urboytj3

 

เชื่อว่าสำหรับหลายๆ คนคงเคยได้ยินเพลงที่ฮิตติดหูไปทั่วบ้านทั่วเมืองอย่าง เค้าก่อน (Rebound) หรืออีกเพลงที่ตอกย้ำความฮิตด้วย วายร้าย (Villain) และกับการปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด เอาดีดีดิ ที่ได้ ทูพี (twopee) แห่ง เซาท์ไซด์ (Southside) มาร่วมฟีทเจอริ่งด้วย ด้วยเสียงที่คุ้นหูแต่กับหน้าตาและลุคที่ดูคลับคล้ายคลับคลาว่าใช่หรือไม่แต่ก็ไม่ชัวร์ แต่พอบอกว่าเขาผู้นี้คืออดีตสมาชิกวงวงป๊อปขวัญใจวัยรุ่นยุคกามิกาเซ่อย่าง 3.2.1 ที่มีเพลงคุ้นหูอย่าง รักต้องเปิด (แน่นอก) ทุกคนก็คงคลายความสงสัย สำหรับแร็ปเพอร์หน้าใหม่ที่ฝีมือไม่ใหม่เลยกับ UrboyTJ และในวันนี้ที่เขาตัดสินใจก้าวออกมาเป็นศิลปินเดี่ยว กับการลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเองทั้งหมดที่นำมาซึ่งผลลัพธ์อันเกินความคาดหมายของเขา

จาก TJ 3.2.1 มาเป็น UrboyTJ

รู้สึกดีมากๆ ครับ การทำงานมันสะดวกขึ้นเราไม่ต้องส่งเพลงไปให้ใครตรวจ ไม่ต้องใช้ไอเดียคนอื่นมาทำเพราะมันเป็นตัวเราจริง แต่มันมีข้อเสียตรงต้องไปทัวร์คอนเสิร์ตคนเดียวก็อาจจะมีเหงาบ้าง ไม่มีเพื่อนเล่น

มีความเคว้งบ้างมั้ยระหว่างจุดเปลี่ยน

เอาจริงๆ นะครับ ตอนผมเป็นศิลปินฝึกหัด ผมอยากเป็นศิลปินเดี่ยวอยู่แล้ว แบบอยากเป็นแร็ปเพอร์ทำเพลงฮิปฮอปเดี่ยวๆ แต่ว่าบริษัทเค้าก็เห็นว่าไม่น่าจะเวิร์คเป็นกรุ๊ปน่าจะดีกว่า สุดท้ายพอได้มาทำเดี่ยวจริงๆ มันก็รู้สึกโอเค

มีความรู้สึกแตกต่างมั้ยจากที่การที่เคยอยู่ค่ายใหญ่มาก่อนแล้วกลับมาเป็นอินดี้อีกครั้งด้วยการทำทุกอย่างเองหมด

ก็แตกต่างมากนะครับ เพราะว่าตอนอยู่ค่ายเนี่ยเขาจะมีพนักงานมาดูแลในส่วนต่างๆ ให้ ทำพีอาร์ ทำเอ็มวี ทำโปรโมต แต่พอมาทำเอง ผมก็ต้องทำเองหมดทุกอย่าง เหมือนเราเป็นค่ายเอง แต่โชคดีที่ตอนผมอยู่อาร์เอส ผมไม่ได้แค่ร้องเพลง ผมทำเบื้องหลังด้วย เรียนรู้หลายๆ อย่างมาจากตรงนั้น คือเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากค่ายใหญ่มาทำตรงนี้

ตอนนั้น รักต้องเปิด (แน่นอก) ดังมาก

ใช่ครับ (หัวเราะ) ผมเองยังตกใจเลย ตอนนั้นผมไม่ได้คิดว่าจะดังขนาดนั้น แบบอยู่ดีๆ ก็เกิดกระแสขึ้นมา

ทำไมถึงตัดสินใจที่จะออกมาโซโล่เดี่ยว

ก็คือหมดสัญญากับอาร์เอสพอดี หมดสัญญาเมื่อตอนเดือนมกราคม ทีนี้ผมทำเพลงเก็บไว้อยู่แล้ว คือผมแพลนไว้ว่าจะมีซิงเกิ้ลเดี่ยว อยากมีซิงเกิ้ลเดี่ยว ก็เลยทำๆ เก็บไว้หลายเพลง พอมันหมดสัญญาแล้วก็เลยไม่อยากต่อ ก็เลยออกมาแล้วเอาเพลงเก่าๆ นั้นแหละมาทำใหม่แล้วก็ปล่อย

urboytj1

จุดเริ่มต้นในการชอบสไตล์ฮิปฮอปคืออะไร เริ่มต้นได้อย่างไง

ก็เมื่อก่อนสมัยประถมผมมีรุ่นพี่มาจากฝรั่งเศส เค้ามาเที่ยวเมืองไทย มาอยู่ด้วยกัน แล้วผมจำได้ว่าเขาเอาเพลงของอัชเชอร์ (Usher) มาเปิดให้ฟังแล้วก็เต้นด้วยเขาเต้นบีบอย แล้วผมก็เห็นว่ามันเท่มากเลย แนวเพลงแบบนี้ไม่เคยได้ยินในเมืองไทยมาก่อน สมัยผมประถมมันไม่มีแนวนี้ แล้วก็ผมเห็นเขาเต้นเขาฟังเพลงแนวนี้ ก็เลยรู้สึกว่ามันน่าสนใจหลังจากนั้นก็เลยหาเพลงแนวนี้มาฟังเรื่อยๆ

แล้วในส่วนของดนตรีอะไรคือคำจำกัดความและแนวดนตรีของ TJ

ผมว่าคงเป็นฮิปฮอปป๊อป มีความเป็นป๊อปอยู่เพราะว่า ส่วนตัวลึกๆ ผมชอบเพลงป๊อปเพราะว่ามันเป็นเพลงที่ร้องตามง่าย ฟังง่าย แล้วก็มาผสมความเป็นฮิปฮอปในตัวเราก็เลยออกมาเป็นฮิปฮอปป๊อป

urboytj6

ที่มาที่ไปของซิงเกิ้ล วายร้าย

ที่จริงซิงเกิ้ลนี่ผมแต่งไว้ให้วง 3.2.1 เมื่อนานมาแล้ว แต่ว่าสมัยนั้นมันออกเป็น ep  แบบอัลบั้มละ 4-5 เพลง มันก็เลยไม่มีโอกาสปล่อยเพลงนี้ พอหมดสัญญาก็ลืมไปแล้วด้วยว่ามีเพลงนี้ จนมีเพื่อนที่เคยได้ฟังเดโม่แล้วมาบอกว่าทำไมไม่เอาเพลงนั้นมาปล่อย ผมก็เลยอ้าวมีเพลงนั้นด้วยหรอ จำไม่ได้ (หัวเราะ) ก็เลยเอาเพลงนี้มาฟังแล้วก็ทำใหม่ เพราะตอนแรกมันเป็นอะคูสติกแบบเล่นกีตาร์ ผมว่ามันไม่เหมาะเลยมาทำเป็นฮิปฮอป แต่พอฟังแล้วรวมๆ มันก็รู้สึกว่ามันขาดอะไรไป แบบขาดความแบ๊ดไป เพราะว่าเพลงมันมีความป๊อปเยอะ ก็เลยหาคนมาฟีทเจอริ่งด้วย เลยอีเมลหาพี่เดย์ Thaitanium แล้วบอกว่าเนี่ยพี่เพลงนี้นะพี่สนใจมั้ย พอพี่เค้าตอบตกลง หลังจากนั้นก็ร่วมงานกันแล้วออกมาเป็นซิงเกิ้ลนี้

อย่างเพลง วายร้าย นี่ปล่อยมาไม่นานก็ได้ยอดวิวในยูทูปแบบถล่มถลาย

เดือนนึงก็ประมาณ 20 ล้านได้ ซึ่งผมก็ตกใจนะ ตอนปล่อยแรกๆ ผมก็ติดตามตลอดเลยนะว่าวันนึงได้เท่าไร ซึ่งจริงๆ แล้วมันเป็นเพลงที่ผมหวังไว้ด้วยไง เพราะว่ามันเป็นเพลงที่แบบฟังง่าย ร้องตามง่าย เนื้อหาที่คนส่วนใหญ่สามารถเก็ตได้ ซึ่งผมก็ตั้งใจว่าอยากให้เพลงเนี่ยมันมีกระแสขึ้นมา ก็เลยถือว่าได้ตามที่คาดหวัง

การร่วมงานกับ เดย์ Thaitanium เป็นอย่างไรบ้าง

ตอนแรกตื่นเต้นครับ เพราะว่าไทเทเป็นวงที่ผมชอบมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว ครั้งแรกที่เจอพี่เดย์แบบจริงๆ จังๆ คือพี่เค้ามาที่ห้องอัดผม เพื่อจะมาอัดเพลงนี้แล้วพี่เดย์แบบโปรมาก เขาเขียนเนื้อเพลงอะไรมาเรียบร้อย พอถึงห้องอัดก็อัดเลย 10 นาทีเสร็จ แบบมืออาชีพมาก

อะไรคือแรงบันดาลใจออกให้ออกมาเป็น TJ ในลุคนี้

ก็คือผมอยากจะเป็นลุคนี้มาตั้งนานแล้วนะ แต่ด้วยความที่อยู่ในบริษัทใหญ่ ภาพรวมเค้าก็จะดูแลลุคให้เรา ซึ่งเราก็จะเป็นตัวเองได้ไม่สุด คือผมชอบสไตลิ่ง ชอบการแต่งตัว พอออกมาแล้วก็เลยลองแต่งตัวเองแล้วรู้สึกว่าเนี่ยเป็นตัวเรามากที่สุด แล้วผมมีเคล็ดลับที่ไม่รู้ว่าใครทำมั้ย ก็คือเวลาผมจะแต่งเพลงแล้วคิดอะไรไม่ออก ผมจะไปซื้อรองเท้ามาคู่หนึ่งแล้วก็ใส่อยู่ห้องอัด ใส่วนอยู่ในห้องอัดแล้วก็แต่งเพลงมันทำให้ผมแต่งเพลงได้ ตอนที่คิดอะไรไม่ออกนะ เป็นเทคนิคที่ไม่รู้ว่าคนอื่นใช้ได้หรือเปล่านะ (หัวเราะ) ล่าสุดเพิ่งซื้อ Adidas Ultra Boost Uncaged ไป แล้วรองเท้าแต่ละคู่ที่บ้านเนี่ย มันจะมีเรื่องราวของแต่ละคู่แบบคู่นี้ทำเพลงนี้ไรงี้ มันทำให้เรารู้สึกแบบมีอะไรสดใหม่ แบบเวลาเราทำเพลงแล้วคิดอะไรไม่ออกแบบมันเจอแต่บรรยากาศเดิมๆ ห้องอัดเดิมๆ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ การซื้อรองเท้ามาใส่ในห้องอัดมันก็จะรู้สึกว่ามีอะไรใหม่ๆ มีไอเดียใหม่ๆ

urboytj5

แฟชั่นสไตล์ TJ เป็นแบบไหน

ผมว่ามันก็สตรีทครับ ง่ายๆ ไม่ได้จริงจัง คือผมลองมาหลายแนวมาก ผมเคยลองวินเทจ เวิร์คแวร์ ใส่สูทไรงี้ สุดท้ายก็มาจบที่สตรีทเพราะว่ามันเข้ากับเรามากที่สุด แล้วก็แต่งง่ายด้วยมีของให้เลือกเยอะ

มีใครเป็นอิทธิพลมั้ยทั้งในเรื่องของดนตรี แฟชั่น สไตล์ การแต่งตัว

อันแรกที่มาเลยก็จะเป็น ฟาร์เรลล์ วิลเลียมส์ (Pharrell Williams) แล้วก็ คานเย่ เวสต์ (Kanye West), เอแซป (A$AP), ทราวิส สก็อตต์ (Travis Scott) อะไรพวกนี้ที่เป็นสตรีทฮิปฮอป แล้วผมก็ชอบเดรก (Drake) ผมฟังอัลบั้มใหม่เดรกอยู่ ชอบมาก คือเดรกผมว่าเค้าเป็นคนที่ผสมผสานฮิปฮอปกับอาร์แอนด์บีได้ดีมาก เค้าร้องได้ด้วยเค้าแร็พได้ด้วย แต่ละเพลงของเขาก็ฟังได้ง่ายๆ เรื่อยๆ

เห็นว่าจะมีการทัวร์คอนเสิร์ต

ครับผม ช่วงนี้ก๊มีทัวร์เยอะก็ทัวร์กับพี่เดย์เนี่ยแหละ เป็นวายร้ายทัวร์ ไปกันมาหลายจังหวัดมาก สนุกดีครับมีพี่เดย์ไปด้วยก็ไม่เหงา

แล้วกระแสตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง

กระแสตอบรับดีมากครับ ทั้งเพลง เค้าก่อน กับ วายร้าย คือแบบเวลาไปเล่นคนร้องตามได้ลั่นผับ คือแบบก็ตกใจ คือมันโอเคนะ สมัยเป็น 3.2.1 เอาเพลงดังๆ ไปเล่นอย่าง รักต้องเปิด (แน่นอก) แล้วคนร้องตามกันได้ พอมาออกเดี่ยวผมก็กลัวๆ ว่าคนจะเก็ตเพลงมั้ย ซึ่งผลตอบรับมาเป็นคนร้องตามได้ แร็พตามได้แบบผมรู้สึกโอเคมากๆ ครับ ก็มีแฟนคลับกลุ่มที่ตามมาจาก 3.2.1 ก็จะเป็นมัธยมซะส่วนมาก แฟนคลับใหม่ที่ได้มาก็จะเป็นประมาณ มหาลัยแล้วก็แฟนคลับฮิปฮอป

ออกมา 2 ซิงเกิ้ลรู้สึกว่ามันเข้าขั้นประสบความสำเร็จมั้ย

ผมว่ามันโอเคเลยนะ สำหรับเพลงเขาก่อนที่ผมปล่อยไปแบบไม่คิดอะไรเลย คือเพลงเนี่ยมันเป็นเพลงที่ผมทำเสร็จเก็บไว้ ไม่รู้จะทำยังไงดี ตอนแรกอยากไปคุยกับค่ายอื่นว่าจะยังไง แต่สุดท้ายก็ขอลองดูก่อนแล้วกัน ลองปล่อยดูสักเพลงว่าจะเป็นยังไง ก็เลยปล่อยเขาก่อนไปแล้วผลตอบรับมันกลายเป็นดังขึ้นมา ก็เลยรู้สึกว่างั้นเราทำเองก็ได้

คิดว่าตัวเองยังมีจุดไหนที่ยังต้องพัฒนาในเรื่องการเป็นศิลปินมั้ย

น่าจะเป็นการเพอร์ฟอร์ม เพราะว่าผมเป็นคนปอดเล็ก ร้องได้ไม่กี่เพลงก็เหนื่อยแล้ว ยิ่งต้องเต้นด้วยต้องเอนเตอร์เทนคนด้วย มันไม่มีแรงอ่ะครับ ผมก็เลยคิดว่าตรงนั้นน่าจะเป็นจุดที่ต้องพัฒนา ต้องไปเข้ายิมเข้าอะไรแต่ต้องกำจัดความขี้เกียจออกไปให้ได้ (หัวเราะ)

ออกทัวร์กับพี่เดย์เป็นอย่างไรบ้าง

ได้เยอะครับ เขาก็สอนการสื่อสารกับคนดู การทำให้คนดูอินตามกับสิ่งที่เราพูด เขาก็สอนเยอะแล้วเราก็เก็บเกี่ยวจากเขามาเยอะเหมือนกัน

ตัวตนโดยทั่วไปของ TJ

โดยทั่วไปผมเป็นคนชิลล์ๆ เป็นคนใจดีด้วย ไม่เข้ากับหน้าคือหลายคนชอบติดต่อผมให้ไปเล่นเอ็มวีเล่นเป็นตัวร้าย ผู้ร้าย แต่จริงๆ ผมไม่ได้เป็นคนอย่างนั้นแล้วมันยากมากเพราะเราไม่ได้เป็นคนแบบนั้น พอเขาบอกให้ทำตัวโหดๆ หน่อยผมก็ทำไม่เป็น เพราะตัวตนที่แท้จริงของผมเป็นคนชิลล์ๆ อะไรก็ได้

Story: Aekkachai S.

Photos: Pisut S.

 

urboytj2