พี่มด – พิมพิมล พิมพ์งาม คือบุคคลสำคัญของวงการดนตรีอินดี้เมืองไทย และในฐานะอีเว้นท์โปรโมเตอร์แห่ง Mind The Gap พี่มดได้นำผลิตผลโพสท์ร็อคของบ้านเราอย่างวง Inspirative ไปเผยแพร่ถึงประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ และระหว่างการเดินทางทั้งหมด 9 วันเต็มเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมานั้น พี่มดก็ได้จดบันทึกทุกความทรงจำออกมาเป็นไดอารี่สนุกๆ ให้เราได้อ่านกัน

********

resize inspirative

การที่วงนอกกระแสเล็กๆ วงหนึ่งได้รับการติดต่อให้ไปเปิดการแสดงสด ถึง 8 เมืองในประเทศจีน เป็นเรื่องที่สมาชิกทุกคนในวงไม่เคยคาดคิด ว่าอยู่ดีๆ ก็มีงานระดับนี้ติดต่อเข้ามาแถมเป็นวงเฮดไลน์อีกด้วย ดนตรีไม่มีพรมแดน เพลงของ Inspirative สามารถดั้นด้นไปถึงแผ่นดินใหญ่ไปถึงหูคนฟัง จนทำให้เกิดทัวร์ในครั้งนี้ บันทึกการเดินทางในขณะติดตามวง Inspirative อาจจะเป็นแนวทางที่จะทำให้ศิลปินอินดี้ไทยวงอื่นๆ สามารถไปเปิดตลาดในจีน หรือสร้างกำลังใจในการทำงานดนตรีของตนเองต่อไป 

 

Day 1 กรุงปักกิ่ง

ก่อนที่จะตัดสินใจตกลงมาทัวร์คอนเสิร์ตที่ประเทศจีนทางวงได้รับการติดต่อจากคนจัดมา 2 ราย เราพิจารณาจากความน่าเชื่อถือของบริษัท ประวัติการนำศิลปินทัวร์ ข้อเสนอ และเงื่อนไขที่ทางวงพึงพอใจในระดับหนึ่ง ใช้เวลาในการเจรจาต่อรองประมาณเกือบสี่เดือน ในที่สุดก็ตัดสินใจเลือก Beijing Sound Great และเตรียมตัววางแผน ซ้อมโชว์ และออกทัวร์ เราได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศจีนมากมายเกี่ยวกับกฏระเบียบข้อห้ามรวมไปถึงข้อควรระวังต่างๆ จากคนที่เคยมาเยือน ทางทีมงานและศิลปินก็เตรียมตัว เตรียมใจเอาไว้ประมาณหนึ่ง ที่เหลืออะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดถือว่ามาหาประสบการณ์

เมื่อเครื่องบินบินเข้าน่านฟ้าเขตเมืองปักกิ่ง ก่อนล้อเครื่องบินจะแตะพื้นรันเวย์ จอสกรีนในเครื่องบินก็เปิดวีดีโอแนะนำข้อห้ามต่างๆ รู้สึกถึงความเป็นสาธารณรัฐประชาชนจีนมาก เพลงชาติฮึกเหิม เครื่องแบบ ตราธงมาหมด เรากำลังเข้าสู่เมืองคอมมิวนิสต์อย่างแท้จริง

ด่านแรกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไม่มีใครยิ้มสักคนขึงขังกันมากพยายามยิ้มให้แบบผูกมิตร เพราะเรามากันเยอะขนเครื่องดนตรีกันมากลัวมีปัญหา แต่ก็ผ่านฉลุยกลัวกันไปเองทั้งนั้น ด่านสุดท้ายก่อนออกจาก Gate เจ้าหน้าที่สนามบินสแกนกระเป๋าเจอซีดีและเสื้อยืดต้องเปิดกระเป๋า คิดในใจซวยแล้วจะเจอภาษีไหมหว่า ส่งภาษากันไปมา มีเจ้าหน้าที่มารุมกันหลายคน จนสุดท้ายน้องเอม มือกลองของวง โชว์โปสเตอร์งานที่วงจะมาทัวร์ให้ดู ได้ผลเจ้าหน้าพยักหน้าอ่อๆๆ ปล่อยผ่าน Ok you can go.. เฮ้อ รอดแล้ว

เส้นทางระหว่างสนามบิน ถึงโรงแรม รถหนาแน่นไม่แพ้กรุงเทพตึกใหญ่โตเบียดเสียด ไม่เน้นดีไซน์ เน้นแต่ฟังก์ชั่น  ย่านที่เราอยู่เป็นย่านโรงแรม คนออฟฟิศ ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมากนัก เลยไม่มีร้านรวงเก๋ๆ ให้แฮงก์เอาท์ มีแต่ร้านท้องถิ่น ก็ดีไปอีกแบบ ทุกอย่างดีหมดยกเว้น เรื่องมลพิษทางอากาศ และอากาศที่หนาวจนมือชา หน้าชา วันแรกไม่มีอะไรมาก อาจจะเป็นเพราะมาในฐานะศิลปิน เลยได้รับการดูแลดี มีคนจัดการเรื่องต่างๆให้ แถมโปรโมเตอร์ถามตลอดว่าโอเคไหม โรงแรม อยู่ได้ไหม อาหารกินได้ไหม ทางคนจัดบอกว่านี่เป็นวงไทยวงแรกที่เขาติดต่อมาทัวร์ ถ้ามันไปได้ดี วงต่อไปน่าจะมีโอกาสเช่นกัน พร้อมกับบอกว่างานพรุ่งนี้ขายบัตรไปแล้ว 200 ใบ มาลุ้นกันว่าหน้างานจะเท่าไหร่

12575895_10156524607945457_293256519_n

Day 2: Show date Part 1

วันนี้ตื่นเช้ารับอุณหภูมิ -7 องศา และเนื่องจากวงมีซาวนด์เช็คตอน 6 โมงเย็น มีเวลาว่างทั้งวันเลยใช้โอกาสนี้ไปเที่ยวเสียหน่อยโดยมีผู้กล้าร่วมทางไปอีก 2 คน คือตั้ม (นักร้องนำ/คีย์บอร์ด) และพี่นพ (มือกีตาร์ และหัวหน้าวง) เดินทางโดยรถไฟใต้ดินจากที่พักไปประมาณ 15 นาที ถึงที่หมายจตุรัส Tian’s Anmen และ The Forbidden City / The Temple of Heaven อลังการกว้างใหญ่

สถานที่พระราชวังต้องห้ามสวยงามตามท้องเรื่อง แต่ด้วยอากาศหนาวเลยเดินไม่ทน เท้าชามากก้าวแทบไม่ออกคิดผิดที่ใส่ผ้าใบมา เสียใจจัง กลับโรงแรมเพื่อเตรียมตัวไปซาวนด์เช็ค

Day 2: Show date Part 2 | The show begins

มีโอกาสได้สอบถามคนจัดงานเกี่ยวกับการเป็นโปรโมเตอร์ในจีน อารอนเล่าว่า บริษัทของเขาจัดคอนเสิร์ตที่อิมพอร์ตเข้ามาแสดงเดือนละ 2 ครั้ง ในแต่ละครั้งก็จะไปโชว์หลายพื้นที่ทั่วแผ่นดินจีน 3 เมืองใหญ่อย่างปักกิ่ง เซียงไฮ้ และกวางโจว จะมีซีนดนตรีที่โอเคผู้คนตอบรับดี ส่วนเขตอื่นๆ ก็พอไปได้ เขาอยากทดลองอะไรใหม่ ลองไปหลายๆพื้นที่เพื่อศึกษาข้อมูล ดูผลลัพธ์ว่าที่ไหนมีการตอบรับเป็นอย่างไร ซีนดนตรีตอนนี้ Post-Rock กำลังได้รับความนิยม เด็กรุ่นใหม่ในจีนจะชอบซื้อของแท้ และดาวน์โหลดเพลงอย่างถูกกฎหมาย ยิ่งเป็นศิลปินที่ชอบมีเท่าไหร่ก็ทุ่ม (ใครที่รู้กิตติศัพท์ของติ่งจีน คงพอนึกภาพออก)

สถานที่วง Inspirative จะเล่นคืนนี้ชื่อ Modernsky Lab เป็น Live House กึ่งคาเฟ่ คล้ายๆ ที่สำหรับวัยรุ่นมาแฮงก์เอาท์ ด้านหน้าเป็นบาร์ขายแอลกอฮอล์ มีดีเจมาเปิดแผ่น ตั้งอยู่ในห้าง Galaxy Soho ห้างใหม่เอี่ยมอ่องการออกแบบก็เหมือนชื่อออกแนวกาแลคซี่ สตาร์วอร์ กันเลยทีเดียว (จากเดิมวงจะเล่นที่ Mao Live House ไลฟ์ เฮาส์ในตำนานที่มีวงสากลดังๆเคยไปเล่นที่นี่ แต่…ดันปิดตัวไปก่อนที่เราจะไปไม่กี่วัน)

บัตรพรีเซลล์ 80 หยวน และหน้างาน 120 หยวน ทางวงเอาสินค้าไปขายด้วยเป็นซีดี กับเสื้อยืด ซึ่งขายดี ทีเดียวเหลืออีก 7 ทีน่าจะพอทำรายได้เพิ่มให้วงได้อยู่บ้าง อายุเฉลี่ยของคนดู คาดคะเนจากสายตา น่าจะประมาณ 20 ต้นๆ เพศหญิงชายจำนวนเท่าๆ กัน ที่น่าประหลาดใจคือตลอดโชว์ 100 นาที แทบไม่มีใครเดินออกไปซื้อเบียร์หรือดื่มเบียร์เลย ถึงปฏิกิริยาตอบรับจะไม่คึกครื้นเหมือนบ้านเรา แต่ก็ตั้งใจเสพย์ดนตรีกันมาก

ทีมงานผู้จัด ทีมโปรดักชั่น พีอาร์มากันครบ อายุน้อยๆ กันทั้งนั้น แต่ทำงานเป็นทีม เป็นระบบดี ถึงแม้บางอย่างจะติดขัดไปบ้าง แต่ก็ถือว่าตั้งใจดีมาก นี่สินะทำไมคนจีนถึงรวยเพราะขยันกันตั้งแต่อายุน้อยๆ – เกี่ยว?

กว่าจะได้นอนก็น่าจะตีสาม และต้องออกเดินทางต่อเพื่อไป เมืองหางโจวตอน ตี 5 … แม่เจ้า! แต่ข่าวดี เมืองหางโจวอากาศอบอุ่นกว่า ถ้าหนาวเหมือนปักกิ่ง คาดว่าคงได้เป็นหวัดกันทุกคนแน่ๆ

20160110_203527_FK5A7742
20160110_213710_FK5A7951
20160110_211426_FK5A7858

Day 3: Hello Hangzhou

ถึงสนามบินปักกิ่ง เดินทางไปหางโจวด้วยสายการบิน Air China ทุกคนหลับทันทีหลังนั่งประจำที่ ใช้เวลา 2.30 ชม ก็ถึงที่หมาย หางโจว อากาศอบอุ่นกว่า อุณภูมิประมาณ 8 องศา รถเลี้ยวเข้าโรงแรมคนนำทางบอกว่า “นี่พักโรงแรมระดับห้าดาวของหางโจวเลยนะ” แหม่.. เลือกโรงแรมให้เลิศจริงๆ แต่หลังจากขนเครื่องสัมภาระลงกำลังจะเช็คอิน แป่ว! อ้าวไม่ใช่ โรงแรมถัดไปเดินไปอีก 100 เมตรต่างหาก (แต่โอเคเพราะอยู่เครือเดียวกัน ห้องพัก สวยงามและมีน้ำอุ่น!) กินข้าวกินปลา (อาหารสไตล์กวางตุ้ง ที่มีกบอบหม้อดินและไก่ -อะไรสักอย่างมาในรูปแบบผัดน้ำขลุกขลิกหม้อไฟ อร่อยโคตรๆ) กับข้าวประมาณเกือบสิบอย่างจบทัวร์น้ำหนักขึ้นพรวดๆแน่ๆ กินเสร็จนอนพักเอาแรง และเตรียมไปซาวนด์เช็คตอนเย็น

สถานที่แสดงคืนนี้ คือ Line Out เป็น คาเฟ่ ขายกาแฟ อาหารทานเล่น และแอลกอฮอล์ จัดสรรพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นเวทีแสดงสด เก๋ไก๋ มีรสนิยม (จากที่เห็นสภาพบริเวณโดยรอบที่มืด และลึกลับพอควร ไม่คิดว่าจะมีที่อะไรแบบนี้อยู่ คิดในใจ ใครจะมาที่แบบนี้ฟร่ะ) ระบบไฟดีงาม เครื่องเสียงโอเคในระดับที่รับได้ และทีมงานโปรดักชั่นที่สามารถสื่อสารกันรู้เรื่อง -อุ่นใจหน่อย หลังจากโชว์ที่ปักกิ่ง มีสะดุดและติดขัดบางอย่าง ที่นี้เจ้าของสถานที่อำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ ไลท์ติ้งดีกว่าเมื่อวาน มีเวลาซ้อมคิว ปัญหาเมื่อวานได้รับการแก้ไข ทำให้โชว์ที่สองของการทัวร์ครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดี ที่สำคัญพฤติกรรมคนดู 200++ ที่หางโจว คึกคัก โยกหัวปรบมือมีอารมณ์ร่วมดีมาก สนุกจัง

การเดินทางมาเล่นในที่ที่ไม่คุ้นเคย ไม่รู้ว่าจะมีคนมาดูเราหรือเปล่าจริงๆก็แอบกังวล

แต่ตอนที่กำลังขนเครื่องลงจากรถหันไปเจอน้องผู้ชายคนหนึ่งมายืนยิ้มแป้นแล้นอยู่ข้างๆ  ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ พร้อมกับทักทายด้วยเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอปริ่มๆ น้องบอกว่าวันนี้ฝันเป็นจริง รอมา 6 ปีแล้ว ดีใจมาก ขอบคุณมากที่มาจีน เขาเดินทางมาจากเมืองใกล้ๆ เปิดโรงแรมพักข้างๆ Line Out เพื่อมาดูวงโดยเฉพาะ อยากตามไปที่เซียงไฮ้ด้วย แต่วันถัดมาต้องทำงาน (หางโจว กับเซียงไฮ้ ห่างกัน 1 ชม โดยรถไฟความเร็วสูง) ถึงคืนนี้จะมีแค่น้องคนนี้คนเดียว คาดว่าทางวงเองก็ปลื้มใจมากแล้ว

Day 4: Shanghai Baby 

เราเดินทางจากหางโจว เพื่อไปยังเมืองเซียงไฮ้ด้วยรถตู้ใช้เวลาประมาณ 2.30 ชม ตั้งแต่เข้าเขตเมืองเซียงไฮ้ สิ่งที่ได้เห็นคือ ตึกสูงตระหง่าตั้งเรียงราย เป็นทิวแถวทอดยาวสุดสายตา รู้สึกตัวเองเล็กจิ๋วหลิว เมืองกว้างใหญ่มาก ทุกอย่างดูใหญ่โตไปหมด ตึกโรงแรม ห้างสรรพสินค้า คอนโด อาคารสำนักงาน ร้านอาหารในเครือต่างชาติ มีให้เห็นมากมายในเมืองนี้ รวมไปถึงร้านที่ถอด DNA ของอเมริกา มาเป๊ะๆ อาทิ ไก่ทอดกังฟู ดูเผินๆ นึกว่า KFC เป็นต้น รวมไปถึงร้านค้ามากมายที่แข่งกันแย่งซีนเต็มไปหมด ผู้คน ขวักไขว่ สมเป็นเมืองค้าเมืองขาย สีสันฉูดฉาดจากไฟ LED ประดับตึกที่ไม่มีใครยอมใคร (น่าจะเป็นเมืองที่กินไฟอยู่มากโข)

สถานที่เล่นคืนนี้ คือ Q House ตั้งอยู่ในตึกที่เป็นแหล่งรวมของนักศึกษาศิลปะในสาขาการดนตรี / การเต้น/ การแสดง เป็นพื้นที่ที่คนรุ่นใหม่ของเซียงไฮ้มาแฮงก์เอาท์และดูดนตรีกัน เป็นที่แน่นอนว่าโชว์คืนนี้จะต้องคลาคล่ำไปด้วยนักศึกษาศิลปะ และวัยรุ่นฮิปๆ เป็นแน่แท้ ที่นี่เราได้พบกับทีมงานมืออาชีพ คนทำ Lighting เป็นชาวญี่ปุ่น ที่แค่บรีฟคร่าวๆ ก็สามารถจับทางอารมณ์ของวงได้ถูก ถ้ามีโอกาสได้วางแผนจริงจังคงทำไฟได้ยอดเยี่ยมแน่ๆ

แผ่นดินจีนกว้างใหญ่มาก แต่เมืองที่ผ่านมาก็มีความใหญ่แตกต่างกันไป เราคิดว่าคงมีโปรโมเตอร์จัดงานดนตรีนอกกระแส หรือแม้แต่ระดับสากลเอง หลากหลายเมืองแน่ๆ แต่จริงๆแล้ว บริษัทที่ทำงานด้านนี้จริงจังจะตั้งอยู่ในเมืองปักกิ่ง และเซียงไฮ้เท่านั้น คนรุ่นเก่ายังคงไม่เปิดรับวัฒนธรรมต่างชาติ และเพลงต่างภาษา ดังนั้นสิ่งที่โปรโมเตอร์รายนี้ทำคือการทดลองเปิดตลาด และนำวัฒนธรรมใหม่ๆ ให้วัยรุ่นจีนได้เสพย์กัน เพื่ออนาคตจะได้มีวงดนตรีจากต่างประเทศมาเล่นที่จีนมากขึ้น

Inspirative เป็นวงไทยนำร่องสำหรับการทดลองในครั้งนี้ ซึ่งแต่ก่อนผู้จัดจะจัดแต่วงสากล แต่เกิดไอเดียอยากทำวงเอเชียมาทัวร์บ้าง และ Inspirative เป็นตัวเลือกแรก ซึ่งต้องขอบคุณมากที่ให้โอกาสมา ณ ที่นี่การมาเยือนจีนทำให้รู้สึกว่าดนตรีไม่มีพรมแดน คุณมีคนฟังอยู่ทุกแห่งของโลกแล้วแต่จะมากหรือน้อยเท่านั้นเราได้เจอกลุ่ม Post Rock, Shanghai ที่ขนกันมาใหักำลังใจวงรวมไปถึงเอาของที่ระลึกมาให้เป็นปฎิทินที่รวมวง Post Rock ทั่วโลก และเพลง KL Streets / Felicity is Out There ได้ถูกบรรจุอยู่ในนั่นด้วย เซียงไฮ้ ชนะเลิศ! เหลืออีก 5 โชว์ พรุ่งนี้เป็นวันพักผ่อน แต่ต้องตื่นตี4 เพื่อเดินทางย้ายเมือง ถึงแม้ตอนนี้ทุกคนเริ่มจะอ่อนล้ากันบางจากการเดินทางข้ามเมืองติดๆกัน แต่ สู้ค่ะ! 

20160110_211546_FK5A7864

Day 5: Day break 
Wuhan ต้อนรับชาวคณะจากแดนสยามด้วย อากาศอุณภูมิ 3 องศา แต่ทั้งชื้น หมอกลง หิมะโปรย ทำให้หนาวยะเยือกถึงกระดูก รู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ตลอดเวลา ว่ากันตามตรงไม่เคยได้ยินชื่อเมืองนี้มาก่อน เนื่องจากคนจัดทัวร์บอกว่า นี่เป็นการทดลองพาวงมาเล่นในเมืองนอกเหนือจากเมืองหลักอย่างปักกิ่ง และเซียงไฮ้ ดังนั้นทั้งคนจัด และวงก็ใหม่สำหรับเมืองนี้ทั้งคู่ เราเดินทางผ่ากลางประเทศจาก Shanghai มา Wuhan 1,000 กว่ากิโลเมตร ด้วยรถไฟความเร็วสูง ประมาณ 5 ชม. จากนั้นขึ้นรถแท็กซี่ข้ามแม่น้ำแยงซีเกียง ที่กว้างและใหญ่มาก แค่ความกว้างก็น่าจะประมาณ1 กิโลเมตร ระหว่างการเดินทาง เราสงสัยในเรื่องของวงโปรดที่เขาอยากให้มาแสดงที่จีน วงโปรดของอารอน คนดูแลพวกเราคือ Coldplay แต่คงไม่มีทางมาเล่นที่จีนหรอก เพราะรัฐบาลจีนคงไม่อนุญาต เนื่องจากวงเคยวิพากษ์ วิจารณ์ประเทศจีนไว้ ต่อให้พูดไว้นานแค่ไหนรัฐบาลจีนก็ขุดคุ้ยประวัติมาได้เสมอ ไปดูที่ประเทศไทยง่ายกว่า

พูดถึงเรื่องการมาแสดงดนตรีในประเทศจีน คงจำเหตุการณ์ของบอง โจวี่ ได้ ที่ รัฐบาลไม่อนุญาตให้มาเล่น เพราะไปพูดอะไรสักอย่างเกี่ยวกับการปลดปล่อยทิเบตจนโดนแบน และต้องย้ายมาเล่นที่ประเทศไทยแทน ดังนั้นการที่จะมีวงอะไรก็ตามมาเล่นในเมืองจีน จะต้องโดนรัฐบาลจีนตรวจสอบเสียก่อน Inspirative ก็เช่นกัน เราต้องส่งวีดีโอความยาวไม่ต่ำกว่า 40 นาที ต้องส่ง set list เพลงที่จะเล่นและหากเพลงมีเนื้อร้องต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ หลังจากนั้นจะต้องรอจดหมายอนุมัติจากรัฐบาลจีน และจดหมายเชิญจากกระทรวงวัฒนธรรมของจีนเพื่อไปขอวีซ่าทำงานในจีน ดังนั้นศิลปินวงไหนอยากทัวร์จีนหรือมาเปิดตลาดที่จีนก็คงจะรู้แล้วนะว่าจะต้องระวังตัวอย่างไร

วันนี้วงได้หยุด 1 วันตอนแรกวางแผนกันว่าจะออกไปเดินเล่นชมเมืองกัน แต่ด้วยอากาศที่หนาว และฝนโปรยปรอยทั้งวันเลยนอนพักเก็บแรงเอาไว้ดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่
Day 6: Woohoo Wuhan I The 4th Show 
เราเดินทางมาได้ครึ่งทางแล้วหลังจากพักไป 1 วันซึ่งจริงๆก็ไม่ได้พัก เพราะเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการเดินทางข้ามเมืองแถมเจอสภาพอากาศที่หนาวเย็น ฝนตก หิมะโปรย โรงแรมที่ไม่มีความอบอุ่นเอาเสียเลย (โรงแรมที่พักในเมืองนี้ไม่ค่อยจะดีนักแต่ใกล้สถานที่เล่นมาก เดินไม่ถึงหนึ่งนาที) ทำให้ โอ๋ มือเบสของวงไม่สบายไปหนึ่งราย และรวมไปถึงน้องเอม มือกลอง และตั้ม นักร้องนำ/คีย์บอร์ด ที่เริ่มมีอาการหนาวๆร้อนคล้ายจะเป็นไข้ตามๆกัน เลยต้องกินยาดักกันหลายขนานทีเดียว

สถานที่ของเมืองนี้ที่วงจะแสดงชื่อ V.O.X ซึ่งดูจากสภาพการณ์แล้วคงผ่านศึกสงครามร็อคมาไม่น้อย วงมากมายหลากหลายแนวจากทั่วโลกแวะเวียนมาเล่นที่ไลฟ์เฮ้าส์ขนาดกลางแห่งนี้มากมาย จนมีป้ายไม้เขียนชื่อวงจารึกไว้แขวนอยู่เต็มสองผนัง อาทิ Mono / Sleeping Party People / Olafurarnalds / Rise To Fall ฯลฯ แน่นอน ป้ายไม้ที่วง Inspirative บรรจงเขียนจะได้ถูกแขวนบนผนัง Wall of Fame นี้เช่นกัน อ่อ ไม่แน่อาจจะได้แขวนอยู่ข้างๆ วง Caspian ที่จะมาเล่นที่ V.O.X ปลายเดือนม.ค นี้ น่าเสียดายช่วงที่เรามาเป็นช่วง winter break มหาวิทยาลัย Wuhan ที่ตั้งอยู่ถัดไปอีก 1 ช่วงตึกหยุดเรียนกันเลยไม่ค่อยเห็นหนุ่มๆสาวๆเท่าไหร่นัก โถ่…อดกระชุ่มกระชวยเลย

“ดนตรีจะพาเราเดินทาง และจะนำพามาซึ่งมิตรภาพอันดี” ที่ V.O.X เราได้เจอกับ ไรอัน เพื่อนเก่าที่หายหน้าไปนาน 4-5 ปี ไรอันคือแฟนประจำร้าน The Tube (แถวๆ ราชเทวี แต่ปิดไปแล้ว) และมักจะมาดูวงดนตรีในงานของ Mind The Gap จัดเสมอๆ ไรอัน เดินเข้ามาทัก “รู้จัก Mind The Gap ไหม แล้วรู้จัก มด หรือเปล่า?” เราคุยระลึกความหลังอยู่พักใหญ่ๆ รู้ความว่าเขามาทำงานที่นี่ 4 ปีแล้ว และเพื่อนเขาก็เป็นหุ้นส่วนของไลฟ์เฮ้าส์นี้ แถมตัวเขาเองก็ยังเป็นผู้จัดคอนเสิร์ตพาวงทัวร์ในจีนรวมไปถึงเขียนบทความเกี่ยวกับดนตรีที่ Wuhan ด้วย โชคดีจริงๆ ที่ได้เจอกันอีก

โชว์คืนนี้ผ่านไปด้วยดีถึงแม้ว่าคนไม่เยอะเท่า 3 เมืองที่ผ่านมา แต่มากพอที่จะทำให้วงรู้สึกอบอุ่นในเมืองต่างแดน แฟนเพลงสาวคนหนึ่งเดินทางมา 2,000 กม. กับเพื่อนชายอีก 2 คนเพื่อมาดูวง  2,000 กม.! เชียว น่านับถือมาก สาวเจ้ามาขอถ่ายรูปกับวงทันทีที่การแสดงจบลง ณ ห้องแต่งตัวศิลปิน เพราะกลัวว่าทางวงจะรีบกลับกัน (หารู้ไม่  โรงแรมเดินไปก้าวเดียวถึง) เห็นใจในความมานะ เลยอนุญาตให้เข้ามาถ่ายได้ เชิญค่ะ น้อง เต็มที่ไปเลยจ้ะ … จากเหตุการณ์นี้ทำให้นึกถึงบรรดานิสัยคนไทยที่เวลามีอีเว้นท์ดนตรี หรือคอนเสิร์ตใดๆ ทั้งๆที่แสดงตนว่าเป็นแฟนเพลงวงนั้นวงนี้ แต่ก็มักจะมีคอมเม้นต์ ประมาณว่า โอ้ย..ไกลจัง มาจัดใกล้ๆบ้านไม่ได้เหรอ หรือไม่ก็มีใครมาดูมาเป็นเพื่อนเลย มาเจอน้องผู้หญิงคนนี้ที่วู่ฮั่น และน้องผู้ชายคนนั้นที่หางโจว ทำให้ปลงได้ว่า จะไม่หงุดหงิด ใส่ใจกับคอมเม้นต์ประเภทนี้อีก คนมันจะมาอยากดูจริงๆ ต่อให้มีอุปสรรคใดๆ มันก็ต้องดิ้นรนหาทางมาดูจนได้เองแหละ

Day 7: Chongqing l Half way down

ออกจากเมืองวู่ฮั่น (Wuhan) แต่เช้าตรู่ด้วยเครื่องบิน เพื่อมาเมืองฉงชิ่ง (Chongqing) หนึ่งใน 4 เมืองเศรษฐกิจใหม่ของจีน ฉงชิ่งเป็นเป็นเมืองที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ชาวคณะพักย่าน Downtown ที่พุกพล่านไปด้วยผู้คน หนุ่มสาววัยทำงาน ตึกโรงแรมห้าดาว ห้างสรรพสินค้าหรู ร้านสินค้าแบรนด์เนมเรียงรายราวกับถนนอ๊อกฟอร์ด ในกรุงลอนดอน

เมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งภูเขาในอดีตเป็นที่ตั้งฐานทัพปรับกลยุทธ์รับศึกสงคราม เพราะเมืองโอบล้อมด้วยภูเขา ทำเลดียากต่อการโจมตีของข้าศึกปัจจุบันท่ามกลางความเจริญแบบก้าวกระโดด แต่เราก็ยังสามารถสัมผัสได้ถึงวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ที่หลงเหลืออยู่ ถ้ามีโอกาสอยากกลับมาที่นี่อีกแต่จะไปเที่ยวภูเขาและแหล่งเมืองประวัติศาสตร์ น่าจะสวยไม่น้อย

สถานที่เล่นคืนนี้คือ Nuts Live House อยู่ชั้นใต้ดินห้างสรรพสินค้า เปิดมา 18ปีแล้ว (แต่เพิ่งย้ายมาอยู่ที่ ห้าง UME ได้ไม่นาน) วัยรุ่นแต่งตัวเก๋ๆ ผู้ชายที่ราวกับเดินออกมาจากแคทตาล็อกนั่งเสริมหล่อในร้านเสริมสวย หนุ่มจีนรักสวยรักงามไม่แพ้หญิงสาวเลย คิดว่าโชว์คืนนี้น่าจะเต็มไปด้วยวัยรุ่นฉงชิ่งแน่ๆ ไลฟ์เฮาส์ที่นี่ไม่ใหญ่มากแต่คุณภาพเกินขนาด ช่างทำไฟที่ดูจะอินกับเพลงของวงเป็นพิเศษถึงกับซ้อมคิวไฟเกือบสองชั่วโมงก่อนโชว์ เจ้าของสถานที่ พนักงานบุคคลากรที่นี่มันส์มาก เป็นกันเองสุดๆ แจกช็อตเรียงเป็นตับ เมาฉิบ!

รสนิยมการฟังเพลงของชาวดนตรีเมืองนี้เปิดกว้างซึ่งในแต่ละเมืองที่เราไปคนท้องถิ่นก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า วัยรุ่นจีนฟังเพลงทุกแนว! มาเปิดตลาดจีนกันเถอะ! เมื่อโชว์เริ่มก็เป็นไปตามคาดวัยรุ่นฉงชิ่งมาเต็ม ปะปนกับชาวต่างชาติ expat ที่ทำงานที่นี่ บางคนก็รู้จักวงมาก่อนบางคนก็ไม่รู้จักแต่อยากลองฟัง บางคนก็ไม่ฟังแนว Post-Rock มาฟัง Inspirative ครั้งแรก แฟนเพลงคนหนึ่งเปิด rating ชาร์ตอัลบั้มเพลง Post rock ของจีนให้ดู อัลบั้ม Mysteriously Awake ได้เรตถึง 9.5 แถมยังอวยว่าวงเป็นวง Post-rock ยอดนิยมอันดับต้นๆของประเทศจีนด้วย (โห้ย.. ขนาดนั้นเลยรึ รู้ว่าพูดเอาใจแต่ก็ปลื้มอยู่ดี) หลังจบโชว์มีชายหนุ่มชาวยูเครนเกิดความประทับใจชวนวงไปเล่นทัวร์ยุโรปปีหน้า ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นจริงไหม ยากจะคาดเดาแต่เราก็พร้อมลุย!

ไม่ว่าจะด้วยผู้คน บรรยากาศ ทีมงานรวมถึงการแสดงของวงที่คิดว่าดีที่สุดตั้งแต่โชว์ที่จีนมา ทำให้ค่ำคืนนี้สนุกมาก ปิดท้ายด้วยการฉลอง เติมแอลกอฮอล์เข้าร่างกาย แดนซ์ระเบิดฟลอร์กับเจ้าของไลฟ์เฮาส์ และแฟนเพลง ไม่รู้ว่ากินอะไรกันเข้าไปบ้างแต่จัดเต็มทุกคน เวลาเราได้รับพลังงานดีๆ ได้ดูโชว์ดีๆความเหนื่อยมันหายเป็นปลิดทิ้ง สนุกจังตังค์อยู่ครบ

20160110_210316_FK5A7833
20160110_210144_8B3A6264

Day 8: Chengdu : The show must go on 
จากคำบอกเล่าของผู้จัด หนุ่มสาวเฉิงตูชอบดูดนตรีสด จะเป็นวงอะไรมาเยือนถิ่นชาวเฉิงตูก็สนใจทั้งนั้นไม่เลือกแนวแต่จะสมัครรักใคร่เป็นแฟนเพลงหรือเปล่าอันนี้ก็ต้องว่ากันตามศักยภาพของวงนั้นๆ เมืองเฉิงตู แม้อาจจะไม่เจริญเหมือนหลายๆเมืองที่ผ่านมา เฉิงตูก็มีเสน่ห์ และในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้าคงหรูหราฟู่ฟ่าไม่แพ้เมืองไหน ทั้งรถใต้ดิน รถไฟฟ้า อาคารตึกสูง ห้างสรรพสินค้าที่ทยอยกันก่อสร้างราวกับดอกเห็ดบ่งบอกว่าอีกไม่นานเมืองนี้ศิวิไลแน่นอน

ผ่านมา 9 วันกับโชว์ที่ 6 ของวง Inspirative ได้เดินทางมาเกือบจะปลายทางแล้ว เรารับรู้ได้ถึงพลังของหนุ่มสาวจีนยุคใหม่ที่จะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของชาวจีนที่พี่ไทยชอบเหยียดในความไม่สุภาพ โผงผาง ไม่มีมารยาท แต่หนุ่มสาวหลายๆคนที่เจอไม่มีอุปนิสัยเหล่านี้เลย คนจีนก็ยังมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นยังคงทำงานแข็งขันตั้งแต่อายุยังน้อย อารอน คนดูแลพวกเราอายุเพียง 25 ปี กำลังจะมีบริษัทจัดคอนเสิร์ตเป็นของตัวเอง และเจคหนุ่มน้อยนักศึกษาวัย 19 ปี ผู้ช่วยของอารอน พวกเราแอบตั้งชื่อให้เจคว่า “รองหัวหน้าหมู่” ด้วยบุคคลิกที่กระตือรือล้นตลอดเวลา 2 หนุ่มไฮเปอร์พลังเยอะ ทำให้เห็นเราเห็นถึงความเป็นคนจีนยุคใหม่ ตั้งใจในการทำงาน มีมารยาท นอบน้อม เกรงใจ มีความจริงใจ แม้มีบางเรื่องที่ผิดพลาดก็พยายามแก้ไข เอาใจใส่ชาวคณะเป็นอย่างดี อารอนบอกว่า “การทำธุรกิจ ไม่ใช่จะเอาแต่เงินอย่างเดียว มิตรภาพก็สำคัญ” ถึงแม้ เมษ ซาวนด์ เอนจิเนียร์ประจำทัวร์ของเราพยายามจะชักนำ 2 หนุ่มเข้าด้านมืดทุกครั้งที่สบโอกาสแต่บัดนี้ยังไม่สำเร็จคาดว่า เจ้าเมษคงพยายามต่อไปอย่างไม่ลดละเช่นกัน

การแสดงที่เมืองเฉิงตูจัดที่ Little Bar เป็นไลฟ์เฮาส์ในห้างสรรพสินค้า The MixC ห้างใหม่เอี่ยมของเมืองเฉิงตู สถานที่สวยงาม ดีไซน์ทันสมัย สาวๆที่นี่แจ่มระดับ 10 หนุ่มๆก็เท่ๆ ฮิปๆ อยากมีไลฟ์เฮาส์แบบนี้ที่กรุงเทพฯ บ้างจัง ผ่านมา 9 เมืองขนาดไลฟ์เฮาส์ที่เล็กที่สุด แย่ที่สุดของเขายังดีกว่าบ้านเราหลายเท่านัก ตอนแรกก่อนมาจีนทางวงกลัวเรื่องสเปคเครื่องโน่นนี่มากมาย ใครว่ามาจีนต้องเจอกับมาตรฐานต่ำนี่ไม่จริงเลย ถึงแม้บ้างที่ไม่สามารถจัดสเปคตามที่ขอไว้ได้ แต่ของที่เตรียมไว้ให้คุณภาพก็ยังดีกว่าบ้านเรามากโข คนทำงานในสายนี้ดูรักในอาชีพ หน้าที่ของตัวเองและพยายามทำงานออกมาให้ดีที่สุด มีอุดมการณ์และมาตรฐานที่ดีควบคู่กันไป ซึ่งส่วนใหญ่ที่บ้านเรามีอุดมการณ์แต่ไม่สนใจมาตรฐาน ไม่สนแม้กระทั่งว่าเอาวงมาเล่นเครื่องอุปกรณ์ที่จัดไว้ให้เพียงพอที่วงต้องการเพื่อให้เกิดผลงานที่ดีหรือเปล่า ทีมงานของไลฟ์เฮาส์คนหนึ่งเคยมาเที่ยวเมืองไทย เขาพูดถึงซีนดนตรีในเมืองไทยที่เขาเข้าใจว่า “วงไทยมักจะเล่นตามผับ และเล่นเพลงคัพเวอร์คนอื่นใช่ไหม วงที่นี่ เขาเล่นเพลงตัวเองอย่างเดียวไม่เล่นเพลงคนอื่น” อืม.. กลับมาใหม่นะเดี๋ยวพาไปดูวงไทยดีๆ ที่เล่นแต่เพลงตัวเอง

เราเดินทางหลายพันกิโลเมตรท่ามกลางอากาศที่ไม่คุ้นชิน จนในที่สุดร่างกายเริ่มไม่ไหว มือเบสของเราป่วยสะสมจนท้ายสุดต้องส่งเข้าโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็คอาการ ทำให้จะต้องตัดสินใจที่จะต้องเล่นเพียงแค่สี่คน ทั้งๆ ที่รู้ว่าการขึ้นแสดงโดยขาดสมาชิกจะทำให้โชว์ไม่สมบูรณ์ แต่การยกเลิกโชว์ก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดี พี่นพหัวหน้าวงตัดสินใจสั่งลุย! เราจะไม่ทำให้คนที่มารอดูอยู่ต้องผิดหวัง อุปสรรคมีอยู่ทุกที่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อทำให้การแสดงดำเนินต่อไปนั้นสำคัญมาก ทุกคนเล่นอย่างเต็มที่ทดแทนในส่วนที่ขาดหายไป รวมถึงเมษ ซาวนด์ เอนจิเนียร์ที่สามารถสนับสนุนวงช่วยแก้ไขสถานะการณ์ทำให้โชว์ที่เมืองเฉิงตูผ่านไปได้ด้วยดี และหวังว่าจะได้กลับมาแก้มือใหม่ในครั้งหน้ากับไลน์อัพสมาชิกครบห้าคน 

Day 9 :  Guangzhou : The mysteriously awake  

โชว์ที่7 ของเราที่เมืองกวางโจวกว่างโจวกวางเจาแล้วแต่สำเนียงที่เราคุ้นหูเป็นเมืองใหญ่ที่สุดทางภาคใต้ของจีนเราคงคุ้นเคยและได้ยินชื่อเมืองนี้เป็นอย่างดีเป็นเมืองท่าเศรษฐกิจอีกเมืองของจีนเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายไหมเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางการค้าขายระหว่างประเทศลำดับต้นๆของประเทศจึงเป็นโอกาสอันดีที่เราจะลองมาเปิดแสดงในเมืองนี้เผื่อเราจะส่งออกวงดนตรีสัญชาติไทยมาเล่นที่จีนได้มากพอๆกับส่งออกผ้าไหมก็เป็นได้

 

เรานั่งเครื่องบินจากเฉิงตูมากวางโจวประมาณเกือบ 3 ชั่วโมงเดินทางจากสนามบินไปที่พักในเมืองด้วยแท็กซี่ใช้บริการแอปพลิเคชั่นคล้ายๆGrabTaxiบ้านเราสะดวกสบายดีค่าบริการเท่าไหร่ไม่ทราบเพราะไม่ได้จ่ายเองเราเข้าพักที่ 7 Days Inn  ซึ่งเป็นโรงแรมที่เราสยองมากเหตุเกิดจากที่ Wuhan สมาชิกในวงป่วยเรื้อรังจาก Heater ไม่ทำงานอากาศหนาวโรงแรมมีช่องลมเยอะสภาพค่อนข้างเก่าและสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างแออัดจริงอยู่การเป็นวงอินดี้ต้องลุยๆดิอย่าเรื่องมากเขาจองโรงแรมอะไรให้ก็นอนๆไปเถอะอย่าเยอะ!

 

การพักผ่อนนอนหลับเป็นเรื่องสำคัญกับศิลปินที่ต้องทัวร์ติดๆกันยาวๆ หากพักผ่อนไม่เต็มที่ที่พักไม่สบายอาจจะมีผลกระทบต่อการแสดง(ซึ่งก็เกิดขึ้นจริงๆจนต้องขึ้นเล่น 4 คนในโชว์ที่เฉิงตู) ดังนั้นก่อนมาได้ทำข้อตกลงขอโรงแรมขนาด 3 ดาวไปไม่ต้องหรูหราเน้นสะอาดในช่วงแรกๆโรงแรมโอเคทุกอย่างอยู่ในมาตรฐานที่ยอมรับได้ผ่านมาเกือบจบทัวร์ก็ได้พักที่ดีๆมาตลอดจนกระทั่งมาเจอ 7 Days Inn ที่ Wuhan นั่นแหล่ะถ้าวงไหนจะแสดงที่จีนจำชื่อ 7 Days Inns เอาไว้เลย! (โรงแรมมีสาขาตามหัวเมืองใหญ่ๆทั่วประเทศแต่ละสาขาอาจจะมีดีมีแย่ตามสภาพโปรดตรวจสอบก่อนจอง)

 

สถานที่เล่นที่เมืองกวางโจวชื่อTu’s Space (อยู่ติดกับโรงแรมเลยทีเดียว)ถือเป็นหนึ่งใน Secret venue ของคนในเมืองนี้เพราะดูจากบริเวณที่ตั้งไม่น่าจะเป็นย่านสถานบันเทิงแถมตามทางเท้าก็จะเจอลุงๆป้านั่งจั่วไพ่เล่นดัมมี่เป็นเรื่องปกติจนอยากจะขอร่วมวงด้วยบรรยากาศของTu’s Space ประมาณPlayYardร้านดังแถวลาดพร้าวซอย 8 แต่ใหญ่กว่าเพดานร้านสูงกว่ามีเวทีไฟครบแถมห้องพักนักดนตรีด้วยเจ้าของสถานที่เข้ามาทักทายและต้อนรับอย่างเป็นมิตรใครว่าคนจีนหน้าตาบูดบึ้งทัวร์ครั้งนี้พิสูจน์ได้เลยว่าคนจีนนิสัยน่ารักๆก็มีเยอะเช่นกันดูจากรูปที่ทางร้านถ่ายไว้รวมไปถึง Line Up โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์งานสถานที่แห่งนี้มีวงต่างชาติมาเยือนไม่น้อยทีเดียวส่วนใหญ่เป็นวงร็อคหนักๆแจ๊ซก็มีรวมไปถึงฮิปฮอปด้วยเรียกได้ว่าหลากหลายจริงๆแต่ใจเริ่มแป้วเมื่อต้องดีลงานกับพนักงานที่ดูแลระบบเครื่องเสียงและไฟ (2 in 1) หน้าตาบอกบุญไม่รับประหนึ่งเรากำลังจะสร้างความวุ่นวายให้ชีวิตอันสงบสุขของเขาแต่เห็นเขาทำงานวิ่งวุ่นอยู่คนเดียวก็พอเข้าใจได้ว่าคงทำงานหนักเป็นกิจวัตรเลยเบื่อๆเซ็งๆและด้วยภาษาที่สื่อสารกันไม่ค่อยได้เลยทำให้เกิดความอึมครึมก่อนงานเริ่ม แต่ท้ายสุดเราก็ได้เห็นรอยยิ้มของหมอนี่เมื่อจบโชว์อาจจะเป็นเพราะโชว์ดีหรือเพราะเออ.. จบล่ะตรูจะได้เปิดเพลงเร้กเก้ที่ชอบเสียที

 

ตอนจบงานศิลปินต้องไปนั่งแจกลายเซ็นต์ด้านนอกร้านท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น แถมฝนตกปรอยๆแต่กระนั้นก็รู้สึกอบอุ่นใจจากแฟนเพลงหลายคนต่อคิวยาวเข้ามาพูดคุยให้กำลังใจได้เจอกลุ่ม Shanghai Post-Rock กลุ่มใหญ่ที่เคยเจอที่โชว์ในเซียงไฮ้ด้วยแต่ที่ดีใจกว่าคือทั้งเสื้อและซีดีที่เตรียมไปขายได้มากกว่าทุกเมืองอีก!  เห็นเป็นย่านบ้านๆอยู่ในย่านหลืบๆแบบนี้ปรามาสไม่ได้เลย

DSC_6840
DSC_7081_
DSC_7061_

 

Day 10: Shenzhen :Finale -12,000km  

พวกเราเดินทางมาถึงโชว์ที่ 8 โชว์สุดท้ายเรานั่งรถตู้จากGuanzhouประมาณชั่วโมงครึ่งใช้เส้นทาง expressway เลียบทะเลมีระยะทางยาวถึง120กว่าๆกิโลเมตรเมกะโปรเจคที่เคยออกรายการทีวีไปทั่วโลกในฐานะหนึ่งในการสร้างสะพานเชื่อมถนนข้ามทะเลที่ยาวที่สุดของโลกนอกจากนี้ยังผ่านสนามบินนานาชาติBao An International Airport ที่ตั้งใกล้อ่าวทะเลหนึ่งในสนามบินที่ออกแบบได้วิจิตรมาก

ก่อนเข้าเมืองเราก็ได้ตะลึงกับศักยภาพสิ่งก่อสร้างฝีมือมนุษย์และความบ้าพลังของเมืองเซิ่นเจิ้นแล้วโชว์สุดท้ายของทริปนี้จะสนุกแค่ไหนกันนะ

เรานึกภาพเมืองเซิ่นเจิ้นไม่ออกแต่สิ่งที่เราเห็นคือความเขียวขจีร่มรื่นสะอาดเป็นระเบียบอากาศสดชื่นผู้คนใช้ชีวิตกันอย่างสนุกสนานอาจจะเป็นเพราะย่านที่เราพักเป็นย่านศิลปะก็เป็นได้เมืองนี้แตกต่างจากที่คิดไปมากดูทันสมัยสวยงามสร้างสรรค์ Made in Shenzhen ไม่ใด้มีแค่สินค้าลอกเลียนแบบอย่างเดียวสถานที่ที่เล่นในเมืองนี้คือ B10 Live ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ส่วนหนึ่งของ OCT- LOFT (Nanshan District) บริหารงานโดย Culture development Co.,LTDดูแลด้านดนตรีและศิลปะมักจะจัดมีเทศกาลดนตรีและศิลปะเป็นประจำวันนี้เป็นวันอาทิตย์เราเลยได้เห็นการออกร้านค้าสไตล์ Upper Market (นึกถึงงาน Noise Market ผสมงาน Legacy Market)  ของคนจีนรุ่นใหม่มีของมือสองเสื้อผ้าเครื่องประดับงานศิลปะงานทำมือต่างๆวางขายมากมายเรียกร้องเงินหยวนในกระเป๋าแต่พอดูราคาแล้วเก็บเงินเข้ากระเป๋าแทบไม่ทัน

B 10 Live ห้องแสดงดนตรีความจุประมาณ 500-800 คน( Live House JJ Green เวอร์ชั่นอัพเกรดขั้นสุด) อุปกรณ์ระบบเครื่องเสียงแสงสีเพียบพร้อมเพดานสูงและทีมงานที่กระตือรือล้นพร้อมให้ความร่วมมือในทุกสิ่งที่ทางวงขอน่ารักมากๆมีแยกส่วนสำหรับ Press Area / Meet and Greet / Merchandise ไว้ด้านหน้าทางเข้าทุกอย่างดูเป็นระบบและมืออาชีพมากเมื่อใกล้ถึงเวลาเริ่มแสดงโชว์ใจระส่ำลุ้นว่าจะมีคนมาดูเยอะไหมและก็ไม่ผิดหวังพลังของคนดนตรีเมืองนี้ยอดเยี่ยมไปเลยเป็นเมืองที่ส่งเสียงดังที่สุด (น่าจะคนเยอะที่สุดด้วย) หลากหลายเชื้อชาติมากบางคนก็ข้ามมาจากเกาะฮ่องกงบางคนก็มาจากเมืองใกล้เคียงจังหวะและพลังของ lighting ที่ทำให้โชว์คืนนี้ดูยิ่งใหญ่หรูอลังการสมกับเป็นตัวแทนประเทศไทยไม่อายใครหน้าไหนทั้งสิ้นประกอบการแสดงสดของวงที่ปล่อยมาทุกเม็ด (เพราะโชว์สุดท้ายแล้ว)  เป็นการทิ้งท้ายที่น่าประทับใจมากจบงานผู้อำนวยการศูนย์ OCT-LOFT เดินมาทักทายหลังเวทีกล่าวชมว่า “เพิ่งเคยดูวงดนตรีจากประเทศไทยมันยอดเยี่ยมมากไม่เคยคิดว่าประเทศไทยจะมีวงที่เล่นอะไรกันแบบนี้กลับมาเล่นใหม่นะ” รวมทั้งถามถึงว่า “เมืองไทยคงมีวงดีๆเยอะเลยใช่ไหมคงจะดีนะถ้ามาเล่นให้พวกเราได้ดูบ้าง”  จากนั้นคณะผู้บริการศูนย์ฯก็เดินไปซื้อแผ่นซีดีอัลบั้มของวง  (เทคนิคในการขายซีดีคือเล่นสดให้ประทับใจแล้วคนดูก็จะไปซื้อซีดีเอง)
การเดินทางกว่า 12,000 กิโลเมตรจากเหนือจรดใต้(เสียดายลืมสะสมไมล์กับ Star Alliance) ชาวคณะได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมายดนตรีนำทางเรามาไกลถึงที่นี่ได้มาเจอกับกลุ่มคนที่ไม่คิดว่าจะรู้จักเพลงของวงเราไม่ได้คาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จถล่มทลายไม่ได้คาดหวังว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะสมบูรณ์ได้ทุกอย่างดั่งใจนึกแต่สิ่งที่เรามุ่งหวังคือจะสามารถเล่นดนตรีต่อหน้าแฟนเพลงที่มารอดูได้อย่างยอดเยี่ยมทุกโชว์บรรเลงผลงานอย่างดีที่สุดเท่าที่ความสามารถเรามีในทุกสถานการณ์และทุกคนจะสนุกไปกับเราแน่นอน

เราหวังว่าการมาเยือนจีนครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย