม่ต่างจากสาวเอิ๊ตสักเท่าไหร่ “หนึ่งเลยคือมีเพลงเยอะมาก และอัพเดตเร็วมาก อินเตอร์เฟสก็สวยงาม น่าใช้ ส่วนเพลย์ลิสต์บางอันเขาก็จัดออกมาเป็นศิลปินที่เราไม่เคยฟังมาก่อน แต่สำหรับผมถือว่าถูกจริตนะ”

ดูเหมือนว่าทั้ง 2 ศิลปินที่มาร่วมแสดงความคิดเห็นกับเราในครั้งนี้จะมีความรู้สึกในเชิงบวกต่อ Spotify อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะเรื่องของ ‘เพลย์ลิสต์’ ที่ค่อนข้างมีความหลากหลายอย่างที่ใครหลายคนร่ำลือกัน ศิลปินแนะนำซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับเพลงที่เรากำลังฟังอยู่ได้ หรือแม้แต่จำนวนเพลงระดับมหาศาลที่ไม่รู้ว่ากี่ปีถึงจะฟังหมด

alien

เอเลี่ยน-ฐิติภัทร อรรถจินดา (Photo by: Billboard Thailand)

และความที่ Spotify ค่อนข้างมีความโดดเด่นในเชิง User-friendly ที่เรากล่าวไปข้างต้น ยังเสริมทัพด้วยคุณสมบัติที่เมื่อผู้ใช้กดปุ่มเพลย์ ก็เหมือนจะไม่มีอาการดีเลย์เลยเสียด้วยซ้ำ หรือแม้แต่เรื่องระบบเสียงที่มีให้เลือกหลายระดับตั้งแต่ Normal (96kbps), High (160 kbps) และ Extreme (320 kbps) ซึ่ง เอิ๊ต-ภัทรวี ก็ยืนยันกับเราว่า ตอนที่อยู่ออสเตรเลียเนื่องด้วยอินเทอร์เน็ตใช้ได้ไม่จำกัด การเลือกคุณภาพเสียงแบบสูงในการฟังก็ถือว่าเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมสำหรับบริการสตรีมมิ่งเพลงเลยทีเดียว และทั้งหมดนี้ก็อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Spotify คือแอปฯ ฟังเพลงที่ครองความนิยมสูงสุดมาอย่างยาวนาน

ทว่าเมื่อหากมองในประเด็นที่มีการคาดการณ์กันว่า Spotify กำลังจะรุกตลาดสตรีมมิ่งในเมืองไทยภายในปีนี้นั้น ถนนสายธุรกิจของ Spotify จะโรยไปด้วยกลีบกุหลาบจริงหรือ?

แน่นอนว่านักฟังเพลงชาวไทยหันมานิยมใช้บริการสตรีมมิ่งในการฟังเพลงอย่างจริงจังมาสักพักใหญ่ ซึ่งก็มีหลายบริษัทได้เข้ามาตีตลาดในเมืองไทยหลายราย ไม่ว่าจะเป็น JOOX, Apple Music หรือแม้แต่ Deezer ซึ่งต่างก็ได้รับความนิยมตามรสนิยมและความสะดวกส่วนตัวของผู้ใช้แต่ละคน ดังนั้น Spotify ต้องยอมรับก่อนว่า พวกเขาไม่ได้มีคู่แข่งทางธุรกิจเพียงแค่ 1 ราย อีกทั้งยังต้องพิสูจน์ตัวเองกับคอดนตรีชาวไทยที่แทบจะไม่เคยมีโอกาสได้ใช้แอปฯ ดังกล่าวมาก่อนว่า Spotify มีดีอะไรที่จะทำให้นักฟังเพลงหันมาใช้บริการในที่สุด

“ผมไม่แน่ใจว่า Spotify จะเข้ามาแบ่งส่วนแบ่งคนฟังจากบริการอื่นได้มากขนาดไหน บางคนอาจจะคิดว่าที่ใช้อยู่ก็สะดวกดีอยู่แล้วก็ได้” เอเลี่ยนกล่าว ส่วนเอิ๊ตก็มีความคิดเห็นคล้ายๆ กันว่า โดยส่วนใหญ่คนฟัง 1 คน ก็มักจะเลือกเพียง 1 ช่องทางการสตรีมมิ่งเพียงเท่านั้น

900

Photo by: stocksnap.io

จุดเด่นของ Spotify ที่คนค่อนโลกยกให้เป็นเบอร์ต้นๆ หนึ่งในนั้นคือเรื่องของ ‘เพลย์ลิสต์’ ที่ทางแอปฯ จะแนะนำให้แก่คนฟัง หาก Spotify มาเปิดให้บริการในเมืองไทย แน่นอนว่าเพลย์ลิสต์เพลงไทยก็ย่อมมีส่วนสำคัญในการตัดสินใจของผู้ใช้ไปโดยปริยาย (เพลย์ลิสต์เพลงสากลเราไม่ค่อยห่วง เพราะน่าจะเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก) ซึ่งเท่าที่เราประสบพบเจอมาโดยส่วนใหญ่ก็จะมีการแยกเพลย์ลิสต์ตามแนวเพลงบ้างล่ะ อารมณ์เศร้า เหงา สุข หรืออาจจะเป็นเพลย์ลิสต์ที่สอดคล้องกับกิจกรรมที่ผู้ใช้กำลังทำอยู่ ซึ่งถ้าว่ากันตามจริงมันก็ค่อนข้างมีความจำเจอยู่ไม่น้อย การบ้านสำคัญของ Spotify ก็คือ จะหาความแตกต่างให้กับเพลย์ลิสต์อันเลื่องชื่อในแพลตฟอร์มของเพลงไทยได้มากน้อยแค่ไหนนั่นเอง

นอกจากนั้น Spotify ก็ยังมีบริการฟังเพลงฟรีเหมือนสตรีมมิ่งทั่วไปที่เรียกว่า freemium ซึ่งอาจมีข้อจำกัดบางอย่าง รวมถึงการสมัครสมาชิกแบบรายเดือนที่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ก็แลกมาด้วยความครบครันของฟีเจอร์ต่างๆ ที่มากขึ้น ในขณะนี้เรายังไม่ทราบถึงเงื่อนไขในบริการต่างๆ ของ Spotify ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนบ้างหรือไม่ประการใด สังเกตได้ว่าสตรีมมิ่งบางรายในเมืองไทยก็มีการจับมือกับองค์กรเอกชนทำโปรโมชั่นที่หลากหลาย เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนทุกเพศทุกวัยอยู่หลายครั้งหลายครา ในทางกลับกัน บางรายก็ไม่เลือกเดินไปในเส้นทางนั้น คงต้องจับตาดูกันว่า รูปแบบและเงื่อนไขในการใช้บริการ Spotify ในเมืองไทยจะออกมาในรูปแบบใด

อีกทั้งคราวก่อนที่เราเคยมีโอกาสได้พูดคุยกับบุคลากรที่มีความเกี่ยวข้องกับสถานีวิทยุออนไลน์ หนึ่งปัญหาสำคัญในเมืองไทยที่เราจับประเด็นได้ก็คือ ความเร็วอินเทอร์เน็ตในบ้านเรา ซึ่งหากเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่ใช้บริการ Spotify มาอย่างยาวนานคงไม่สามารถเทียบได้ และนี่อาจเป็นอีกหนึ่งข้อสงสัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่า จะส่งผลต่อผู้ใช้หรือไม่และอย่างไร

แต่นอกเหนือไปจากนั้น วิธีการเข้าถึงอันสะดวกสบายที่ Spotify มีทั้งหมด 3 ช่องทางได้แก่ แอปพลิเคชั่นทางโทรศัพท์มือถือ (ซึ่งใช้ได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android), แอปพลิเคชั่นที่ใช้กับคอมพิวเตอร์พีซีและแม็คบุ๊ก รวมถึงการใช้งานจากเบราเซอร์ อาทิ Google Chrome น่าจะเป็นสิ่งที่ Spotify ยังคงยึดมั่นไว้เช่นเดิม อีกทั้งการจัดเซสชั่นดนตรีหรือคอนเสิร์ตแบบเอ็กซ์คลูซีฟก็น่าจะมีให้เห็นเช่นเดียวกัน

spotifylogo

แม้ว่าจะเคยมีข่าวคราวของศิลปินระดับโลกอย่าง เทย์เลอร์ สวิฟต์ หรือ ทอม ยอร์ค ฟร้อนต์แมนแห่งวง Radiohead ที่นำเพลงทั้งหมดออกจาก Spotify เพราะรู้สึกว่าโดนเอาเปรียบ ทว่าหากจะมองในเชิงจุดเริ่มต้นของ Spotify ที่อาจเกิดขึ้นในเมืองไทยเร็วๆ นี้ ตัวแทนศิลปินไทยก็ขอออกความคิดเห็นเช่นเดียวกัน “ก็อาจจะเป็นเรื่องดีนะคะ ชาว Spotify ทั่วโลกก็อาจจะได้ฟังเพลงของเราด้วย” เอิ๊ตแสดงความคิดเห็นอีกครั้งก่อนกล่าวต่อว่า “ถ้าเพลงของเราถูกเปิดบ่อยๆ ใน Spotify ตลาดของเราก็อาจจะใหญ่ขึ้น หรือเวลาศิลปินปล่อยเพลงออกไปสักซิงเกิ้ล เราก็จะเช็กชาร์ตของบรรดาสตรีมมิ่งต่างๆ ซึ่งถ้า Spotify มาเปิดในไทยจริงๆ นี่ก็อาจเป็นอีกชาร์ตที่คนทำเพลงอยากจะพิชิตให้ได้”

แม้แต่ เอเลี่ยน ซึ่งอาจเรียกได้ว่าวงดนตรีของเขาอย่าง Safeplanet คือวงอินดี้ที่ไม่ได้อยู่ในกระแสหลักก็มองว่า หากทุกอย่างเกิดขึ้นจริงก็น่าจะส่งผลดีต่อตัวศิลปินอยู่ไม่น้อย “ยิ่งกับศิลปินอินดี้ยิ่งน่าจะเป็นผลดีครับ เพราะฐานคนฟังของเมืองนอกเขาค่อนข้างกว้างและมีความสนใจในหลากหลายแนวดนตรี ยิ่งการอัพเดตเพลงใหม่ๆ ของ Spotify นั้นเร็วมาก แถมยังสามารถกดดูยอดวิวได้ อาจจะเป็นเครื่องการันตีผลงานของศิลปินได้อีกทางหนึ่ง” เขากล่าว

แต่หากมองในภาพที่ใหญ่ขึ้น การเข้ามาของอีกหนึ่งบริการสตรีมมิ่งชื่อดังของโลกจะส่งผลให้มีความคึกคักมากขึ้นสำหรับแวดวงดนตรีบ้านเราหรือไม่ สามขวัญ ตันสมพงศ์ กรรมการผู้จัดการแห่งค่ายเพลง What The Duck ก็มองว่าเป็นเรื่องดีสำหรับวงการ “เหมือนเรามีร้านขายของเพิ่มน่ะครับ ทุกวันนี้ Music streaming service ก็เป็นเหมือนร้านค้าให้ทางค่ายเพลงและศิลปินนำเสนอผลงาน ยิ่งมีร้านเยอะขึ้นก็ยิ่งดี ยิ่งมีการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น วงการเพลงก็จะคึกคักขึ้น แถมยังมีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้นให้กับผู้บริโภค ซึ่งบริการสตรีมมิ่งแต่ละรายเองก็คงจะมีจุดแข็งที่แตกต่างกันออกไป”

moy

สามขวัญ ตันสมพงศ์ (Photo by: What The Duck)

ส่วนตัวแทนของศิลปินอย่าง เอเลี่ยน ก็มีความคิดเห็นว่า Spotify น่าจะตีตลาดคอดนตรีที่โปรดปรานเพลงสากลเป็นชีวิตจิตใจได้ไม่ยากสักเท่าไหร่ แต่สำหรับตลาดเพลงไทยอาจจะต้องตีโจทย์ให้แตกพอสมควร และสร้างความน่าสนใจเพื่อให้กลุ่มคนฟังเพลงไทยโดยเฉพาะตลาดแมสหันมาใช้บริการฟรีหรือแม้แต่สมัครรายเดือนเองก็ตาม ในขณะที่เอิ๊ตก็บอกกับเราตรงๆ ว่ายังไม่แน่ใจว่า Spotify จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของวงการดนตรีเมืองไทยได้หรือไม่ เนื่องด้วยในตอนนี้ยังไม่ทราบถึงนโยบาย รวมถึงเงื่อนไขในการใช้บริการ หรือแม้แต่ข้อตกลงกับทั้งทางค่ายเพลงและศิลปินเองก็ตาม

และทั้งนี้ สามขวัญ ก็กล่าวทิ้งท้ายในมุมมองของผู้บริหารค่ายเพลงกับเราว่า “นอกจากจะทำการตลาดแล้ว ก็อยากให้ช่วยให้ความรู้กับคนฟังในเรื่องลิขสิทธิ์ของผลงานเพลง รวมถึงเรื่องคุณค่าของตัวเองด้วย ผมมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ”

 

สำหรับในตอนนี้คงยังต้องรอข่าวคราวความเคลื่อนไหวของการเข้ามาเปิดให้บริการในเมืองไทยของ Spotify กันต่อไป และเมื่อใดที่นักฟังเพลง ศิลปิน หรือแม้แต่ค่ายเพลงมีโอกาสได้ใช้อย่างจริงจัง คำตอบที่ว่าบริการสตรีมมิ่งดังกล่าวจะส่งผลอย่างไรกับวงการเพลงไทยคงจะชัดเจนยิ่งขึ้น

 

Story by: Chanon B.