bb27-beat-janelle-monae-2qc-2016-billboard-1240

‘Young, Black, Wild and Free’

คำโปรยด้านบนนี้คือคำบรรยายสิ่งที่อยู่ในใจของนักร้องสาว จาแนล โมเน่ และเป็นสิ่งที่เธอพยายามเรียกร้องให้สังคมได้คิดตามมาโดยตลอด ผ่านทางบทเพลงและจอภาพยนตร์

 

“ฉันมักพูดอยู่เสมอว่าการเป็น ‘คนอื่น’ น่ะมันเป็นอย่างไร” จาแนล โมเน่ นั่งลงบนเก้าอี้โซฟาในสตูดิโอถ่ายหนัง A24 ที่นิวยอร์ก เป็นสตูฯ เดียวกันกับที่สร้างภาพยนตร์ดราม่าเรื่อง Moonlight ซึ่งเข้าฉายแล้วในสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนตุลาคม “ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยเผชิญปัญหาทั้งด้วยเรื่องการเหยียดเพศและสีผิว ฉันรู้สึกว่าฉันจำเป็นต้องพูดอะไรบ้างแล้ว” เธอกำลังบอกเหตุผลว่าทำไมเธอจึงสนใจและตกลงรับเล่นบท เทเรซ่า แม่อุ้มบุญของตัวเอกในเรื่องที่กำลังต่อสู้กับความสับสนทางเพศ

จาแนลเองเคยแสดงออกประเด็นทางสังคมที่ว่านี้ผ่านบทเพลงแนวไซคีเดลิก อาร์แอนด์บี ที่คงใจความว่า “young, black, wild and free” และนี่คือจุดเริ่มต้นของเธอบนเส้นทางฮอลลีวูดนี้ที่ก็ยังคงเกี่ยวพันกับแนวคิดของเธอ เพราะเรื่อง Moonlight นั้นได้รับคำชมจากนักวิจารณ์อย่างหนาหู ระดับที่มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลอะคาเดมี่ อวอร์ดส ได้โดยไม่ต้องแคร์กระแส #OscarsSoWhite เลยแม้แต่น้อย และยังมีภาพยนตร์อีกเรื่องหนึ่งที่ฟาร์เรล วิลเลียมส์ ร่วมผลิตด้วยคือเรื่อง Hidden Figures (กำหนดฉายปลายปี) เธอก็รับบทเป็นหนึ่งในกลุ่มนักคณิตศาสตร์หญิงที่ใช้มันสมองช่วยกอบกู้ประเทศให้ชนะสงครามแข่งขันยิงจรวดอวกาศ “ธีมของภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องนั้นตรงกับสิ่งที่อยู่ในบทเพลงของฉันอยู่แล้ว” หญิงสาววัย 30 ปีคนนี้ ในเสื้อยืดสกรีนลายเดวิด โบวี่ บอกกับเรา

ใครที่เคยได้ฟังเพลงของเธอผ่านหูมาบ้างคงจะคิดถึงอัลบั้มของเธอเมื่อปี 2010 ที่มีชื่อว่า The ArchAndroid อัลบั้มที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เราก็ได้เห็นภาพชัดเจนว่าจาแนลมุ่งมั่นที่จะเป็นแบบอย่างของป๊อปสตาร์หญิงยุคใหม่ นักวิจารณ์มองว่าเธอเป็นเหมือนทายาทของ Prince และ ออคทาเวีย บัทเลอร์ กับเสียงร้องแบบโซลที่ผสมไซ-ไฟเข้าไปด้วย เธอทั้งได้ขึ้นแสดงที่ทำเนียบขาว ไปร่วมงานซูเปอร์โบว์ล และเคยร่วมชมงานแฟชั่นโชว์กับคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ มาแล้ว

Jidenna ผู้อยู่ร่วมค่าย Wondaland Records บอกว่า “ในหูของผมได้ยินแต่เสียงของจาแนลที่พร่ำบอกว่า อย่าฝืนปรับตัวให้เข้าได้กับทุกที่ เพราะมนุษย์นั้นควรเคารพความเป็นตัวของตัวเองมากที่สุดเหนือสิ่งอื่นใด”

ด้วยความที่ไม่ได้โตมาบนกองเงินกองทอง การฝืนปรับตัวเป็นเรื่องยากเหลือเกินสำหรับจาแนล “จะไปที่ไหน ก็มีแต่ฉันคนเดียวที่ถูกปฏิบัติเหมือนเป็นชนกลุ่มน้อยเสมอ ในสถานการณ์เหล่านั้น ไม่มีใครมานั่งเห็นอกเห็นใจชีวิตของคุณหรอกค่ะ” ในวัยเด็กเธอหมั่นปลอบประโลมตัวเองด้วยการดูหนัง เช่น เรื่อง Edward Scissorhands และ The Matrix ก่อนที่เธอจะเริ่มรู้จักเปลี่ยนความกดดันมาเป็นความทุ่มเทให้กับการเรียนละครเวทีจนได้ทุน และเมื่อชีวิตที่นิวยอร์กไม่ได้ใจดีกับเธอนัก เธอจึงย้ายไปอยู่ที่แอตแลนต้า ทำให้ได้พบกับ Big Boi แห่ง Outkast โดยบังเอิญในปี 2008 หลังจากนั้นเธอจึงได้มีโอกาสเซ็นสัญญาที่ Bad Boy Records ค่ายเพลงของ ฌอน โคมส์ จึงได้ออกมาถึงสองอัลบั้ม จนผ่านมาถึงแปดปีแล้วในวันนี้ เธอได้เริ่มพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งกับบทบาทใหม่บนจอภาพยนตร์ “ฉันคงไม่เรียกตัวเองว่านักแสดงหรือนักร้อง ฉันคือนักเล่าเรื่อง”

bb27-beat-janelle-monae-7zb-2016-billboard-1240

ตัวจริงของจาแนลขณะที่นั่งคุยกันนั้นดูสงบเสงี่ยมมากกว่าภาพที่เราเห็นบนเวที น้ำเสียงที่เรียบง่ายเป็นปกติ พูดตรงประเด็นไม่วกวน ดูแน่วแน่พอกันกับความตั้งใจของเธอที่คอยเพรียกหาความเท่าเทียมทางสังคม “ฉันเป็นสาวกแอนดรอยด์” เธอยิงมุก “แอนดรอยด์คือความแตกต่าง แม้ว่ามันอาจจะทำให้คนอื่นกระอักกระอ่วนใจในบางครั้ง แต่ความแตกต่างนั่นเองคือสิ่งที่ฉันตามหา”

นอกจากนี้ เธอยังพบสิ่งที่เธอตามหาในบทภาพยนตร์เรื่อง Moonlight “อ่านบทแล้วฉันถึงกับร้องไห้ออกมา ฉันรู้จักตัวละครเหล่านั้นดี” วันถ่ายทำเธอค่อนข้างประหม่า จนผู้กำกับ แบร์รี่ เจนกินส์ เข้ามาช่วยคลายความกังวล “ได้ร่วมงานกับเธอก็เหมือนได้ทำงานกับเพื่อนเก่าที่คุ้นเคยกันมานาน” ผู้กำกับบอกเรา “ไม่มีการปั่นกระแส ไม่มีฝูงชนมารุมล้อม ถ้าเธอมาก็แปลว่าเธอมาทำงานจริงๆ”

bb27-beat-janelle-monae-4tk-2016-billboard-1240

จาแนลเก็บเกี่ยวชั่วโมงบินด้านการแสดงไปอีกขั้นในภาพยนตร์เรื่อง Hidden Figures ซึ่งสร้างจากเรื่องจริงและคัดลอกบทประพันธ์มาจากหนังสือ Hidden Figures: The Story of the African American Women Who Helped Win the Space Race   จาแนลเอ่ยถึงตัวละครผู้กล้าในเรื่องว่า “พวกเราอึ้งไปเลยค่ะ” เธอหมายถึงตัวเธอเองและนักแสดงหญิงอีกสองคน ทาราจี พี เฮ็นสัน และ ออคทาเวีย สเปนเซอร์ “ผู้หญิงสามคนนี้เป็นบุคคลที่สำคัญเหลือเกิน แต่พอถึงเวลาที่เรื่องนี้ถูกนำมาเล่าขาน กลับต้องยกความดีความชอบให้พวกผู้ชายแทนซะอย่างนั้น ใครกันช่างปิดบังความจริง” ฟาร์เรล วิลเลียมส์ หนึ่งในโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์เรื่องนี้ถึงกับยกย่องจาแนลว่า “เธอทุ่มเทแรงใจให้บทนี้มาก ภาพยนตร์เรื่องนี้สำคัญสำหรับเธอจริงๆ”

 

พักหลังเมื่อมีการก่อตัวประท้วง #BlackLivesMatter จาแนลเองก็เข้าร่วมด้วยบ่อยครั้ง เธอแต่งเพลง Hell You Talmbout เพื่อให้คนฟังได้ระลึกถึงชื่อของชาวแอฟริกันอเมริกันที่ถูกคร่าชีวิตโดยน้ำมือตำรวจ “ฉันเหนื่อยใจเหลือเกินกับการตีตราที่เราต้องคอยรับมืออยู่ตลอดเวลา ฉันอยากทำให้สุดความสามารถ เราจะได้มารวมพลังกัน” เธอยังโยงไปถึงเรื่องการเมืองอีกด้วย “โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังสร้างกำแพง ฉันกำลังพยายามทำลายกำแพงเหล่านั้นแล้วสร้างสะพานเชื่อมขึ้นมาแทน” เธอกล่าวเสริม “ถ้าไม่ออกไปลงคะแนนเสียง หรือไม่เลือกฮิลลารี ก็เท่ากับเพิ่มโอกาสให้ทรัมป์ จะบอกว่าฮิลลารีเป็นคนดีที่สุดไหม? ไม่ใช่เลย แต่อดีตที่ผ่านมาเราก็ไม่ได้เฟ้นหาประธานาธิบดีที่สมบูรณ์แบบนี่นา”

 

จาแนลรู้ดีว่ายังมีแฟนเพลงที่รอฟังงานเพลงของเธออีกหลังจาก The Electric Lady ที่เดบิวต์ขึ้นอันดับห้าบนชาร์ตบิลบอร์ด 200 เมื่อปี 2013 ระยะนี้มีคนได้ข่าวว่าเธอจะวางไมค์ แต่เธอยืนยันว่าข่าวนี้ไม่เป็นความจริง “ฉันไม่มีวันเลิกทำเพลง จะมีอัลบั้มใหม่อีกแน่นอน แค่ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เท่านั้นเอง” จาแนลมั่นใจว่าเธอจะแบกรับหน้าที่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ได้ และให้การขับเคลื่อนทางสังคมเป็นงานหลัก “ถ้าคุณรู้ตัวว่าคุณมีพรรคพวก มีพื้นที่ มีพลังเสียงมากพอ ชวนผู้หญิงเข้าไปรวมพลังกับคุณด้วยนะ”

“เพราะคนเราน่ะ ทำอะไรได้ตั้งหลายสิ่งหลายอย่างในเวลาเดียวกันค่ะ”

 

Story by: Lola Ogunnaike
Photos by: Alexandra Gavillet
Translated by: Sutthimas R.