06-f-chainsmokers-bb24-fea-9511-billboard-1240

 

ระหว่างทางขึ้นหินผาที่รายล้อมด้วยทะเลทราย เรามองเห็นรถบัสสีส้ม ในนั้นอัดแน่นไปด้วยเหล่าวัยรุ่น เรารู้ว่าพวกเขากำลังมุ่งหน้าไปยัง Red Rocks Amphitheatre และพวกเขาตั้งใจจะไปดูโชว์ของ The Chainsmokers เจ้าของเพลงอันดับหนึ่งชาร์ตทั่วอเมริกาอย่าง Closer ที่ได้เสียงของ Halsey สาวอัลเทอร์เนทีฟป๊อปมาฟีทเจอริ่งในเพลงนี้

“เราจัดหนักทุกคืนครับ ถ้าแม่ผมมาอ่านเข้าคงไม่ดีแน่” ดรูว์ (หรือ แอนดรูว์) แท็กการ์ต หนึ่งในสมาชิกวัย 26 ปี แอบบอกเรา “แต่แม่คงรู้อยู่แล้วล่ะ” ดรูว์รับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ เขียนเพลง และหลังๆ เริ่มจะหันมาให้เสียงร้องในเพลงของตัวเองด้วย ขณะที่กำลังคุยกันอยู่นี้เขาจิบเตกีล่าจากถ้วยสีแดงสดพร้อมของว่าง อีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ กันนั้นคือคู่หูของเขา อเล็กซ์ พอล อายุ 31 ปี ผู้เป็นทั้งดีเจและเป็นคนเลือกศิลปินมาร่วมงาน จะว่าไปเขาก็เป็นอาร์ตไดเรคเตอร์ และเป็นนักเที่ยวตัวยงคนหนึ่งอีกด้วย

“เราถือคติ work hard, play hard อเล็กซ์พูดไปรินวอดก้าไป “แต่คุณไม่มีวันได้เห็นเราเมาปลิ้นจนถูกหิ้วออกจากผับหรอกนะ ระดับนี้แล้ว”

ถ้าลองได้ค้นประวัติคร่าวๆ จากทางเว็บไซต์ของพวกเขา คุณจะพบคำว่า 17.34 นิ้ว (อเล็กซ์เฉลยว่าเป็นความยาวของอวัยวะเพศของทั้งคู่รวมกัน!) ถึงจะชอบเอาเรื่องทะลึ่งมาล้อกันเล่นอยู่เสมอแต่ก็ต้องยอมรับในฝีมือของพวกเขาที่สามารถทำเพลงฮิตออกมาได้อย่างรู้ใจคนฟัง อย่าง Closer ที่ติดอันดับหนึ่งอยู่นานรวม 12 สัปดาห์บนชาร์ต Hot 100 และไหนจะยอดดาวน์โหลดอีกกว่า 208,000 ครั้งในเดือนกันยายน จนสถิติแซงหน้า One Direction เมื่อปี 2015 ไปแล้ว ส่วนชาร์ตอื่นๆ อย่าง Streaming Songs และ Radio Songs ก็ขับเคี่ยวอันดับขึ้นมาได้เรื่อยๆ ถือว่าเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ไม่แพ้สองซิงเกิ้ลก่อนหน้านี้อย่าง Roses และ Don’t Let Me Down

“ตอนนี้คนที่นำเราอยู่ก็เห็นจะมีแค่ เดรก และ จัสติน บีเบอร์ เท่านั้น” ดรูว์มั่นใจ เพราะสองศิลปินที่ว่ามานี้มีเพลงที่ติดท็อปเทนจำนวนมากกว่าพวกเขา แม้กระทั่งขาประจำชาร์ต Hot Dance Songs อย่างคาลวิน แฮร์ริส ยังทำอันดับสู้พวกเขาทั้งสองไม่ได้ “ตอนนี้เราครองวงการอยู่ เรามีเพลงที่ใครๆ ได้ฟังก็อยากลอกเลียนแบบทั้งนั้น”

ฌอน แฟรงค์ หนึ่งในผู้แต่งเพลง Closer เผยถึงเบื้องหลังของเพลงนี้ว่าในเดือนพฤศจิกายน 2015 ดรูว์ใช้เวลาทั้งหมดเพียงหนึ่งชั่วโมงบนรถบัสในการทำเพลงขึ้นมา โดยเนื้อเพลงเป็นประสบการณ์จริงของดรูว์เองเมื่อเขาหันไปลองคุยกับแฟนเก่าแล้วพบว่ายังเกลียดเธอคนนั้นไม่หาย ฌอนอธิบาย “เขาบอกว่าอยากลงมือทำเพลงนี้ด้วยตัวเองให้เสร็จไปเลย ผมจึงถามเขาว่า งั้นทำไมไม่ร้องเองด้วยเลยล่ะ? เขาตอบว่าไม่มีทาง เพราะเขาไม่เคยร้องเพลง แต่เราก็ลองเซตอัพไมโครโฟน ร้องกันบนรถบัสนั่นแหละครับ แล้วมันก็ใช้ได้เลย”

 

นิวยอร์กเกอร์ทั้งสอง ทั้งดรูว์ และ อเล็กซ์ ทำเพลงออกมาได้สดใหม่ ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแดนซ์ป๊อปขณะนี้ พวกเขาไม่ได้ทำเพลงทรอปิคอลเฮ้าส์ที่กำลังฮิตกัน แต่ซาวนด์ของพวกเขายืดหยุ่นกว่านั้นทั้งด้วยจังหวะมิดเทมโป เข้าถึงอารมณ์ กับเนื้อเพลงที่มีลายเซ็นเฉพาะตัว และคัดเฉพาะนักร้องหญิงที่ไม่ได้ดังมากในวงกว้างมาให้เสียงร้อง อย่างเช่น Daya และ Rozes เป็นต้น ถ้าต้องเปรียบเทียบก็เรียกได้ว่าพวกเขาเป็น ดิปโพล และ สกริลเล็กซ์ เวอร์ชั่นซอฟต์ลงมาหน่อย (หรือจะเทียบกับไคโกก็พอใกล้เคียง แต่แข็งกระด้างกว่างานของ DJ Snake ประมาณหนึ่ง)

ก่อนหน้านี้ชีวิตของ The Chainsmokers ออกจะวุ่นวาย ด้วยความที่พวกเขาต้องจัดโชว์ Red Rocks ที่ว่ามา ต้องจัดไลน์อัพเองและเซตอัพแสงสีระบบแอลอีดีท่ามกลางธรรมชาติซึ่งไม่ง่าย และพวกเขาต่างก็เพิ่งซื้อบ้านอีกสองหลังที่ลอสแองเจลิส (จะได้เดินทางไปกลับลาสเวกัสได้สะดวก) อีกหนึ่งสิ่งที่กำลังขบคิดกันอยู่คือจะเลือกใครมาฟีทเจอริ่งอีกดี อเล็กซ์ยืดอกพูดว่าครั้งหนึ่ง Linkin Park เคยโทรมาขณะที่เขากำลังเข้าห้องน้ำ หรืออย่างแร็ปเพอร์ชื่อดังอย่าง บิ๊ก ฌอน ก็สละเวลาเพื่อมาคอนเฟิร์มว่าจะร่วมงานกับพวกเขา วงร็อคอเมริกัน Weezer เองก็หวนกลับมาติดต่อทั้งที่เคยปฏิเสธที่จะโชว์ร่วมกับทั้งคู่มาแล้วในงาน Coachella 2016

“พวกเขาติดต่อมาว่า เฮ้! เราน่าจะทำเพลงด้วยกันนะ ซึ่งผมก็คิดว่า โอ้ จริงหรือนี่” อเล็กซ์เล่า “ผมไม่ถือสาว่าใครจะเคยปฏิเสธเราหรอกครับ ประเด็นคือ ตอนที่ปฏิเสธนั่นน่ะคุณพูดยังไงไว้บ้างแล้วทำไมถึงได้กลับมาอีก ผมจะเข้าใจนะถ้าคุณจะบอกว่าเป็นเพราะตอนนั้นยังไม่มีภาพในหัว แต่ตอนนี้นึกออกแล้ว แบบนั้นผมก็โอเค ผมชอบเวลาเห็นคนเหล่านั้น…” ดรูว์พูดแทรกเพื่อจบประโยค “…กระหายที่จะกลับมาหาเรา”

01-a-chainsmokers-bb24-fea-264-billboard-1240
03-c-chainsmokers-bb24-fea-0015-billboard-1240

 

พวกเขาโตขึ้นจากเมื่อก่อน สมัยที่มีเพลงติดชาร์ตอย่าง #Selfie เมื่อปี 2013 เพลงอิเล็กโทรเฮ้าส์ที่เสียดสีพฤติกรรมมนุษย์เซลฟี่ ซึ่งตอนนี้อเล็กซ์มองย้อนกลับไปก็พูดถึงเพลงนี้ว่า “เป็นเพลงโง่ๆ ที่มีความออริจินัล” “เข้ากับยุคสมัย” และ “ท่วงทำนองที่ป่วนประสาท” ถึงจะว่าอย่างนั้นแต่เพลงนี้ก็อุตส่าห์ขึ้นไปได้ถึงอันดับ 16 บนชาร์ต Hot 100

ตอนนี้พวกเขาไต่ขึ้นมาถึงจุดสูงสุดแล้ว นั่นทำให้คนยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่ว่าแท้จริงแล้วพวกเขาเป็นใคร จะเรียกพวกเขาว่าอะไรดีนะ? ใช่พวกมวยรองที่ไต่เต้าขึ้นมาจากศูนย์หรือเปล่า? หรือเป็นเพียงคนสองคนที่ฉลาดรู้วิธีซิกแซ็กให้ตัวเองดังในเวลาสั้นๆ? หรือจะเรียกว่าซินเดอเรลล่าดี? พอเราให้พวกเขานิยามตัวเองให้ฟัง ฝีปากที่แสนซุกซนของพวกเขายังไม่วายพาดพิงถึงศิลปินในวงการเดียวกันอีกว่า “นึกเสียว่าเราเหมือน LMFAO ที่เริ่มดังจากผลงานกากๆ แล้วจนวันหนึ่งก็เลิกแต่งชุดบ้าบอขึ้นมา”

The Chainsmokers มักเอ่ยถึงชื่อของศิลปินอื่นอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่เพราะจะข่มว่าตัวเองรอบรู้ แต่เพราะพวกเขามองว่าตัวเองเป็นนักเรียน ต้องคอยเรียนรู้จากงานของคนอื่นเสมอ ไม่ว่าจะความเท่ของคานเย่ เวสต์ หรือความจริงใจของเนื้อเพลงจากวง Blink-182 ไปจนถึงศิลปการละครในแบบฉบับของ Twenty One Pilots

02-b-chainsmokers-bb24-fea-912-billboard-1240

 

อเล็กซ์ยอมรับว่าตัวเองก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจากเด็กชายลูกของคนขายงานศิลปะกับแม่บ้านจะโตมาเป็นดีเจอย่างที่เขาเป็นทุกวันนี้ แต่การที่สมัยเด็กๆ เขากับเพื่อนๆ ชอบทำมิกซ์เทปด้วยกันเล่นๆ ก็คงมีส่วน พออายุได้ประมาณ 12 – 13 ปี เขาเห็นโฆษณาปกหลังแม็กกาซีนเล่มหนึ่งขายมิกซิ่งเกียร์แล้วรู้สึกอยากได้มาครอบครองมาก จนอายุ 16 ปีถึงจ้างดีเจคนหนึ่งมาสอนอย่างจริงจัง “เท่าที่ผมรู้คือเขาเป็นพวกกินเด็ก ทั้งที่รู้อย่างนั้นแต่ผมก็ยังเรียนกับเขาอยู่ดี ผมให้แม่ไปส่งผมตามงานคอนเสิร์ต ไปช่วยถือพวกแผ่นบันทึกเสียง”

จากแค่จัดปาร์ตี้ในบ้าน อเล็กซ์เริ่มผันตัวไปเป็นดีเจตามคลับช่วงเดียวกันกับที่กำลังเรียนประวัติศาสตร์ศิลปะและธุรกิจที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก The Chainsmokers เริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อปี 2009 ซึ่งเขายังใช้ฉายา DJ Pall Mall อยู่ ตอนนั้นเล่นตามคลับขนาดย่อม เงินก็ไม่ได้มากมายอะไร แถมเจอแต่ลูกค้าที่ขอเพลงไม่ถูกใจทั้งนั้น เขาจึงตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องสร้างแบรนด์ให้ตัวเอง

05-e-chainsmokers-bb24-fea-95125-billboard-1240

 

ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าพวกเขาจะมีชื่อเสียงเท่าวันนี้ ดรูว์จะไม่ขอใช้ชื่อ The Chainsmokers เพราะเขาไม่เคยสูบบุหรี่เลยแม้แต่มวนเดียว เขาโตที่ย่านชายฝั่งสงบร่มรื่นอย่างฟรีพอร์ท เกิดมาในครอบครัวที่แม่เป็นครูและพ่อทำธุรกิจขายอุปกรณ์ผู้ป่วย ตลอดชีวิตวัยเด็กเขาผ่านประสบการณ์มานับไม่ถ้วน ทั้งการเป็นนักฟุตบอล เล่นละครเวที ตีกลอง เล่นกีตาร์ หรือแม้กระทั่งทำชมรมกองทุนที่โรงเรียน เขาลองเล่นดนตรีหลายสไตล์แต่เพิ่งจะมาเจอกับแดนซ์เข้าก็เมื่อตอนอายุ 15 ปีและไปเรียนรู้ตอนอยู่ที่อาร์เจนติน่าเป็นเวลาหนึ่งปี ที่นั่นดรูว์เข้าผับบาร์ได้ถูกกฎหมาย ได้เจอกับเดวิด เกตต้า, Daft Punk และ Trentemøller ก็ยิ่งรู้สึกว่ากำลังมาถูกทาง

แต่ ณ ตอนนั้น ดรูว์อยากอยู่ในวงการในฐานะเอเจนซี่หรือผู้จัดการมากกว่า เขาจึงเลือกเรียนเอกธุรกิจการดนตรีที่มหาวิทยาลัยไซราคิวส์ แต่มักใช้เวลาในหอพักเพื่อโปรดิวซ์เพลงมาลงอินเทอร์เน็ต เขาเคยฝึกงานแผนกการจัดการที่ค่ายเพลง Interscope ซึ่งยามว่างก็หัดรีมิกซ์เพลงเองด้วย ผลงานชิ้นแรกของเขาเพลง Sorry for Party Rocking ของ LMFAO เวอร์ชั่นรีมิกซ์นั่นเอง

ผู้จัดการคนปัจจุบันของเขาทั้งสองคือ อดัม อัลเพิร์ท วัย 36 ปี ซึ่งในช่วงแรกอดัมเป็นผู้จัดการให้กับอเล็กซ์อยู่ก่อนแล้ว อดัมซึ่งรู้จักดรูว์ผ่านเพื่อนมาอีกทีได้นำพาให้เขาสองคนมาเจอกัน ซึ่งพวกเขายังแซวกันว่ายังกับนัดเดท อดัมเล่าถึงวันนั้นว่า “วันรุ่งขึ้นผมโทรหาอเล็กซ์แล้วถามว่า ไง เมื่อคืนเป็นไงบ้าง? อเล็กซ์เขาตอบว่า ดีนะ ชอบ เอาคนนี้แหละ หลังจากนั้นเขาก็นัดคุยกันที่อพาร์ทเมนต์ของอเล็กซ์แล้วเริ่มงานทันที”

อดัมได้จับมือกับค่ายโซนี่เพื่อเปิดตัวบริษัทค่ายเพลง ดิสรัปเตอร์ เรคคอร์ดส กลยุทธ์ธุรกิจนี้ได้มาหลังจากที่ The Chainsmokers รีมิกซ์เพลงของจอนซี นักร้องนำวง Sigur Ros แล้วพบว่าน่าจะลองรีมิกซ์เพลงอินดี้เวอร์ชั่นแดนซ์เพื่อตีตลาดกลุ่มอินดี้ ซึ่งพวกเขาตั้งใจจะ “เรียกแฟนคลับ Phoenix, แฟนคลับ Two Door Cinema Club และระหว่างนั้นบรรดาค่ายเพลงก็จะหันมาสนใจเราด้วย”

เมื่อเราถามถึงข่าวดราม่าเมื่อครั้งที่พวกเขาแสดงเพลง #Selfie ในรายการอเมริกัน ไอดอล ปี 2014 สีหน้าของพวกเขาสองคนเริ่มตึง ตอนนั้นพวกเขาวิ่งลงจากเวทีขอถ่ายเซลฟี่กับเจนนิเฟอร์ โลเปซ ซึ่งเป็นกรรมการ และพิธีกร ไรอัน ซีเครสต์ ซึ่งภายในวันนั้นมีดีเจชื่อดังหลายคนออกมาตำหนิทางทวิตเตอร์ อย่างเช่นที่ Deadmau5 เขียนว่า “มีอยู่อย่างหนึ่งที่ The Chainsmokers และป๊อปอีดีเอ็มมีเหมือนกัน นั่นก็คือเนื้อร้าย” อเล็กซ์ยังจำได้ดี “นั่นเป็นสัปดาห์นรกสำหรับเราสองคน” ส่วนดรูว์เลือกมองปัจจุบัน “ตอนนี้ก็ไม่เห็นมีใครพูดถึงมันแล้วนี่”

ดีเจสตีฟ อาโอกิ ผู้ที่ปล่อยเพลง #Selfie ผ่านทางค่ายของเขาบอกถึงเรื่องนี้ว่า “แน่นอนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันยากจะรับมือ แต่ในฐานะดีเจที่ชอบปาเค้กใส่คนดูอย่างผม ผมมองว่าคุณต้องรักในสิ่งที่ตัวเองทำ แล้วทำมันด้วยจิตและวิญญาณ ผมว่าพวกเขาสองก็เป็นแบบนั้น”

 

สี่คืนก่อนหน้างาน Red Rocks พวกเขาทั้งสองขึ้นโชว์เพลง Closer ที่งาน MTV วิดีโอ มิวสิค อวอร์ดส และกลายเป็นกระแสทันทีอีกครั้ง ทั้งด้วยโปรดักชั่นที่แทบไม่มีอะไรให้พูดถึง บวกกับที่เขาพยายามแสดงออกให้ดูเร่าร้อนกับ Halsey ทั้งที่เคมีไม่เข้ากันสักนิด ดรูว์เองยังบอกว่า “เสียงอย่างห่วยเลยครับ ก่อนหน้านั้นมีคนบอกว่าจะมิกซ์เสียงให้ผม แต่พอถึงเวลาจริงๆ กลับไม่มี แถมยังเสียงดังเกินไปอีกต่างหาก ผมล่ะผิดหวังจริงๆ เข้าใจแล้วว่าทำไมคนอื่นเขาถึงนิยมลิปซิงค์กัน”

ดรูว์ชี้แจงว่านั่นคือการร้องเพลงสดๆ ครั้งที่สองในชีวิต ซึ่งถือว่ากล้ามากเพราะเวทีนั้นถ่ายทอดไปทั่วโลก “หลังจากนั้นทุกคนมาแสดงความยินดี มีแค่แม่ผมที่บอกว่าให้เรียนร้องเพลงเพิ่มอีกเยอะๆ นะ” ซึ่งตอนนี้ดรูว์ก็กำลังตั้งใจเรียนเสริมอยู่จริงๆ

 

ทั้งสองคนยอมรับว่าบ้าผู้หญิงถึงขั้นว่าเป็นส่วนสำคัญอันดับแรกๆ ในชีวิต “ไม่งั้นจะหาเงินทำไมตั้งมากมายล่ะ ก็อยากได้ผู้หญิงสวยๆ ไงครับ อยากเดทกับนางแบบ”

ในยูทูปมีคลิปของพวกเขาทำอะไรบ้าบิ่นอยู่เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นการกรอกเหล้าจากปากตัวเองใส่ปากคนอื่น หรือกระโดดหวาดเสียวลงมาจากที่สูง “ศิลปินบางคนมีความคิดสร้างสรรค์ติดตัว ขณะที่บางคนขยันตั้งคำถามและเรียนรู้เพื่อที่จะอยู่ในวงการ” โจล ไคลแมน ผู้บริหารแห่งค่ายเพลงโคลัมเบียกล่าวกับเรา “แต่ The Chainsmokers มีครบ” พวกเขาอาจจะลองเอาเพลงลงสแนปแชทเพื่อสำรวจตลาดก่อนที่จะเอาเสียงตอบรับเหล่านั้นมาวิเคราะห์ ไม่ว่าจะปล่อยอัลบั้มหรือทีละซิงเกิ้ล อเล็กซ์มองว่าสิ่งที่สำคัญคือคนฟังอยากฟังหรือเปล่า “เรารู้จักเพลงและการโชว์ของพวกเราอย่างดี เราอ่านทุกข้อความทางทวิตเตอร์ อินสตาแกรม เฟซบุ๊ก นั่นเป็นช่องทางที่ทำให้เราเรียนรู้ได้”

ทั้งนี้ทั้งนั้น อเล็กซ์แน่วแน่ว่าไม่ได้ตั้งใจทำเพลงเพื่อให้ฮิต เขาแค่ทำเพลงที่พวกเขาอยากได้ยิน แต่เพลงเหล่านี้มันดันไปถูกจริตคนฟังจนติดชาร์ตได้ด้วยตัวของมันเองต่างหาก

ความเป็นคู่หูที่ชอบเรียนรู้ รักสนุก รักเงิน หลงใหลผลงานของตัวเอง ซ่าได้ไม่รู้จักเข็ดหลาบ คาแรกเตอร์เหล่านี้ช่างเข้ากับชื่อค่ายเพลงดิสรัปเตอร์ดีทีเดียว จะว่าไปแล้วก็เป็นเพราะนิสัยส่วนตัวของพวกเขานั่นเองที่ส่งผ่านออกมาเป็นเพลงอย่างที่ติดชาร์ตอยู่ทุกวันนี้

04-d-chainsmokers-bb24-fea-d242-billboard-1240

 

ตอนนั้นที่โคโลราโดมืดลงแล้ว พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า ผู้สัมภาษณ์และ The Chainsmokers พร้อมด้วยทีมงานนั่งล้อมวงคุยกันในบรรยากาศที่เงียบสงัด ต่างจากด้านนอกอย่างสิ้นเชิงเมื่อเหล่าวัยรุ่นมาถึงและเตรียมแดนซ์โต้รุ่งกันแล้วอีกกว่าเก้าพันชีวิต

“ไม่ได้เตรียมบทพูดไว้ งั้นขอด้นสดเลยนะครับ” ดรูว์พูด “มันเยี่ยมไปเลยนะ ที่จะได้เห็นผู้คนมากมายในนาทีที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ภาพวันนี้จะเป็นเพียงก้าวแรกบนขั้นบันได และเราจะปีนขึ้นบันไดนี้ไปเรื่อยๆ จนวันตาย…” เขาชะงักไปเสี้ยววินาที “ตายเพราะเหล้า…ก่อนที่วันนั้นจะมาถึงผมขอขอบคุณทุกคนที่ร่วมเดินทางเคียงข้างไปพร้อมกับเรานะครับ”

ทุกคนร้องเฮและชนแก้วหลังจากที่เขาพูดจบ

ผู้สัมภาษณ์รอดูอยู่จนพวกเขาได้ฤกษ์ขึ้นเวทีที่สาดแสงแอลอีดีส่องผ่านหุบเขา ดรูว์เปิดฉากตะโกนใส่ไมค์ว่า “ถ้าใครคิดว่าชีวิตพังยิ่งกว่าพวกเราอีก ขอเสียงหน่อย!เสียงกรี๊ดก็ดังกระหึ่มขึ้นทันที

 

Story by: Chris Martins
Photos by: Brian Bowen Smith
Translated by: Sutthimas R.