1

 

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เราได้ยินคำว่า wearable technology บ่อยเสียจนต่อให้ไม่สนใจฟังก็ต้องมีคนพูดแล้วแว่วมาเข้าหู wearable technology หรือ เทคโนโลยีที่สามารถสวมใส่ได้กลายมาเป็นปัจจัย 5 – 6 – 7 ของชีวิตประจำวันไปไม่ต่างอะไรกับ 4 ปัจจัยก่อนหน้านี้ บางคนรู้สึกว่าเทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้พวกเขาดำเนินชีวิตได้สะดวกสบายง่ายขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็มีหลายต่อหลายคนตั้งคำถามกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใหม่ล่าสุดว่า นี่มึงจะให้กูใส่ของแบบนี้ออกไปเดินบนถนนจริงๆเหรอ?”

ในเมื่อภาพหนึ่งภาพแทนคำพูดนับพันคำ เราจะขอยกตัวอย่างไอเท็มในหมวด “นี่มึงจะให้กูใส่ของแบบนี้ออกไปเดินบนถนนจริงๆเหรอ?” ด้วยรูปภาพต่อไปนี้

2

ขอบคุณภาพโดย เจมส์ มาร์ติน จาก cnet.com

3

ขอบคุณภาพโดย แองเจล่า วีสส์ จาก gettyimages.com

4

 

โอเค เข้าใจนะว่าความสวยงามเป็นเรื่องของมุมมองปัจเจกที่แต่ละคนคิดไม่เหมือนกัน ภายในไม่กี่ปีเราอาจจะเห็นคนใส่ AirPod กับ Google Glass เดินกันทั่วไปเป็นเรื่องปกติ และของเหล่านั้นก็จะสวยงามขึ้นมาเอง ปัญหาคือ ก็เราอยากได้ทั้ง Google Glass และ AirPod มาสวมใส่ใช้งานกัน ณ วันนี้เลยนี่หว่า จะให้ทำยังไงดี?

Wearable technology ตัวใหม่ล่าสุด VUE แว่นตาโคตรอัจฉริยะ อาจจะเป็นคำตอบที่คุณมองหาอยู่ก็เป็นได้

 

VUE คืออะไร? โดยพื้นฐานที่สุด มันคือแว่นตาที่สามารถตัดเลนส์สายตาใส่ได้จริง แบบที่สามารถเอา VUE ไปให้ร้านแว่นข้างบ้านตัดเลนส์ได้เลย

5

 

แล้ว VUE คืออะไรอีก? ศึกษารายละเอียดตามที่เคลมไว้ ก็สรุปได้ดังนี้

6

 

  • ฟังเพลง
  • ฟังกูเกิ้ลแมพบอกทาง
  • ฟังเวลาว่าตอนนี้กี่โมง
7

 

  • หรือเอาง่ายๆก็คือ เป็นเหมือนหูฟังที่ต่อจากมือถือให้คุณ แต่ใช้คำว่าหูฟังก็ไม่ถูกต้องเสียทีเดียว เพราะว่า VUE ส่งคลื่นเสียงให้คุณได้ยินผ่านการสั่นของกระดูกบริเวณหลังหู (หลักการเดียวกับหูฟังตัวนี้ที่เคยรีวิวไปแล้ว BLUEZ 2S หูฟังที่ใช้-โหนกแก้ม )
8

 

  • คุยโทรศัพท์ได้ มีไมค์ในตัว
  • มีไฟกระพริบเวลามีข้อความหรืออีเมล์เข้า
9

 

  • แทร็คกิจกรรมระหว่างวันได้ เช่น เดินไปกี่กิโลฯ เบิร์นไปกี่แคลอรี่
10

 

  • แตะกรอบแว่นเพื่อสั่งงานได้ (อันนี้เท่มาก จะดูเหมือนเป็นคนคูลๆ ถ้ากระทำในจังหวะที่ดี)
11

 

  • กันฝน กันเหงื่อ กันน้ำสาด ด้วย Rating IP54 (เปรียบเทียบคือ กันได้น้อยกว่า iPhone 7 ระดับนึงเลย)
  • หนัก 28 กรัม (ถือว่าไม่หนักถ้าเทียบกับแว่นกันแดดทั่วไป)
  • ใครที่ชอบทำแว่นหาย เราสามารถใช้มือถือค้นหา VUE ได้ด้วย
12

 

  • ชาร์จแว่นผ่านระบบ wireless จากกล่องใส่แว่น และชาร์จกล่องใส่แว่นผ่าน USB นึกภาพออกไหม? ก็คือกล่องใส่แว่นทำหน้าที่เหมือนเป็น powe bank นั่นแล
13

 

 

ดังเช่นเคย ทุกครั้งที่เขียนถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ยังไม่มีวางขายจริงก็เป็นที่แน่นอนว่าเราจะมีข้อคิดเห็นส่วนตัวให้ได้อ่านกันเพิ่มเติมต่อท้ายเสมอ เพื่อเป็นการเพิ่มมุมมองที่มีต่อสินค้าก่อนที่จะตัดสินใจกด back project ใดๆ ก็ตามแต่ ดังนี้

  • คุณจะไม่มีทางได้รับฟังคุณภาพเสียงขั้นเทพ โคตร Hi-Fi จากการส่งคลื่นเสียงให้คุณได้ยินผ่านการสั่นของกระดูกหลังหูแน่นอน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่คุณควรจะมองหาจาก VUE ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว คุณควรจะมอง VUE เหมือนเป็นลำโพงที่เอาไว้ฟังผ่านๆ เหมือนเวลาคุณคุยกับเพื่อนในห้องที่เปิดเพลงอยู่ (แต่เพื่อนคุณไม่ได้ยินเพลงนะ) ซึ่งนั่นเป็นข้อดีของลำโพงแบบนี้ คุณจะได้ยินเสียงเพลงอยู่คนเดียวไม่ใช่ว่าเปิดเพลงทีเสียงดังรั่วเพื่อแผ่คนทั้งออฟฟิศ แต่ก็มีข้อเสีย เช่น การรับสายโทรศัพท์คุยงานในที่อึกทึกด้วย VUE ก็ไม่ใช่สิ่งที่สะดวกนัก
  • VUE มีเซ็นเซอร์จับความเร่ง ดังนั้นการนับก้าวเดินเวลาใส่ VUE จึงทำได้จริงดังที่เคลมว่าเป็น activity tracking แต่คาดการณ์ว่า VUE จะไม่มี GPS ในตัว ซึ่งนั่นแปลว่าคุณจะต้องเอามือถือติดตัวไประหว่างวิ่งด้วยไม่ใช่ว่าใส่ปุ๊บออกไปวิ่งได้เลยเหมือน GARMIN
  • อันนี้สำคัญมาก เรื่องความอึดของแบตเตอรี่ที่ VUE เคลมไว้ในวิดิโอว่า 7 วัน 7 วันที่ว่านี้คือใน mode stand-by และมีการชาร์จไฟผ่านกล่องใส่แว่นทุกๆ 2-3 วันนะ ดังนั้น ในกรณีการใช้งานจริง ถ้าใช้หนักๆต้องลุ้นเลยนะว่าจะอยู่ได้ถึง 1 วันหรือเปล่า? ไม่รู้ ตอบไม่ได้ ต้องลุ้นๆ เอา แต่เท่าที่ดูความจุแบตฯ ที่เปิดเผยในสเป็คก็ไม่น่าจะแย่มากนะ
14

 

ถ้าให้ฟันธง คิดว่า VUE เป็น wearable technology ที่ควรค่าแก่การลองซื้อมาใช้จริงจริงๆ คือไม่คิดว่ามันต้องทำงานได้เพอร์เฟกต์ทุกฟังก์ชั่นตามที่โฆษณาไว้ก็พอรับได้ ประเด็นคือเราเลือกที่จะใส่มันติดหน้าไปด้วยทุกวันได้นะ ทั้งนี้ก็เพราะว่ามันไม่เข้าข่าย นี่มึงจะให้กูใส่ของแบบนี้ออกไปเดินบนถนนจริงๆ เหรอ?” นั่นเอง

15

 

กดเลย ยังไม่หมดเลยราคา early bird ลด 33% (เหลือประมาณ 6,300 บาท) ก็ยังเหลือให้กดอยู่ ดูได้ที่ –-> kickstarter.com/projects/vue/vue-your-everyday-smart-glasses

 

 

Story by: เอม – ธิติพันธุ์ อนะวัชพงษ์ (มือกลอง Slur)