tabasco (1)_900

การเดินทางครั้งใหม่ กับประเทศที่รู้จักแต่ชื่อ ไต้หวัน ทริปนี้นอกจากทีมของวงแล้ว ยังมี อ๊อฟ-อนุชา โอเจริญ โปรดิวเซอร์อัลบั้มอีพี X ของพวกเราช่วยเป็นเทคนิเชียนให้วงอีกแรง รวมถึง บิว Lemon Soup (รังสรรค์ ปัญญาใจ) ผู้ประสานงานและเป็นผู้จัดการจำเป็นคอยดูแลประสานงานทัวร์นี้ทั้งหมด เริ่มต้นทุกสิ่งทุกอย่างผ่านไปโดยไม่มีอะไรติดขัด โชคดีมาก และ ตี 4 ตรงได้เวลาออกเดินทาง

 

Day 1
ถึงสนามบินไต้หวัน เมืองแรก ‘ไทเป’ ผู้จัดฯ ‘วิเวียน’ มารอรับเราที่สนามบินอยู่แล้ว ที่นี่อากาศดี เย็นเหมือนเปิดแอร์ตลอดเวลา ผมมองดูเมืองพบว่า ไทเป เป็นเมืองแห่งร้านกาแฟ มีเยอะมาก ดีไซน์สวย ได้แวะพอจิบหอมปากหอมคอ ที่พักของเราอยู่ติดกับตลาดกลางคืน ร้านเรียงยาวตลอดถนน เสียงกระทะและกลิ่นหอมๆ เรียกร้องให้อยากโดนรสสัมผัส อาหารไต้หวันมีความเผ็ด เค็ม มัน ขาดหวานอย่างเดียว ไม่มีความเปรี้ยว อาหารทะเล มันโ-ตรดี โ-ตรได้ สด เด้ง แน่น ดึ๋ง

ค่ำวันแรกได้เวลาปาร์ตี้  บิว ที่เคยมาเยี่ยมเยือนไต้หวันแล้วแนะนำบาร์ในดวงใจชื่อ Fucking Place ที่มีความเหมือน Cosmic Cafe ยุคแรก เปิดเพลงพังค์ๆ ตั้งแต่เพลงอินดี้ ไต้หวัน จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เราได้พบเพื่อนใหม่ชื่อ ฌอน คนไต้หวันที่โ-ตรรักเมืองไทย ชอบกรุงเทพฯ เราคุยกันอย่างออกรส ถึงเวลาที่ฌอนต้องแยกกลับ ก็ตกลงกันไว้ว่า ถ้ามากรุงเทพฯ เราจะพาตะลุยราตรีบ้าง เกือบตีสอง เรากลับถึงโรงแรม

tabasco (8)_900

อาหารไต้หวันที่ Tabasco บอกว่าทั้ง เผ็ด เค็ม มัน

Day 2
วันนี้เรามีโชว์แรกในไต้หวัน โ-ตรตื่นเต้น แต่งหล่อไปซาวนด์เช็คที่ Backstage Cafe ที่นี่เป็นไลฟ์ เฮ้าส์ใน National Taiwan University ร้านดูสวยมาก บรรยากาศเหมือนเป็นร้านอาหารไฮโซ ที่นี่มีซาวนด์เอนจิเนียร์ที่มาช่วยเซ็ตอัพ เป็นซาวนด์เอนจิเนียร์รุ่นใหญ่มากคนหนึ่งของไต้หวัน อุปกรณ์ดีทุกสิ่งอย่าง

แล้วก็ถึงเวลาที่โชว์เริ่มต้น ลิสต์เพลงที่เตรียมมาโชว์นี้ค่อนข้างร็อค ลุยเต็มที่!!

เล่นเสร็จลงจากเวที ทุกคนปรบมือ บิวรีบเข้ามาบอก “เฮ้ย คนที่นี่เค้าชอบกันนะ” เก็บของเสร็จหายเหนื่อย ออกไปคุยกับเจ้าของร้าน เขาบอกว่าชอบโชว์เรา และแจกนามบัตรให้ มีโอกาสจะเชิญมาเล่นอีก แล้วที่นี่เราก็ได้รู้จักกับ วินเซนต์ นักดนตรีวงโพสต์ร็อควงดังวงหนึ่งเลยของไทเปชื่อ Goosander เขาจัดงานอินดี้บ่อยๆ ก็ชวนเรามาอีกในครั้งหน้า โชว์แรกได้คอนเนกชั่นผู้จัดมาเพิ่ม รู้สึกโชคดีมาก  ซึ่งระหว่างขนเครื่องดนตรีกลับ วินเซนต์แนะนำร้านอาหาร ก็ถือเป็นอาฟเตอร์ ปาร์ตี้ที่เราชอบอยู่แล้ว คืนนี้ ทานอาหารอร่อย กินจนหนำใจ กลับบ้านนอนดีกว่า ต้องออกเดินทางไปเมืองไถจงแต่เช้า

tabasco (14)_900

Day 3
ไถจง เมืองที่ 2 ที่เราไปเยือน แอนเบอร์ สาวไต้หวันหัวใจไทยผู้ซึ่งเป็นคนดูแลเราที่นี่พูดไทยเก่งมาก มาไทยบ่อย อยู่ในทีมจัดงาน Heartown Festival และ Thai Invasion ที่เอาวงไทยอย่าง Retrospect, Sweet Mullet, Lomosonic มาที่นี่บ่อยๆ หลังจากมื้ออาหารกลางวันเสร็จสิ้น พวกเราเดินช้อปปิ้งกันจนถึงบ่ายสามก็กลับโรงแรม เพราะต้องออกมาซาวนด์เช็คที่ Sound Live House ตอน 4 โมงเย็น

Sound Live House งานนี้เป็นมินิเฟสติวัล เราได้เล่นร่วมกับวงไต้หวัน 4 วง คนที่นี่ค่อนข้างเป๊ะเรื่องเวลา คอยเตือนเวลาตลอดการซาวนด์เช็ค ดีที่เราไม่ได้ใช้เวลาเกิน ไม่ขายหน้าคนไต้หวัน เอาล่ะ วันนี้พร้อมมากเจอกันวัยรุ่นไถจง

โชว์เริ่มตรงเวลา เพลงแรกทุกคนยืนนิ่ง แต่พอจบเพลงแรก ทุกคนเริ่มสนุกและโยกย้ายไปกับจังหวะเพลง Robot Djs เริ่มใจชื้นนิดนึง เสียงคาวเบลล์ดังขึ้น มิกซ์วิ่งลงไปหาผู้ชม ทุกอย่างเริ่มเข้าที่ คนดูเข้ามาจนเกือบเต็มพื้นที่ ขยับขึ้นมาหน้าเวที และส่งเสียง “เฮ้” แบบที่พวกเขาคิดขึ้นมาเอง จบโชว์ด้วยทุกคนกอดคอกันแล้วกระโดด รู้สึกโ-ตรดี โชว์จบเหมือนได้ใช้พลังงานหมดสิ้น ลงเวทีมีคนไต้หวันทยอยเข้ามาชวนคุยและซื้อซีดีไป เราอยู่ดูวงไต้หวันต่อจนจบโชว์ พูดคุยแลกเปลี่ยนเพลงกับวงอื่นๆ  และต่างสอนภาษาของกันและกัน  แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันง่ายๆ ด้วยคำหยาบ อะเมซิ่งมาก อาฟเตอร์ ปาร์ตี้วันนี้เราไม่ได้ไปที่คลับ แต่เดินทางออกจากเมือง ไปชมวิวทิวทัศน์ทั่วทั้งเมือง ไถจงอากาศดี ดื่ม พูดคุย หัวเราะ ส่งต่อรอยยิ้ม กอดคอกันร้องเพลง

วันนี้ผมเพิ่งเข้าใจว่า ‘ดนตรี’ ทำให้เกิดมิตรภาพมากมาย ถ้าเราไม่ได้มาเล่นดนตรีที่นี่ เรื่องเหล่านี้คงไม่เกิดขึ้น

tabasco (10)_900
tabasco (2)_900

Day 4
วันนี้เราเดินทางเข้าไถหนาน เพื่อมาแสดงงาน Exhibition of Southeast Asian Lantern Festival เป็นงานศิลปะประจำปีที่รวมการแสดงของแต่ละประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรานั่งรถมองข้างทาง เจอ ป้ายโฆษณาโปรโมตงานนี้อยู่ มีรูปภาพของพวกเราอยู่บนป้ายนั้นด้วย วิเวียนผู้ดูแลของเมืองนี้ ก็มาเสริมว่า มีรูป Tabasco แปะอยู่บนรถเมล์เกือบร้อยคันในไถหนานเพื่อโปรโมตงานวันนี้  “โอ้โห” พวกเราออกเสียงพร้อมกันทั้งคันรถ

เรามารอที่ National Tainan Living Art Centre สักพัก ก็ถึงเวลาเซ็ตอัพ เครื่องเสียงดีมากๆ มีความสุขที่สุด พวกเราซาวนด์เชคจนเสร็จ ก็นั่งรอเวลาเล่น ช่วงนี้เป็นช่วงที่ทรมานที่สุด เหมือนหนี้กรรมที่ทำไว้ทั้งสามวันเริ่มกลับมาทวงคืน

ใกล้เวลาโชว์แล้ว เราแอบดูจากหลังม่าน คนดูเกือบเต็มฮอลล์ มีคนทุกวัย เด็กเล็กจนถึงผู้สูงอายุ ครั้งแรกเลยในชีวิตที่ได้เล่นเพลง Tabasco ให้อากงอาม่าดู  ถึงเวลาโชว์ “หนีห่าว, we are Tabasco from Bangkok Thailand, nice to meet you” หน้าทุกคนค่อนข้างเหวอเมื่อมาเจอพวกเรา ผ่านไปครึ่งเพลงชวนคนดูปรบมือไปตามจังหวะ ได้ผลครับ ทุกคนรวมถึงอากงอาม่าปรบมือตามไม่มีหยุด จบเพลงแรกเสียงเฮดังขึ้น เราเริ่มเล่นเพลงที่สอง รู้สึกเหมือนว่าได้ใจพวกเขาแล้ว ดนตรีพวกของ Tabasco สื่อไปถึงทุกคนในฮอลล์แห่งนี้ ที่นี่ไม่มีคำว่า Target Audience หรือการวิเคราะห์ทางการตลาดว่า ดนตรีแบบนี้คนฟังจะเป็นแบบไหน คนฟังต้องมีอายุเท่าไหร่ ดนตรีเชื่อมให้ทุกคนทุกวัยเข้าถึงกัน แค่ปล่อยใจให้สนุก เราเล่นเพลงเร็วตลอดโชว์ ผู้คนด้านหน้าสุดยิ้มแล้วโยกตามทุกเพลง นัยน์ตาของเขาดูสนุกจริงๆ เราเล่นทุกเพลงแบบที่นุ่มนวลที่สุด พยายามให้ความรู้สึกที่อยากให้ทุกคนสนุกเข้ามาแทนที่ทุกสิ่ง จบโชว์ทุกคนส่งเสียงเฮดังลั่น คนดูมีความสุข คนเล่นก็มีความสุข

จบโชว์ วิเวียนเพิ่งมาเฉลยว่า ที่ไถหนานไม่เคยมีคอนเสิร์ตแบบนี้มาก่อนเลยสักครั้ง แต่รู้สึกดีใจมากๆ ที่ได้นำดนตรีของพวกเราที่ถึงแม้มีข้อจำกัดเรื่องภาษา แต่ทุกคนก็สนุกกับเราได้ ไม่มีแม้แต่ข้อจำกัดด้านอายุ เรามีความสุขมากจริงๆ ที่ดนตรีที่พวกเราสร้างขึ้นมาเอง แต่งขึ้นมาเอง สื่อไปถึงจิตใจของพวกเขา และทำให้พวกเขามีความสุขได้

tabasco (12)_900
tabasco (9)_900

Day 5
วันนี้ ที่สุดท้ายแล้ว เราไม่ต้องเดินทางไปไหน จึงมีเวลาเดินชมเมือง ดูไปเรื่อยๆ มาจนถึงวัดหนึ่ง เข้าไปไหว้พระ เจอร้านเทปันยากิ ลองชิมซะเลย ได้เวลากลับไปที่งานแล้ว วันนี้เราใช้เซ็ตอัพของเมื่อวาน ไม่ต้องซาวนด์เช็ค ทุกอย่างดำเนินไปเหมือนเมื่อวานเลย แล้วก็ถึงเวลาของโชว์สุดท้ายของพวกเรา

วันนี้คนพอๆ กับเมื่อคืน แต่เป็นวัยรุ่น วันนี้ทุกเพลงโชว์สนุกขึ้น เสียงเฮขอบคุณดังกว่าเมื่อวานเยอะ ผู้ชมบางคนโยกแรงจนลุกขึ้นมาเต้น รวมถึงคนที่มาดูเมื่อวานก็กลับมาดูอีก เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก มีความสุขมาก โชว์ก็กำลังจะจบลง โชว์ทั้งหมด 4 โชว์ของเราเดินทางมาถึงตอนสุดท้าย ทุกอย่างกำลังจะจบลงอย่างมีความสุข ความเหงากับการลาจากกำลังคืบคลานเข้ามาหา เรากล่าวขอบคุณทุกคนบนเวที  เสียงปรบมือนั้นเราจะเก็บไว้เป็นประสบการณ์ความทรงจำที่ดีของเรา

คืนสุดท้ายของทัวร์ไต้หวัน ทุกอย่างพรั่งพรูไหลกลับมาในห้วงความคิด กระตุ้นให้รับรู้ว่าพรุ่งนี้เราต้องกลับแล้ว ไดอารี่นี้นำรอยยิ้มเรากลับมา ตัวหนังสือนำความสุขเดินทางมาหา ดนตรีพาให้เราได้รู้จักคนที่รักดนตรี รักศิลปะเหมือนๆ กัน ดนตรีเชื่อมเราเข้าไว้ด้วยกัน ทัวร์ครั้งนี้เป็นทัวร์ที่โชคดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต ขอบคุณมากๆ ครับ ที่ดนตรีก่อให้เกิดมิตรภาพดีๆ และนำพาเราให้มาสัมผัสกับความรู้สึกดีๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นอย่างนี้

tabasco (7)_900

Story by: แชมป์-รัชกร อุดมธนาวัฒน์ (นักร้องนำและมือกีตาร์วง Tabasco)
Photos by: Sanamluang Music